
จากกรณีมีกระแสข่าวปรากฏบัญชีของร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับการจ่ายเงินให้กับหน่วยงานตำรวจ เรื่องนี้ทีมข่าวได้ติดต่อไปยัง นายนิว ซึ่งเป็นคนสนิทของเจ้าของร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว และทำหน้าที่ดูแลบัญชีของร้าน โดยเปิดเผยว่า ตนเองได้เข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น รวมถึงประเด็นที่มีกระแสข่าวว่ามีการจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งตนเองได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ไม่เคยรู้และไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีการจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจตามที่มีกระแสข่าว เนื่องจากตนเองได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของร้านให้ดูแลบัญชีรายรับ-รายจ่ายของร้านในแต่ละวันเพียงเท่านั้น
โดยตนเองได้มอบหลักฐานทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ ทั้งโทรศัพท์มือถือและบัญชีที่เกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันว่าตนเองไม่ได้เป็นผู้จ่ายเงินให้ตำรวจ หรือจ่ายเงินให้บุคคลใด ส่วนจะมีการจ่ายเงินให้ตำรวจจริงหรือไม่ เรื่องดังกล่าวต้องสอบถามจากเจ้าของร้าน เนื่องจากเป็นส่วนที่เจ้าของร้านเป็นผู้ดำเนินการ
นอกจากนี้ ยังยืนยันว่า ตนเองไม่ใช่ผู้จัดการร้าน แต่เป็นเพียงคนสนิทของเจ้าของร้านที่ดูแลเรื่องรายรับ-รายจ่าย ทำให้พนักงานภายในร้านเข้าใจไปเองว่าตนเองเป็นผู้จัดการร้าน
ด้าน พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 เปิดเผยความคืบหน้าคดีโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยแบ่งการตรวจสอบออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ เรื่องเกี่ยวกับเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์, การตรวจสอบทางวินัย กรณีการปล่อยปละละเลยของตำรวจ, เรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ ทั้ง 3 ส่วนได้ดำเนินการมาตั้งแต่เกิดเหตุแล้ว โดยเฉพาะประเด็นการเรียกรับผลประโยชน์ ขณะนี้อยู่ในอำนาจของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ปปท. ซึ่งพนักงานสอบสวนของคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้ส่งข้อมูลให้ ปปท. เป็นระยะ โดยเฉพาะข้อมูลจากการสอบปากคำพนักงานภายในร้าน ซึ่งได้ส่งไปทั้งหมดแล้ว และทาง ปปท. ได้เรียกพนักงานของร้านไปสอบปากคำแล้วเช่นกัน
แต่ถ้าหากมีตำรวจในสังกัดของ บก.น.2 เค้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับทาง ปปท. ว่าจะเรียกบุคคลใดไปสอบปากคำเพิ่มเติมหรือไม่ แต่หากเป็นบุคคลนอกเหนือจากสังกัด บก.น.2 หรือมีหน่วยงานอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เรื่องดังกล่าวอยู่นอกเหนืออำนาจของตำรวจในส่วนนี้ และขึ้นอยู่กับ ปปท. ว่าจะเรียกหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบปากคำหรือไม่ เนื่องจากเป็นอำนาจของ ปปท. ในการดำเนินการเอาผิด
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ที่ 38 ราย โดยตำรวจ บก.น.2 จะเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนของคดีและการดำเนินการทางวินัย
ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า ปปท. ได้เรียกนายนิวและพนักงานของร้านเข้าให้ปากคำ โดยจากการตรวจสอบโทรศัพท์ของนายนิว พบหลักฐานการโอนเงินเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการจ่ายเงินให้ตำรวจจริง แต่ในหลักฐานดังกล่าวไม่ปรากฏชื่อหรือหน่วยงานตำรวจที่รับเงิน จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นการจ่ายให้ตำรวจหรือหน่วยงานตำรวจใด ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
Advertisement