
จากกรณี โรงพยาบาลด่านช้าง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ฉีดยาผิดให้กับทารก เด็กหญิงรายหนึ่ง อายุ 1 เดือน เบื้องต้นทางโรงพยาบาลฯได้ออกหนังสือแถลงการณ์ยอมรับผิด และได้ให้เจ้าหน้าที่ติดต่อไปยังพ่อแม่ของเด็ก เพื่อพูดคุยและชี้แจงกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
วันที่ 2 เม.ย. 69 นพ.อิศวร ดวงจินดา ผอ.โรงพยาบาลด่านช้าง กล่าวว่า หลังจากทราบเรื่องได้สั่งการให้ติดตามข้อเท็จจริง พร้อมรายละเอียดว่าเหตุการณ์เกิดอะไรขึ้น ซึ่งทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้คือวันที่ 1 เม.ย. ผู้ป่วยเป็นเด็กอายุ 1 เดือน 8 วัน มานอนโรงพยาบาลด้วยอาการปอดติดเชื้อ มีไข้และหายใจหอบเหนื่อย ซึ่งผู้ป่วยเด็กรายนี้จำเป็นต้องได้รับยาฆ่าเชื้อ หรือยาปฏิชีวนะ อาการหอบเหนื่อยมีค่อนข้างมาก ต้องได้รับออกซิเจนแรงดันบวกร่วมด้วย
ซึ่งได้มีผู้ป่วยเด็กอายุ 9 เดือนอีกท่านหนึ่ง มานอนโรงพยาบาลด้วยอาการแพ้ผื่นคัน มีการสั่งจากแพทย์ให้ฉีดยาแก้แพ้ชื่อว่า คอลเฟนิรามิน ให้กับผู้ป่วยเด็กที่มีอาการแพ้ผื่นคัน แต่หลังจากนั้นที่มีการสื่อสารที่ผิดพลาด ทำให้เกิดการเอายาแก้แพ้ไปฉีดให้กับเด็กที่มีอาการปอดติดเชื้อที่มีอายุ 1 เดือน ตรงนี้ก็เกิดการผิดพลาดในการสื่อสาร และการระบุตัวบุคคล ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และก็ไม่ได้คิดจะปกปิดข้อเท็จจริงตรงนี้
โดยทางแพทย์ได้เข้าไปแจ้งกับญาติผู้ป่วย ให้ทราบว่าฉีดยาผิดให้ แต่ว่าเป็นยาแก้แพ้ ยาแก้แพ้ตัวนี้เป็นยาที่มีความปลอดภัยสูง ซึ่งใช้กันมานาน
การใช้เป็นยาสามัญประจำบ้านด้วย ผลข้างเคียงของยาแก้แพ้ตัวนี้ที่พบได้บ่อยก็คือการง่วงซึม และก็อาจจะมีอาการปากแห้งคอแห้ง รวมถึงอาการท้องผูก จากการเฝ้าระวังโดยทีมกุมารแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญ ของโรงพยาบาลด่านช้าง ซึ่งได้ติดตามอาการอย่างใกล้ชิดในเนอสเซอรี่ดูแลเด็กเล็ก ก็ยังไม่พบว่าเกิดความเสียหายต่อร่างกายของผู้ป่วยรายนี้ จนถึงเช้านี้ผู้ป่วยก็ยังรู้สึกตัวดี แต่ก็ยังมีเรื่องของไข้และเรื่องของภาวะปอดติดเชื้อ ทางกุมารแพทย์ก็ได้ปรับการรักษาด้วยการให้ยาฆ่าเชื้อที่มีฤทธิ์กว้างขึ้น โดยรวมก็คือทารกที่ได้รับยาผิดก็ยังไม่มีผลกระทบให้เกิดความเสียหายกับร่างกาย และโรคที่ติดเชื้อทางปอดก็ได้รับการรับยาฆ่าเชื้อที่มีฤทธิ์กว้างขึ้น
อย่างไรก็ตามทางโรงพยาบาลไม่ได้ดิ่งนอนใจ ซึ่งได้มีการสั่งให้ดูแลผู้ป่วยรายนี้อย่างใกล้ชิด และได้ให้ทีมดูแลทางญาติของผู้ป่วยและได้มีการให้นัดมาพูดคุยกันในวันนี้ เพื่อสื่อสารทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งถ้าถามว่ายาตัวที่ฉีดให้เด็กไปที่เป็นยาแก้แพ้สามารถให้กับเด็กใน 1 เดือนได้ไหม สามารถให้ได้ ซึ่งยาตัวนี้จะออกฤทธิ์ประมาณ 4-6 ชั่วโมง ซึ่งยาที่ฉีดไปของเมื่อวานมาถึงตอนนี้ฤทธิ์ของยาก็หมดลงแล้ว
ผลข้างเคียงของยาตัวนี้ก็อย่างที่กล่าวไปข้างต้นก็จะเป็นผลที่พบอยู่เป็นประจำ ซึ่งช่วงเช้าตนได้ไปตรวจดูผู้ป่วยรายนี้ด้วยตัวเอง ซึ่งเด็กก็ได้มีการตอบโต้จับนิ้วมือของเรา และมีการเคลื่อนไหวได้ปกติอยู่ ตอนนี้อาการผลของยาที่ได้รับตอนนี้หมดไปแล้ว จากการตรวจดูแล้วก็ไม่พบว่าเกิดความเสียหายต่อร่างกาย แต่อาการที่เกิดจากการเจ็บป่วยที่เข้ามารักษาในโรงพยาบาลอันนั้นยังไม่หายจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิดต่อไป
แต่ถ้าเกิดกรณีที่มีความเสียหายต่อร่างกาย กระทรวงสาธารณสุข จะมีเรื่องของการเยียวยา แต่ถึงแม้ครั้งนี้จะไม่มีความเสียหายต่อร่างกายเกิดขึ้นจากความผิดพลาดก็ตาม ทางโรงพยาบาลเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งให้มีการทบทวนรายละเอียดถึงข้อผิดพลาดว่าเกิดขึ้นได้ เพื่อหาแนวทางในการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นต่อไป รวมถึงด้านการดำเนินงานด้านจริยธรรม และวินัยก็จะดำเนินการได้อย่างเต็มที่
ซึ่งในส่วนที่มีการสื่อสารผิดพลาด ทางโรงพยาบาลต้องขอโทษกับทางครอบครัวและยินดีรับคำตำหนิจากทางครอบครัวทุกประการ พร้อมที่จะดูแลอย่างเต็มที่ต่อไป แต่เรื่องเท่าที่ทราบในการถามชื่อก่อนฉีดยา พยาบาลได้ถามชื่อกับคุณแม่แล้ว แต่ตอนนั้นคุณแม่กำลังโทรศัพท์ ทางพยาบาลเลยเข้าใจว่าใช่เด็กที่จะมาฉีดก็เลยฉีดไป อันนี้คือข้อมูลที่ทราบมา ตอนนี้อยากให้ทางพ่อแม่เด็กไม่ต้องกังวลในเรื่องของผลข้างเคียงที่การให้ยาผิด เพราะฤทธิ์ยาได้หมดไปแล้ว แต่ตอนนี้จะเป็นเรื่องกังวลในอาการของปอดติดเชื้อมากกว่า กุมารแพทย์ก็ได้ปรับยาที่ออกฤทธิ์กว้างกว่าให้แล้ว
ขณะที่พ่อของเด็กหญิงวัย 1 เดือน 10 วัน หลังจากเห็นหนังสือชี้แจงจากทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลด่านช้างแล้ว แต่ก็ยังไม่สบายใจ ยังติดใจกับการชี้แจงผ่านเพจโรงพยาบาล ซึ่งทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลด่านช้างอยู่ระหว่างพูดคุย เพื่อหาทางออกร่วมกันต่อไป
Advertisement