Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
วุ่นหน้ากกต.กลุ่มภาคประชาชน-พระปีนเสาขยับมาชิดในอาคารบีจี้นับคะแนนใหม่

วุ่นหน้ากกต.กลุ่มภาคประชาชน-พระปีนเสาขยับมาชิดในอาคารบีจี้นับคะแนนใหม่

11 ก.พ. 69
15:39 น.
แชร์

วุ่นหน้ากกต.กลุ่มภาคประชาชน-พระปีนเสา ขยับมาชิดภายในอาคารบีหน้าสำนักงาน จี้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ ขณะที่"สนธิญา" ทวงถามปมยื่นหนังสือขยายเวลา

เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้เดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยนำหลักฐานที่กกต. ตอบตัวเองเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา กรณีที่ร้องเรียนให้ขยายวันเลือกตั้งออกไป โดยกกต. ตอบทั้งหมด 2 ประเด็น

นายสนธิญา ระบุว่า เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์เป็นการเลือกตั้งใหญ่ทั้งประเทศ โดยทั้งประเทศมีเกือบ 100,000 หน่วยเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า 52 ล้านคน เจ้าหน้าที่ 2 ล้านคน ใช้งบประมาณไปมากกว่า 8,700 กว่าล้านบาท ตนเป็นหนึ่งคนที่ร้องจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง และขายเสียง แจ้งจับผู้จดชื่อที่ตำบลท่าฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร 3 ราย และในวันนี้ตนถูกผู้จดชื่อสั่งให้ตนเองระวังตัว ซึ่งการทำงานของตัวเองคือการทำงานเชิงตรวจสอบ

นายสนธิสัญญา ยืนยันว่าไม่ได้รู้จักกับนายสุชาติ ชมกลิ่น เป็นการส่วนตัว และไม่ได้รู้จักกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งในพื้นที่จังหวัดชลบุรีเป็นการส่วนตัว และมองว่าการเรียกร้องสิทธิ์เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย

กรณีที่ตนมายื่นหนับสือในวันนี้มีเหตุผล 2 ประเด็น คือ เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ตามพ.ร.บ.การเลือกตั้ง , พ.ร.ก.พรรคการเมือง เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลต่อไป ส่วนประเด็นที่ 2 คือให้กำลังใจคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในการตรวจสอบจับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย และตนเห็นด้วยกับกกต. กรณีจังหวัดชลบุรี เขต 1 ที่ให้ใช้เวลาถึง 2 วันในการตรวจสอบให้สะเด็ดน้ำจึงจะสามารถสรุปว่าจะมีการตรวจนับคะแนนใหม่หรือไม่ และตนเห็นด้วยกรณีหน่วยเลือกตั้งใดก็ตามที่มีปัญหาในขณะนี้ และมีหลักฐานเพียงพอ ให้เปิดนับคะแนนใหม่ เพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจสอบด้วยเพื่อความโปร่งใส ตนขอให้กำลังใจคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพราะหากวันนี้การเลือกตั้งไม่สามารถนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลได้ ประเทศก็มีปัญหา

ตนไม่เชื่อว่าคะแนนของพรรคภูมิใจไทยที่มี 190 กว่าเสียง เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการทุจริต มีการตรวจสอบย้อนหลัง สส.หรือ ผู้สมัครสส. พรรคภูมิใจไทย ก็ไม่สามารถที่อยู่ได้ เช่นเดียวกับกรณีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงแม้ว่าจะมีคะแนนเสียงเกินครึ่งหนึ่ง แต่ถ้าหากทุจริตก็ถูกปฏิวัติเช่นเดียวกัน

พร้อมกล่าวถึงพรรคประชาชนโปรดพิจารณาอย่าเข้าไปมีส่วนสนับสนุน ในการมีปัญหาครั้งนี้เพราะตนเชื่อว่าหลังจากนี้ จะมีการร้องเรียนในเรื่องของการยุบพรรคตามมา ตนไม่เชื่อว่าปัญหาเหล่านี้จะนำไปสู่การขยายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว เพื่อทำให้การตรวจสอบแต่ละหน่วยเลือกตั้งดำเนินการไปได้ และตนเชื่อว่าคนไทยมีเหตุผลมากเพียงพอที่จะรับฟัง และเท่าที่ทราบ มีหน่วยเลือกตั้งที่มีปัญหา มีอยู่ประมาณ 18-20 หน่วย แต่หน่วยเลือกตั้งในครั้งนี้มีเกือบ 100,000 หน่วย ถ้าหากคิดเป็นไปตามเปอร์เซ็นต์ถือว่าเป็นส่วนน้อยที่มีข้อผิดพลาด

ส่วนกรณีที่ประชาชนจะเห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วยกับผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา เป็นหน้าที่ของประชาชนใช้สิทธิ์ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และการให้กกต. นับคะแนนใหม่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย และเชื่อว่าหลังจากนี้ภายใน 60 วันทางกกต. จะถอดผู้สมัคร สส. ไม่ต่ำกว่า 30-50 คน

ระหว่างที่นายสนธิญาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอยู่นั้น ”พระปีนเสา“ มายืนรอฟังคำแถลงข่าวของนายสนธิญาก่อนจะเดินเข้ามาสอบถาม ด้วยอารมณ์โมโหว่า “สรุปแล้วนายสนธิญาอยู่ข้างไหน อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยหรือเผด็จการ” ขณะที่นายสนธิญา ”ตอบไม่ตรงคำถาม พร้อมระบุว่า ขณะนี้ไม่มีกลุ่มไหนที่เป็นเผด็จการ แต่เมื่อมีปัญหาก็ต้องร่วมด้วยช่วยกันตรวจสอบ แต่ละประเด็นไป โดยใช้กระบวนการของกฎหมาย และกระบวนการการเลือกตั้งที่เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อความยุติธรรมของทุกฝ่าย“ หลังจากตอบคำถามเสร็จ เจ้าหน้าที่ได้ดึงตัวนายสนธิญา เข้าไปด้านในสำนักงานเพื่อเรียกการประทะ

หลังจากนั้นมวลชนที่ตอนแรกอยู่บริเวณด้านหน้าอาคาร บี ใกล้เดินเข้ามาบริเวณหน้าสำนักงานการเลือกตั้ง พื้นที่ชั้นในของอาคารบี ตะโกนเรียกร้องให้มีการ นับคะแนนใหม่เป็นระยะก่อนที่จะเกิด ความชุลมุนวุ่นวาย จากนั้นกลุ่มภาคประชาชนเริ่มขยับเข้ามาประชิดบริเวณทางเข้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ฝ่ายอาคาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลความปลอดภัย

หลังจากนั้นนายสายน้ำ หนึ่งในตัวแทนภาคประชาชนยังประกาศผ่านโทรโข่ง ถึงความไม่พอใจต่อเจ้าหน้าที่อาคาร โดยอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ตัดน้ำและตัดไฟฟ้า จนไม่สามารถตั้งเวทีปราศรัยบริเวณด้านหน้าอาคารบี ฝั่งสำนักงาน กกต. ได้ ทำให้การรวมตัวเป็นไปด้วยความตึงเครียด โดยที่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถผลักดันกลุ่มภาคประชาชนออกจากพื้นที่ภายในอาคารบีได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ทำได้แค่ป้องกันไม่ให้เข้าพื้นที่ชั้นในสำนักงาน กกต. แต่ไม่สามารถใช้อำนาจในการผลักดันกลุ่มภาคประชาชนออกนอกอาคารได้ เนื่องจากเป็นการรวมตัวภายในพื้นที่อาคาร บี ซึ่งอยู่ เนื่องจากพื้นที่นอกเหนืออำนาจหน้าที่

Advertisement

แชร์
วุ่นหน้ากกต.กลุ่มภาคประชาชน-พระปีนเสาขยับมาชิดในอาคารบีจี้นับคะแนนใหม่