
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ให้สัมภาษณ์ถึงการประเมินสถานการณ์เงินกองทุนน้ำมันขณะนี้ว่า ตอนนี้มีสถานะติดลบอยู่ในระดับประมาณ 20,000 ล้าน 1 วันใช้เงินอุดหนุนประมาณ 2,000 ล้านบาท ส่วนจะต้องอุดหนุนไปอีกนานเท่าใดนั้น ตามนโยบายปัจจุบัน มีเพดานอยู่ที่ 33 บาทต่อลิตรในส่วนของดีเซล ส่วนการทยอยลดการชดเชย จะทำกันหลายครั้ง และแต่ละครั้งอาจมีอัตราในการลดการชดเชยที่ไม่เท่ากัน
เมื่อถามว่า การปรับขึ้นราคาหน้าปั๊มจะมีการปรับขึ้นอีกครั้งเมื่อใด นายวุฒิทัต กล่าวว่า ไม่ทราบ อยู่ที่นโยบาย
เมื่อถามว่า การยกเลิกเรื่องการสำรองน้ำมัน 3% จะมีผลเลยหรือไม่ นายวุฒิทัต กล่าวว่า ในวิธีปฏิบัติจะช่วยผ่อนคลายสถานการณ์วิกฤตหน้าปั๊มอย่างไร จะทำให้ผู้ค้าไม่ต้องพะวงที่จะมีการนำน้ำมันที่ผลิตได้มาเก็บสำรอง ณ สถานการณ์ตอนที่เพิ่มปริมาณน้ำมันสำรอง ผ่านการออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 2 ที่จะมีการเก็บสำรองเพิ่มขึ้น 1.5% ในเดือนมีนาคม และ 3% ในสิ้นเดือนเมษายน สถานการณ์ยังคาดการณ์ไม่ได้ แต่สถานการณ์การสู้รบต่อเนื่องยาวนาน แต่เพื่อเป็นการเสริมสภาพคล่องให้กับการจัดส่งน้ำมัน และการนำน้ำมันเชื้อเพลิง จัดส่งไปยังปลายทาง มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น เลยจะยังคงอัตราน้ำมันสำรองไว้ที่ 1% เพื่อทำให้ภาพรวม การบริหารจัดการ น้ำมันตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เมื่อถามต่อว่า 3% จะช่วยทำให้น้ำมันเข้าสู่ระบบได้อีกปริมาณเท่าใด รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ชี้แจงว่า 1% ของเบนซิน จะคิดเป็น 120 ล้านลิตร 1% ของดีเซลคิดเป็น 250 ล้านลิตร
เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาน้ำมันขาดที่หน้าสถานีบริการ นายวุฒิทัต กล่าวว่า กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน มีการปรับลดมาตรการน้ำมันสำรองเพื่อผ่อนผันข้อจำกัดเพื่อจะเร่งนำน้ำมันเข้าสู่ระบบ หลังจากที่สถานการณ์ จัดหาน้ำมันคลี่คลายลง รวมถึงออกคำสั่งห้ามสถานีบริการ ปฏิเสธการจำหน่ายน้ำมันแก่กลุ่มภารกิจจำเป็นและฉุกเฉิน เช่นรถพยาบาล รถดับเพลิง รถหน่วยงานราชการ รวมถึงกลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบอาชีพที่จำเป็นเพื่อให้กลุ่มพื้นฐานของประเทศ ดำเนินต่อไปได้พร้อมกับกำชับ ครูคะน้ำมันตามมาตรา 7 เร่งบริหารจัดการสต็อก และกระจายน้ำมัน ผ่านเครือข่ายอย่างทั่วถึง รวมถึงต้องรายงานข้อมูลการค้า และราคา ทุกวันเพื่อความโปร่งใส และป้องกันการกักตุน กรมธุรกิจพลังงานยังได้ประสานความร่วมมือ กลุ่มโรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมัน อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับมาตรการการสำรองน้ำมัน ที่สอดคล้องกับสถานะปัจจุบัน เพื่อเติมน้ำมันเข้าสู่ระบบและขอให้สื่อสารกับประชาชนด้วยข้อมูลและข้อเท็จจริง เพื่อลดความตื่นตระหนก
นายวุฒิทัต กล่าวว่า กรมธุรกิจพลังงานยังอยู่ระหว่างการจัดทำแอปพลิเคชัน Fuel Now ที่แสดงถึงสถานะสถานีบริการ ว่าปิดทำการ หรือเปิดมีให้บริการ ที่จะต้องมีการกรอกข้อมูล ณ ปัจจุบัน ทั้งชนิดน้ำมันและปริมาณที่เหลือ โดยมีผู้ค้าทั้งที่ 139 ราย ซึ่งคาดว่าน่าจะเปิดบริการได้ในวันพรุ่งนี้ (24 มี.ค.)
Advertisement