
ท่ามกลางวิกฤตการณ์พลังงานโลกที่ทวีความรุนแรง ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย-อิหร่าน ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านการไลฟ์สด ส่งสารถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระบุว่าทางการอิหร่านยื่นมือพร้อมช่วยเหลือประเทศไทย ด้วยการเสนอขายน้ำมันดิบในราคาพิเศษที่ต่ำกว่าราคาตลาดโลก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
ดร.เลอพงษ์ เปิดเผยว่า จากการประสานงานและสายสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาคมฯ กับทางการอิหร่าน พบว่าอิหร่านมีความยินดีที่จะสนับสนุนด้านพลังงานให้แก่ประเทศไทย โดยเสนอเงื่อนไขราคาที่เป็นมิตรเป็นพิเศษ ซึ่งอาจช่วยลดต้นทุนการนำเข้าน้ำมันดิบของไทยได้มหาศาลในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกผันผวนจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
"นี่คือโอกาสสำคัญที่รัฐบาลควรพิจารณาเพื่อประโยชน์ของปากท้องประชาชน" ดร.เลอพงษ์กล่าว พร้อมระบุว่าสารนี้มุ่งหวังให้คุณอนุทินในฐานะผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดในขณะนี้ เข้ามาดูแลและพิจารณาความเป็นไปได้ในการเปิดเจรจาระดับรัฐต่อรัฐ (G2G)
แม้ข้อเสนอจะดูหอมหวาน แต่กูรูด้านเศรษฐกิจและนโยบายต่างประเทศมองว่ารัฐบาลไทยยังต้องเผชิญกับ "โจทย์หิน" 3 ประการ
คือ มาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ การซื้อน้ำมันโดยตรงจากอิหร่านอาจทำให้ประเทศไทยสุ่มเสี่ยงต่อการถูกคว่ำบาตรลำดับรอง (Secondary Sanctions) ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบธนาคารและการค้าโลก
ระบบการชำระเงิน เนื่องจากอิหร่านถูกตัดออกจากระบบ SWIFT การชำระค่าน้ำมันจึงต้องใช้วิธีพิเศษ เช่น การแลกเปลี่ยนสินค้า (Barter Trade) หรือสกุลเงินท้องถิ่น
ความตึงเครียดในภูมิภาค ล่าสุดเพิ่งมีประเด็นเรือบรรทุกสินค้าไทย "มยุรีนารี" ถูกโจมตีในพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้ความสัมพันธ์ทางการทูตอยู่ในช่วงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
จนถึงขณะนี้ ฝ่ายรัฐบาลโดยคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ยังไม่มีการแถลงตอบรับข้อเสนอดังกล่าวอย่างเป็นทางการ โดยปัจจุบันรัฐบาลยังคงเน้นมาตรการภายใน เช่น การตรึงราคาดีเซลและการขอความร่วมมือประชาชนประหยัดพลังงาน
ขอบคุณภาพ-ข้อมูล : เฟซบุ๊ก ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด
Advertisement