
(11 ก.พ. 2569) นายคมกริช ทิพย์สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดสุพรรณบุรี แถลงข่าวชี้แจงถึงการดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 โดยระบุว่า จากการติดตามข้อมูลผ่านสื่อและโซเชียลมีเดีย ที่พบว่า มีบางหน่วยเลือกตั้งปฏิบัติไม่เป็นไปตามระเบียบที่ กกต. กำหนด จึงได้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที จนทราบหน่วยเลือกตั้งที่เกี่ยวข้อง ที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้องที่ กกต. กำหนดแล้ว เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการสอบสวนตามขั้นตอนต่อไป
สำหรับการดำเนินการแบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่ กรณีแรก หากกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบ จะเสนอเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง พิจารณาสั่งให้ดำเนินการใหม่ ส่วนกรณีที่สอง หากพบว่า กปน. มีเจตนาจงใจทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรม จะเสนอให้ดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำผิด
และจากการตรวจสอบกรณีที่ปรากฏในข่าว พบปัญหาการนับคะแนน โดยไม่มีการแสดงบัตรเลือกตั้งที่ทำเครื่องหมาย ให้ประชาชนได้เห็นอย่างชัดเจน เกิดขึ้นในเขตเลือกตั้งที่ 2 อ.สองพี่น้อง จำนวน 2 หน่วย ซึ่งเข้าข่ายนับคะแนนไม่ถูกต้องตามระเบียบ ส่วนกรณีในเขตเลือกตั้งที่ 3 อ.อู่ทอง ที่มีข้อสงสัยเรื่องตัวเลขคะแนนพรรคภูมิใจไทย จาก 105 เป็น 195 คะแนน จากการตรวจสอบเอกสารและหลักฐานแล้ว ยืนยันว่า คะแนนที่ถูกต้องคือ 195 คะแนน โดยเป็นข้อมูลจากกระดานรายงานหน้าหน่วยเลือกตั้ง ไม่ได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตัวเลขตามที่มีข้อสงสัย
สำหรับกรณีมี น้องนักศึกษาวัย 19 ปี ซึ่งร้องเรียนว่าถูกสวมสิทธิเลือกตั้ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และจะดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่กระทำความผิดต่อไป โดยได้ประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว
ผอ.กกต. จังหวัดสุพรรณบุรี ระบุอีกว่า ทางจังหวัดมีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 1,267 หน่วย พบปัญหาเพียงไม่กี่หน่วย ที่ไม่ปฏิบัติเป็นไปตามระเบียบ อย่างไรก็ตามก็ต้องขอความเป็นธรรมให้กรรมการประจำหน่วยส่วนใหญ่ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้อง และขออภัยประชาชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าจะดำเนินการแก้ไขตามระเบียบที่ กกต. กำหนดต่อไป โดยขอเรียนและขอความเป็นธรรมให้กับพี่น้องชาวจังหวัดสุพรรณบุรีด้วยว่า จังหวัดสุพรรณบุรีไม่ใช่จังหวัดที่ทุจริต การปฎิบัติหน้าที่ของคนไม่ถูกต้องเพียงไม่กี่คนเราไม่ปล่อยอย่างแน่นอน
ส่วนเรื่องการกีดกันไม่ให้ประชาชนหรือผู้สังเกตการณ์เข้าดูการนับคะแนน ทาง ผอ.กกต. จังหวัดสุพรรณบุรี ระบุว่า ได้มีการอบรมและกำชับเจ้าหน้าที่ไว้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างพิสูจน์ข้อเท็จจริงและเจตนาของผู้เกี่ยวข้อง โดยข้อมูลคำให้การทั้งหมดถูกรวบรวมอยู่ในสำนวนของคณะกรรมการสืบสวน
เมื่อถามว่า กปน. ที่พบว่า มีการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามระเบียบของ กกต. เหล่านั้น ได้มีการถูกกดดันจากนักการเมืองในท้องถิ่นหรือไม่ ผอ.กกต. จังหวัดสุพรรณบุรี ระบุว่า เบื้องต้นเราได้มีการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดซึ่งปากคำอยู่ในสำนวนทั้งหมดแล้ว การมีการสอบสวนคนที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในคณะกรรมการสืบสวนแล้ว ทั้งนี้กระบวนการสืบสวนของเรา หากพบว่ามีการปฎิบัติหน้าที่เป็นไปตามระเบียบ ที่ กกต. กำหนดก็จะต้องมีการเสนอให้ดำเนินการใหม่ในขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการนับคะแนนไม่ถูกต้อง เป็นไปตามระเบียบ ก็ต้องมีการเสนอให้นับคะแนนใหม่ รวมถึงต้องมีการไต่สวน กปน. ว่ามีเจตนาที่จะกระทำการทุจริตหรือไม่หากพบว่ามีเจตนาก็ต้องดำเนินคดีทางอาญา และยืนยันว่า ทุกเรื่องที่ปรากฏขึ้นมาเบื้องต้นยังไม่ได้มีใครเข้ามาร้องเรียน เพียงแต่เราได้มีการเห็นในคลิป และได้มีการดำเนินการตรวจสอบและสอบสวนไปทันที
อย่างไรก็ตามอำนาจในการพิจารณา ในแต่ละเรื่องที่พบรวมถึงเรื่องที่ร้องเรียนก็เป็นอำนาจของทางคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 7 คน ซึ่งหากพบความผิดพลาดก็จะมีการดำเนินการในหน่วยที่เกิดปัญหา
สำหรับกระบวนการทั้งหมดยืนยันว่า ตนไม่ปล่อยผ่านและได้ดำเนินการในทันทีตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งแล้ว เพื่อที่จะคลี่คลายข้อสงสัยให้เห็นถึงข้อเท็จจริงทั้งหมด ส่วกรณีเรื่องนับคะแนนใหม่นั้น ตนต้องนำเสนอเป็นสำนวนหรือเป็นงานตรวจสอบรายงานข้อเท็จจริงไปยัง กกต. เพื่อให้ทาง กกต. ได้พิจารณาสั่งลงมา หรือเบื้องต้นตนก็จะมีการรับเรื่องร้องเรียนทั้งหมดและเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อส่งข้อเท็จจริงทั้งหมดไปยังทาง กกต. ภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่หากชาวบ้านบอกว่า กกต.สุพรรณขี้โกง นายคมกริช กล่าวว่า การจัดการเลือกตั้งและข้อกังวลที่ปรากฏต่อสื่อมวลชนเกิดขึ้น เป็นการกระทำของกรรมการประจำหน่วยเพียงไม่กี่หน่วยจาก 1,270 หน่วย ซึ่งหากบอกว่าผู้จัดการเลือกตั้งขี้โกง กลายเป็นว่าอีกกว่า 1,000 หน่วย กลายเป็นคนขี้โกงทั้งหมด ซึ่งต้องขอความเป็นธรรมกับคนจังหวัดสุพรรณบุรีการดำเนินการจากคนบางคนที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งการเหมารวมว่าคนทั้งจังหวัดที่ปฏิบัติเป็นกรรมการประจำหน่วยขี้โกง ต้องขอความเป็นธรรมคนเรานั้นด้วย
นอกจากนี้ยังกล่าวถึงถึงกรณีที่พบว่า "มีการสวมสิทธิ์" ที่มีน้องวัย 19 ปี ได้มีการออกมาเปิดเผยนั้น ผอ.กกต. จังหวัดสุพรรณบุรี ได้ระบุว่า เป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล ไม่ได้เกิดขึ้นจากการกระทำของคนทั่วไป ต้องขอความไปทำให้กับชาวจังหวัดสุพรรณบุรีด้วยเพราะการกระทำของคนคนเดียว ทำให้จังหวัดสุพรรณบุรีเสียหาย เพราะฉะนั้นในกรณีนี้เมื่อสอบถามว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรนั้น การที่น้องได้แถลงกับสื่อมวลชนไปก่อนหน้านี้ ยืนยันว่าเราไม่ได้ปล่อยผ่าน และทางตำรวจก็ได้รับแจ้งความไว้แล้ว เพื่อดำเนินการคดีอาญา ควบคู่ไปกับการดำเนินการของทางกกต.
ซึ่งทาง กกต. ก็ต้องเข้าไปตรวจสอบว่าในหน่วยเลือกตั้งนั้นมีผู้ที่ดำเนินการคือใคร ใครคือบุคคลที่น้องได้พูดถึง และเขาได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการประจำหน่วยหรือไม่ อย่างที่ผมบอกว่าการดำเนินการสืบสวนมันก็ต้องค่อยๆ ดำเนินการจากต้นเหตุไปหาข้อเท็จจริงว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร
ส่วนที่มีข้อมูลว่าบุคคลดังกล่าวได้มีการเข้าไปที่บ้านน้องก่อนเพื่อไปพูดคุยกับคนที่บ้าน ก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้ง ผอ.กกต. จังหวัดสุพรรณบุรีก็ระบุว่า ในส่วนนั้นเป็นเรื่องระหว่างคนสองคนซึ่งไม่มีใครทราบนอกจากสองคนดังกล่าว แต่พอเมื่อถึงวันเลือกตั้ง เมื่อน้องไปที่หน่วยแล้วไม่ได้ใช้สิทธิ์ แล้วก็เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
ซึ่งต้องยืนยันว่า เราอยู่ระหว่างการดำเนินการในการที่จะเรียก กปน. ในหน่วยนั้นรวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ส่วนสาเหตุที่ยังไม่ได้ดำเนินการนั้น เนื่องจากว่าเรากำลังไล่เลียงตรวจสอบข้อเท็จจริงของแต่ละเขตการเลือกตั้ง ซึ่งตอนนี้ดำเนินการแล้วเสร็จไปในเขตการเลือกตั้งที่ 2 และเขตการเลือกตั้งที่ 3 และกำลังดำเนินการในเขตการเลือกตั้งที่ 4 เพราะทั้งหมดจะต้องดำเนินการตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริงไปยัง กกต. ภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นี้
Advertisement