Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"ชัชชาติ" ดีเดย์ 18 พ.ค. ห้ามใช้มือถือในเวลาเรียน นำร่อง 437 โรงเรียน

"ชัชชาติ" ดีเดย์ 18 พ.ค. ห้ามใช้มือถือในเวลาเรียน นำร่อง 437 โรงเรียน

13 มี.ค. 69
17:53 น.
แชร์

"ชัชชาติ" เปิดแคมเปญ "Phone Off, Learning On" สั่งลุย ดีเดย์ 18 พ.ค. นี้ ห้ามใช้มือถือในเวลาเรียน นำร่อง 437 โรงเรียนสังกัด กทม. 

วันที่ 13 มี.ค. 69 ที่โรงเรียนมัธยมวัดสุทธาราม เขตคลองสาน นาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. แถลงมาตรการเชิงรุกในการควบคุม และกำกับการใช้อุปกรณ์ดิจิทัล (โทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์) ภายในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ภายใต้โครงการ Phone Off, Learning On โฟกัสการเรียนรู้ ฝากมือถือไว้กับครู เพื่อเสริมสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ และป้องกันผลกระทบด้านสุขภาพ และพฤติกรรมจากการใช้งานหน้าจอเกินความจำเป็น 

นายชัชชาติ กล่าวว่า เทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามามีบทบาทสำคัญในการจัดการศึกษา แต่ที่ผ่านมาเกิดปัญหาเด็กสมาธิสั้น สายตาสั้น ไม่ค่อยคุยกัน ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับครูหรือเพื่อน 

นอกจากนี้ยังอ้วนขึ้น เพราะไม่ออกกำลังกาย เพราะมัวแต่ก้มหน้าใช้โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ไม่มีทักษะการใช้ชีวิตประจำวันในสังคมร่วมกันกับผู้อื่น เพราะใช้ชีวิตในโลกเสมือนจริงเพียงอย่างเดียว 

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยใน 14 ประเทศ ตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงอุดมศึกษา พบว่า โทรศัพท์มือถือ ทำให้นักเรียนเสียสมาธิจากการเรียน เพียงแค่มีโทรศัพท์อยู่ใกล้ตัว และมีการแจ้งเตือน สามารถทำให้นักเรียนเสียสมาธิจากงานที่กำลัง 

และเมื่อถูกรบกวนจากโทรศัพท์ อาจใช้เวลาถึง 20 นาที กว่านักเรียนจะกลับมามีสมาธิกับการเรียนได้อีกครั้ง ทำให้ในประเทศเบลเยียม สเปน และสหราชอาญาจักร นำสมาร์ทโฟนออกจากโรงเรียน ซึ่งพบผลลัพธ์การเรียนดีขึ้น ดังนั้น กทม. จึงกำหนดมาตรการควบคุมการใช้อุปกรณ์ดิจิทัล เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับโรงเรียนในสังกัด ภายใต้หลักการสำคัญ 3 ประการ ดังนี้ 

1. การเรียนรู้อย่างมีจุดมุ่งหมาย โดยสนับสนุนให้ใช้อุปกรณ์ดิจิทัล เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ ภายใต้การดูแลของครูผู้สอนในคาบเรียนที่เหมาะสม แทนการใช้งานเพื่อความบันเทิงอย่างไร้ทิศทาง 

2. สุขภาวะและพัฒนาการทางสังคม โดยกำหนดเขตปลอดดิจิทัล (Digtal-Free Zone) ในบางช่วงเวลา เช่น พักเที่ยง หรือพื้นที่ส่วนรวม เพื่อกระตุ้นให้เด็กนักเรียนมีการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ออกกำลังกาย และพักสายตาจากหน้าจอ 

และ 3. ความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยการสร้างระบบเฝ้าระวังเพื่อป้องกันปัญหาการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ (Cyberbullying)และการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมในสถานศึกษา 

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าว จะครอบคลุมถึงแนวปฏิบัติเรื่องการจัดเก็บอุปกรณ์ในตอนเช้า การกำหนดช่วงเวลาขอใช้ เพื่อติดต่อสื่อสารเท่าที่จำเป็น หรือนำไปใช้ในกิจกรรมการเรียนรู้ 

อย่างไรก็ตาม กทม. ทดลองใช้มาตรการดังกล่าวใน 10 โรงเรียน ที่มีการจัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษา และตั้งแต่ ประถมศึกษาถึงมัธยมปลาย ได้แก่ มัธยมประชานิเวศน์, มัธยมบ้านบางกะปิ, มัธยมนาคนาวาอุปถัมภ์, มัธยมวัดสุทธาราม, มัธยมทิทย์เสรีอนุวรม, มัธยมปุรณาวาส, ระดับประถม มัธยมแก่นทองอุปถัมภ์, วัดพระยาสุเรนทร์, วิชูทิศ และนาหลวง 

โดยเน้นความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ครู และผู้ปกครอง ซึ่งผลการทดลองเบื้องต้น ผู้ปกครอง มีความพึงพอใจสูง เพราะนักเรียนตั้งใจเรียนขึ้น ลดภาระการดูแลการบ้าน และลดค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์เสริม-ค่าบริการเช่า ส่วน ครูผู้สอน พึงพอใจสูงเช่นกัน เพราะนักเรียนมีสมาธิ และผลการเรียนดีขึ้น 

ขณะที่ นักเรียนส่วนใหญ่ปฏิบัติตามได้ดี ขอใช้มือถือในช่วงพักบ้าง ไม่กังวลเรื่อง หายหรือชำรุด เพราะเก็บในที่ปลอดภัย มีปฏิสัมพันธ์กับ ครูและเพื่อน ใช้เวลาพักทำกิจกรรมกัน เช่น สนทนา เข้าห้องสมุด และกิจกรรมอื่นๆ 

ขณะนี้ กทม. เปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ผ่านแบบสำรวจ เพื่อนำไปปรับปรุงมาตรการให้สอดคล้องกับบริบทแต่ละโรงเรียน ก่อนประกาศใช้กับโรงเรียนในสังกัด กทม. ทั้ง 437 แห่ง อย่างเป็นทางการในภาคเรียนที่ 1/2569 ซึ่งจะเปิดภาคเรียนในวันที่ 18 พ.ค.69

Advertisement

แชร์
"ชัชชาติ" ดีเดย์ 18 พ.ค. ห้ามใช้มือถือในเวลาเรียน นำร่อง 437 โรงเรียน