
วันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. ที่ห้องพิจารณา 910 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งชุมนุมประท้วง หมายเลขดำอ.1308/2562ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสิรวิชญ์ หรือจ่านิว เสรีธิวัฒน์, นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายอานนท์ นำภา ทนายความ, น.ส.ณัฏฐา หรือโบว์ มหัทธนา , นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ, น.ส.ศรีไพร นนทรีย์, นายวันเฉลิม กุนเสน, นายธนวัฒน์ พรมจักร, นายประจิณ ฐานังกรณ์, นายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์, นายปิยรัฐ หรือโตโต้ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน(ปชน),น.ส. ชลธิชา หรือลูกเกด แจ้งเร็ว อดีต สส.ปทุมธานี พรรค ปชน, นายนิกร วิทยาพันธุ์, นายวิเศษณ์ สังขวิศิษฏ์, นายพุทไธสิงห์ พิมพ์จันทร์, นายคีรี ขันทอง, นายประสงค์ วางวัน และ นายภัทรพล จันทรโคตร ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-18 ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ยุยงปลุกปั่นก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 , พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ และฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558
กรณีเมื่อระหว่างวันที่21-22 พ.ค. 2561 กลุ่มคนอยากเลือกตั้งร่วมกันชุมนุม เพื่อเรียกร้องการเลือกตั้ง และต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องในโอกาสครบรอบ 4 ปี คสช.รัฐประหาร และยุติการสืบทอดอำนาจคสช. บริเวณม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และหน้าองค์การสหประชาชาติ ถ.ราชดำเนิน พวกจำเลยให้การปฏิเสธและส่วนใหญ่ได้รับการประกันตัวยกเว้นนายอานนท์ นำภา และนายเอกชัย หงส์กังวาล
วันนี้ทนายความนายประจิณ ฐานังกรณ์ จำเลยที่ 9 และทนายความนายวิเศษณ์ สังขวิศิษฏ์ จำเลยที่ 14 ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอเลื่อนฟังคำพิพากษา เนื่องจากจำเลยทั้งสองมีอาการป่วยหนักไม่สามารถเดินทางมาศาลได้
ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้ ผ่านมานานพอควรแล้วเห็นสมควรพาจำเลยที่ 9 และจำเลยที่ 14 มาศาลเพื่อฟังคำพิพากษาเวลา 14.00 น. โดยจำเลยทั้งสองซึ่งมีอาการป่วยความดันโลหิตต้องนอนพักอยู่บนเตียงบริเวณห้องควบคุม
ส่วนกรณีนายพุทไธสิงห์ พิมพ์จันทร์ จำเลยที่ 15 เสียชีวิตนั้น ศาลให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
ต่อมาเวลา 14.00 น.เศษศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาโดยพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างเห็นว่า การชุมนุมของพวกจำเลยเป็นไปโดยสงบ ปราศจากอาวุธตามสิทธิเสรีภาพของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีเจตนาชัดเจนเพื่อให้รัฐบาลคสช. ขณะนั้นจัดการเลือกตั้งทั่วไปและมิให้รัฐบาลคสช.บริหารประเทศต่อไป
โดยกลุ่มผู้ชุมนุมขออนุญาตชุมนุมถูกต้อง และไม่มีเจตนาพิเศษสร้างความรุนแรง แตกแยกให้ประชาชนกระด้างกระเดื่อง หรือก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง อีกทั้งการชุมนุมก็มิใช่เป็นม็อบจัดตั้งหรือเกณฑ์คนมาร่วมชุมนุมแต่อย่างใด
ส่วนการจราจรอาจติดขัดบ้างเพราะเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจนำแผงเหล็กมากั้นบนถนนเอง เพื่อความเป็นระเบียบและความสะดวกในการสัญจรของประชาชนและยานพาหนะทั่วไป
อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้ชุมนุมมิได้ขออนุญาตการใช้เครื่องขยายเสียงโดยถูกต้องจากเจ้าหน้าที่ ตามพ.ร.บ.โฆษณาเครื่องขยายเสียง พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมานั้นยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะลงโทษพวกจำเลยได้
ศาลจึงพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ปรับจำเลยทั้ง 17 คนๆละ 200 บาท ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่รับอนุญาต
Advertisement