
วันที่ 13 มี.ค. นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่าการกประชุมสส.พรรคในวันนี้ ที่ประชุมได้มีการเลือกนายสาทิตย์ วงหนองเตย สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค เป็นประธานสส. นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช เป็นรองประธานสส. นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ส.สสงขลาเป็นเลขานุการ
ขณะที่การลงมติโหวตเลือก ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 นี้ ในเบื้องต้นพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคฝ่ายค้าน ไม่ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคอันดับ 1 เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยจะมีการเสนอชื่อ นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร รวมไปถึงตำแหน่งรองประธานสภาผู้บริหารราษฎร และไม่มีพรรคอื่นส่งแข่ง พรรคประชาธิปัตย์จึงมีมติงดออกเสียง ขณะเดียวกันก็เชื่อมั่นว่าพรรคประชาชน จะไม่ส่งชิงตำแหน่งประธานสภาฯ เนื่องจากพรรคประชาชน ได้มีการประกาศไปแล้วว่า หากเป็นพรรคอันดับ 2 จะไม่มีการตั้งรัฐบาลแข่ง ดังนั้นประธานสภาฯ เป็นตำแหน่งที่มาจากพรรครัฐบาล พรรคประชาชนเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งตามกฎหมายฝ่ายค้านต้องไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ดังนั้นพรรคประชาชน จึงไม่ได้มีการเสนอชิงตำแหน่งดังกล่าว
ส่วนที่รองโฆษกพรรคประชาชน ออกมาระบุว่าจะส่งชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายพงศกรระบุว่า จะต้องรอดูท่าทีของพรรคประชาชนอีกครั้ง ซึ่งเราก็ติดตามจากการเลือกตั้งว่า พรรคประชาชนได้พูดชัดเจน ว่าหากไม่ได้เป็นพรรคอันดับ 1 จะไม่ตั้งรัฐบาลแข่ง ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน จึงไม่ได้เสนอที่จะสนับสนุนคนที่จะมาแข่ง
ขณะที่การทำงานร่วมกันกับพรรคฝ่ายค้าน นายพงศกร ระบุว่า จะต้องมีการพูดคุยกัน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์พร้อมพูดคุยกับทุกพรรค แต่ไม่ได้แปลว่าจะร่วมกันทุกเรื่อง แต่จะทำหน้าที่ตรวจสอบและเสนอกฎหมาย
เมื่อถามย้ำถึงจุดยืนในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของประชาธิปัตย์ ในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน นายพงศกร กล่าวว่า ยังคงย้ำว่า พรรคประชาชน จะทำตามที่พูดไว้ ในการหาเสียงเลือกตั้ง พร้อมกับยืนยันว่า มติการโหวตของพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านแต่อย่างใด ยืนยันว่าหากสิ่งใดเป็นประโยชน์ต่อประชาชนก็พร้อมที่จะร่วมมือกับทุกฝ่าย
เมื่อถามย้ำถึงมติการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี งดออกเสียงแทนการไม่เห็นชอบ จะเป็นการทอดไมตรีให้กับพรรครัฐบาลหรือไม่ นายพงศกร กล่าวว่า หากเห็นด้วยคงต้องโหวตเห็นด้วย ที่คาดการณ์ในสถานการณ์ที่อาจมีคนส่งแข่ง เช่น ทางกล้าธรรม แต่มติเบื้องต้น การงดออกเสียง คือ สิ่งสำคัญที่สุด
นายพงศกร ยังกล่าวอีกว่า อยากให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ก่อนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ถือเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งครั้งก่อนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จะต้องมีการตรวจสอบโดยสภาฯ จึงอยากให้นายกรัฐมนตรี มาแสดงวิสัยทัศน์ เพราะจะเป็นผู้แทนของคนไทยทุกคนในการเป็นผู้นำ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นเวทีดีเบต การแสดงวิสัยทัศน์ในฐานะนายกรัฐมนตรี ถือว่าเป็นสิ่งที่อยากให้ทำ เชื่อว่าคนในสภาฯ เป็นกลไกสำคัญที่สุดในการตรวจสอบรัฐบาล ทำให้ประชาชนสามารถวินิจฉัยความเป็นผู้นำรัฐบาล และแนวทางที่รัฐบาลจะปกครอง นำประเทศไทยให้ดีขึ้น
เมื่อถามว่าที่ประชุมได้หารือถึงมาตรการ หากมีสส. โหวตส่วนมติพรรคหรือไม่ นายพงศกร ระบุว่า ไม่มี อย่างแรกไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น แต่หากเกิดขึ้นก็ต้องดำเนินการตามข้อบังคับพรรค ก่อนย้ำว่าวันนี้พรรคประชาธิปัตย์มีความเป็นเอกภาพ เชื่อว่าทุกคนพร้อมทำตามมติพรรค ไม่มีก๊วน ไม่มีก๊ก มีแค่พรรคประชาธิปัตย์กลุ่มเดียว
เมื่อถามว่า ในที่ประชุมได้มีการหารือถึงคดีของ สส. เขต 3 จังหวัดตรังหรือไม่ นายพงศกร กล่าวว่า ได้มีการชี้แจงไปหลายครั้งแล้ว เป็นการรับมรดกแต่ไม่ได้จ่ายภาษีเนื่องจากบริษัทมีปัญหา แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายทุกอย่าง และเชื่อว่าน่าจะมีการชี้แจงเรื่องนี้ต่อที่ประชุม
Advertisement