
วันที่ 1 มี.ค.2569 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลคนไทยในตะวันออกกลาง ว่า ตั้งแต่เมื่อคืนได้รับรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานความมั่นคงและกระทรวงการต่างประเทศ ได้สั่งการให้เตรียมการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการสู้รบในช่วงนี้ ขณะเดียวกันได้มีการประสานกับกองทัพอากาศและหารือกับผู้บัญชาการทหารอากาศ เพื่อเตรียมพร้อมอากาศยานที่จะใช้รองรับพี่น้องคนไทย โดยเฉพาะที่ประเทศอิหร่านว่า จะหาช่องทางให้ ประชาชนเดินทางกลับมาได้อย่างไร ซึ่งในตัวอากาศยานไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่การใช้อากาศยานของกองทัพอากาศ อาจจะต้องแวะเติมน้ำมันหลายที่ จึงได้มีการพิจารณาช่องทางอื่นเช่นการเช่าเหมาลำ เพื่อให้สามารถนำประชาชนกลับมาได้เร็วที่สุด ฉะนั้นตอนนี้จะต้องไปเช็กน่านฟ้า เนื่องจากมีการปิดน่านฟ้าในบางพื้นที่ทำให้ต้องมีการอพยพคนไทยไปยังประเทศที่สาม และหาวิธีการรับตัวกลับมา
ส่วนการเตรียมความพร้อมด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้มอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมรับสถานการณ์ในทุกรูปแบบ เพราะอย่างไรก็ได้รับผลกระทบในด้านค่าครองชีพ ค่าน้ำมัน รวมถึงต้นทุนพลังงานต่างๆ ฉะนั้นต้องหาวิธีให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด
สำหรับตัวเลขคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่ากระทรวงแรงงานรายงานว่า มีทั้ง ในส่วนของอิหร่านและดูไบรวมกว่า 70,000 คน โดยในส่วนของคนไทยในอิหร่านมีประมาณ 7,700 คน จึงขอให้ติดตามรายละเอียดจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าเครื่องบินที่จะไปรับคนไทยจะสามารถเดินทางได้เมื่อใด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนสำคัญคือประเทศปลายทางเนื่องจากเรามีความพร้อมตลอดเวลา ยิ่งใช้เครื่องบินจากกองทัพอากาศไปรับก็ยิ่งมีความพร้อม เพราะได้มีการเตรียมไว้หลายลำ ซึ่งเมื่อวานที่ได้หารือกับผู้บัญชาการทหารอากาศ อยากให้เกิดความสะดวกให้เร็วที่สุด จึงได้มีการหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงคมนาคม อาจจะใช้โค้ดการบินของรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่ต้องเติมน้ำมันและให้บินตรงแทนว่าสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันว่ารัฐบาลไทยจะดำเนินการในทุกวิถีทางเพื่อให้พี่น้องคนไทยเหล่านั้นอยู่ในความปลอดภัยสูงสุด หากประสงค์จะกลับมาเมืองไทยก็เตรียมพร้อมที่จะไปรับ
เมื่อถามถึง การประเมินสถานการณ์ว่าจะบานปลายหรือไม่ เพราะมีประเทศมหาอำนาจหนุนหลังอยู่ทั้ง 2 ฝ่าย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่เราต้องเตรียมตัว อย่าให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบที่รุนแรง และหากจะมีผลกระทบขอให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด เราต้องเตรียมความพร้อมทุกภาคส่วน
เมื่อถามว่าอยากบอกอะไรกับคนไทยที่ไม่อยากเดินทางกลับตอนนี้บ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในแต่ละประเทศ ก็จะมีมาตรการที่ดูแลความปลอดภัยประชาชนของเขา รวมถึงกลุ่มคนชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศนั้นๆ จึงขอให้ติดตามและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการและมีสายด่วนตลอดเวลา เพื่อช่วยเหลือคนไทย โดยในวันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 10:00 น. จะมีการเรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่ง หรือ สมช. จากนั้นจะมีการประชุมทุกภาคส่วน รวมถึงภาคเอกชน ธนาคาร หอการค้า ต้องดูแลในเรื่องการค้า การส่งออกและนำเข้า รวมถึงมาตรการตรึงราคา เพื่อไม่เกิดผลกระทบรุนแรงต่อผู้บริโภคในประเทศไทย
Advertisement