
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค แถลงข่าวกรณีราคาน้ำมันขึ้นราคา 6 บาท ในช่วงคืนที่ผ่านมา
โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เมื่อวานที่สภาได้มีการพิจารณาญัตติด่วนเรื่องนี้ด้วย แต่วันนี้ประชาชนเดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้าที่อยู่ดี ๆ มีการปรับขึ้นราคาน้ำมัน สูงถึง 6 บาทต่อลิตร ก่อนหน้านี้พรรคประชาชนเรียกร้องมาโดยตลอดเรื่องการบริหารจัดการ คืออยากให้รัฐบาลพูดความจริงกับประชาชนมากกว่านี้รวมถึงการบริหารที่ทำให้ประชาชนเชื่อใจได้มากกว่านี้
" กลไกของสภาผู้แทนราษฎรถือเป็นกลไกที่ดีที่สุดที่รัฐบาลจะมาชี้แจง เพื่อไขข้อสงสัยในหลายเรื่องทั้งผลประโยชน์ทับซ้อน ของคนที่ดำรงตำแหน่งในรัฐบาล อย่างนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ.ศบก. ที่มีการตั้งคำถามว่าหากรัฐบาลรู้ล่วงหน้า ว่ารัฐบาลจะมีการดำเนินนโยบายอย่างไร จะประกาศขึ้นราคาเมื่อไหร่ ซึ่งตัวรัฐมนตรีอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในธุรกิจพลังงาน จึงมีข้อสงสัยว่าการที่รัฐบาลแต่งตั้งบุคคลแบบนี้เข้ามาทำงานโดยอ้างในเรื่องของความเชี่ยวชาญจะกลายเป็นความช่ำชองหรือฉ้อฉลในการใช้อำนาจรัฐและมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ " นายณัฐพงษ์กล่าว
นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวว่า ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ารัฐบาลบอกตลอดว่าน้ำมันไม่เคยขาด แต่หน้างานหลายพื้นที่ประชาชนต้องต่อคิวเติมน้ำมันหลายชั่วโมง และขณะนี้ก็ยังตามหาตัวไอ้โม่งไม่พบตัวใหญ่ที่แท้จริงอยู่ตรงไหน ขณะที่ตำรวจก็จับกุมแถลงข่าว ว่ามีการจับกุมคนกักตุนน้ำมันรายย่อย ดังนั้นสถานการณ์วันนี้เชื่อว่าต้องมีคนได้ประโยชน์อยู่เบื้องหลังจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบนความเดือดร้อนของประชาชนแน่นอน
แต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะชี้แจงผ่านเวทีของสื่อมวลชน และในเวทีที่รัฐบาลเป็นคนควบคุมเนื้อหาในการสื่อสาร เลือกที่จะหลีกเลี่ยงไม่ยอมมาชี้แจงในสภา ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่จะทำให้รัฐบาลตอบข้อเท็จจริงและเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นการประชุม เราพยายามเรียกร้องให้ตัวแทนของรัฐบาลที่อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง ทั้งตัวนายอนุทินชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายพิพัฒน์ลุกขึ้นชี้แจง โดยใช้สิทธิ์พาดพิงเพื่อตอบข้อสงสัยของเพื่อนสมาชิก แต่กลับไม่เห็นสองคนนี้ลุกขึ้นมาชี้แจงข้อสงสัย มีเพียงตัวแทน สส. จากรัฐบาลบางส่วนลุกขึ้นมาชี้แจง
เรื่องนี้จึงเป็นสาเหตุในการสรุปปิดอภิปราย ว่า สถานการณ์วิกฤตในตอนนี้สิ่งที่สำคัญมากกว่า วิกฤตก็คือวิกฤตความเชื่อมั่นของประชาชนที่กระทบคนจำนวนมาก จนเกิดข้อสงสัยว่าอยู่ดี ๆ ปรับขึ้นราคาน้ำมันส่วนต่างที่เกิดขึ้น ผลประโยชน์จะตกอยู่กับใครก่อนหน้านี้มีการกักตุนพลังงานไว้หรือไม่นี่คือสิ่งสำคัญ ทางรัฐบาลยังไม่สามารถกอบกู้ความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับมาได้ ตนยังมองไม่เห็นทางออกว่าจะบริหารสถานการณ์วิกฤต ให้กลับสู่สถานการณ์ปกติได้อย่างไร
ด้านนายวีระยุทธ กล่าวว่า เมื่อวานที่มีการขึ้นราคา 6 บาทไม่มีคำอธิบายไม่มีหลักการไม่มีความเห็นอกเห็นใจประชาชนเลย ทำตรงข้ามกับที่พูดมาโดยตลอดและไม่ได้รับฟังข้อเสนอที่พูดคุยกันในสภา ข้อเสนอ 3 ข้อที่พรรคประชาชนเสนอไม่ได้ถูกนำไปใช้เลย คือ 1. เปลี่ยนการบริหารแบบปิดห้องคุยเฉพาะกลุ่ม ธุรกิจรายใหญ่แล้วมาบอกประชาชนให้ทำแบบนั้นแบบนี้ ก็ยังเป็นเหมือนเดิมไม่มีการเปิดรับฟังผู้เดือดร้อนเลย ไม่ได้เดินหน้าเข้าไปหา ชาวนาชาวประมง กลุ่มขนส่งรายย่อย
2. รัฐบาลต้องยอมรับ ว่าเกิดจากการที่ประกาศตรึงราคา 15 วัน ถ้าไม่ยอมรับตรงนี้แล้วกลับมาชี้หน้าว่าประชาชนสังคมไม่มีทางเฉลี่ยทุกข์สุขกันได้ เราเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงแบบขั้นบันได ซึ่งไม่ใช่แบบที่รัฐบาลทำอยู่
"จู่ๆ ขึ้นราคา 6 บาท โดยที่ไม่มีคำอธิบายเลยว่า แล้วพรุ่งนี้ มะรืนนี้ จะเป็นอย่างไร ประชาชนจะใช้ชีวิตกันอย่างไร ต้องรอเวลา 4 ทุ่มเพื่อมีประกาศ ต้องรอความไม่แน่นอนแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน หากมีหลักการอธิบาย และประกาศให้รู้ล่วงหน้าสังคมก็จะสามารถเฉลี่ยทุกเฉลี่ยสุขไปด้วยกันได้" นายวีระยุทธกล่าว
ส่วนข้อ 3 นายวีระยุทธ กล่าวว่า การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เมื่อวาน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาพูด แต่ก็ไม่ใช่การพูดอย่างเป็นทางการในนามรัฐบาล และ 5 กลุ่มเปราะบางที่พูดมา ก็ไม่ได้มีส่วนในการมาชี้แจงรับฟังความคิดเห็นเลย เช่น การบอกว่าจะช่วยผู้ได้รับสัมปทานก่อสร้างภาครัฐ ต้องตั้งคำถามไปว่า ทำไมกลุ่มที่เขาจะช่วยเหลือกลุ่มแรกจึงมีกลุ่มนี้โผล่ขึ้นมาโดยไม่มีคำอธิบายด้วย จะตอบสังคมอย่างไร นี่คือการทำงานด้วยความเชี่ยวชาญแล้วหรือ หรือเป็นการใช้ผลประโยชน์นำ
Advertisement