
เมื่อเวลา 12:30น. นายสุรสิทธิ์ พร้อมด้วย นายอมร กุศล ทนายความ เดินทางมาที่ศาลฎีกา ก่อนจะให้สัมภาษณ์ บอกว่า วันนี้พาลูกความมารับทราบข้อกล่าวหาในฐาน ร่วมกันสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งเบื้องต้นได้ขอศาลชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 15 วัน คาดว่าจะยื่นส่งข้อมูลในวันที่ 21 กรกฎาคมนี้ ซึ่งตามขั้นตอนคณะกรรมการไต่สวนอิสระจะพิจารณาจากหลักฐานที่ตนเองยื่นชี้แจง แล้วนำไปพิจารณาว่าจะชี้มูลหรือไม่ ทนายความย้ำว่า ขั้นตอนนี้เป็นเพียงแค่การรับฟังเพื่อไปประกอบการพิจารณา ไม่ได้เป็นการนั่งบัลลังก์พิจารณาคดี
ส่วนการชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหาตนเองไม่ทราบว่าท่านอื่นยื่นชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรทั้งหมดหรือไม่ แต่เบื้องต้นลูกความของตนเองจะชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรและปฏิเสธข้อกล่าวหาเนื่องจากมองว่าในชั้นตำรวจในการบิดเบือนข้อมูล ซึ่งส่วนของการบิดเบือนข้อมูลไม่ได้เกี่ยวข้องกับการพิจารณาของคณะกรรมการไต่สวน อิสระ9ท่าน ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าตอนนี้คณะกรรมการไต่สวนอิสระมีมติชี้มูลความผิด 9:0 นั้น ตนเองยังไม่ทราบข้อมูลนี้ว่าสื่อมวลชนนำมามาจากไหน
ขณะเดียวกันเรื่องของกรณี การอุ้มลูกความของตนเองไปรีดสอบข้อมูลที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขณะนี้ได้มีการยื่นศาลอาญาคดีทุจริตภาค8 ซึ่งตอนนี้ศาลรับไต่สวนแล้ว
ทนายอมรบอกเพิ่มเติมว่าก่อนหน้านี้ ลูกความของตนเองมีความกังวลใจเรื่องคดีสินบนทองคำอย่างมากแต่พอเห็นข้อมูลพยานหลักฐานต่างๆ ในการต่อสู้คดีทั้งหมด ตอนนี้สบายใจขึ้นแล้ว
ในขณะที่ นายเอกวิทย์ กรรมการ ป.ป.ช. เดินทางออกจาก ศาลฎีกาตั้งแต่เวลา11:56น. แต่ไม่ยอมเดินมาขึ้นรถบริเวณลานจอดรถเนื่องจากผู้สื่อข่าวปักหลักอยู่ที่บริเวณนี้ โดยใช้วิธียืนรอด้านหน้าศาลแล้วให้คนขับรถไปรับ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า ดำเนินการตามขั้นตอนศาลเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่ นายเอกวิทย์ ไม่ตอบคำถามใดใดเพียงแค่พยักหน้าและส่งยิ้มกลับมาให้ผู้สื่อข่าวเท่านั้น
Advertisement