
"ซานเชซ" เปิดหน้าท้าชน "ทรัมป์" ย้ำจุดยืนสเปนไม่เอาสงคราม เมินคำขู่ตัดสัมพันธ์ค้า
สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และสเปนตึงเครียดถึงขีดสุด หลังนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ แห่งสเปน แถลงการณ์ตอบโต้อย่างดุเดือดต่อคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยยืนยันว่าสเปนจะไม่ยอมเป็น "ผู้สมรู้ร่วมคิด" ในการโจมตีอิหร่าน และพร้อมเผชิญหน้ากับการแก้แค้นทางเศรษฐกิจเพื่อรักษาหลักการสันติภาพ
นายกรัฐมนตรีสเปนกล่าวว่า มหันตภัยครั้งใหญ่ของมนุษยชาติในประวัติศาสตร์มักเริ่มต้นในลักษณะเช่นนี้ และไม่มีใครควรนำชะตากรรมของมนุษยชาติมาเสี่ยงกับความขัดแย้งทางทหารที่รุนแรง
ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศพันธมิตรใน องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ตึงเครียดมากขึ้น หลังจากซานเชซออกมาประณามการทิ้งระเบิดโจมตีอิหร่านว่าเป็น การกระทำที่ขาดความยั้งคิดและขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ รัฐบาลสเปนยังได้มีคำสั่ง ห้ามเครื่องบินรบของสหรัฐใช้ฐานทัพเรือและฐานทัพอากาศในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศ เพื่อเป็นจุดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน
ซานเชซ ย้ำว่า โลกไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้วยการทิ้งระเบิดหรือความรุนแรงทางทหาร พร้อมสรุปจุดยืนของรัฐบาลสเปนด้วยคำง่าย ๆ เพียง 4 คำว่า “ไม่เอาสงคราม (No to War)” ผู้นำสเปนยังยืนยันว่า จุดยืนดังกล่าวไม่ใช่เพียงคำพูดเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นนโยบายที่มีเหตุผลรองรับและสอดคล้องกับหลักการด้านสันติภาพของรัฐบาล
และยังกล่าวอย่างหนักแน่นว่า รัฐบาลมาดริดจะไม่ยอมเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในสิ่งที่อาจสร้างความเสียหายต่อประชาคมโลก หรือดำเนินนโยบายที่ขัดต่อค่านิยมของประเทศ เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงแรงกดดันจากมหาอำนาจ ซึ่งเป็นการพาดพิงถึงคำขู่ของประธานาธิบดีทรัมป์
นายกรัฐมนตรีสเปนยังยกบทเรียนจาก สงครามอิรักในอดีต ซึ่งนำไปสู่ผลกระทบด้านลบมากมาย ตั้งแต่การขยายตัวของลัทธิก่อการร้ายไปจนถึง ราคาพลังงานที่พุ่งสูงทั่วโลก โดยเตือนว่า การโจมตีอิหร่านครั้งนี้ อาจสร้างผลกระทบที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ และไม่ได้ช่วยนำโลกไปสู่ระเบียบโลกที่ยุติธรรมมากขึ้นแต่อย่างใด
Advertisement