
วันนี้ (6 กุมภาพันธ์ 2569) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ขึ้นกล่าวบนเวทีปราศรัยกล่าวทักทาย สวสัดีครับ ขอเสียงแดงเพื่อไทยหน่อย พร้อมทั้งขอเสียงคนที่อยากให้อาจารย์เชนเป็นนายกฯ พร้อมทั้งขอให้พลังงานดีๆ แบบนี้ ไม่ตกไม่แผ่ว ไปถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ โดยวันนี้มาในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งเช่นเดิมและขอเป็นตัวแทนพี่น้องผู้สมัคร สส เขต และผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ ทั้ง 500 คน มาพูดกับพี่น้องประชาชนตรงนี้ โดยตนพูดไม่บ่อย นานๆ จะพูดที แต่รอบนี้ขอพูดจากใจ
โดยนายสุริยะ กล่าวว่า อย่างแรกขอบคุณพี่น้องประชาชนจากใจจริง และขอขอบคุณทุกเสียงตอบรับทุกกําลังใจ ขอบคุณพี่น้องที่ยังรักพรรคเพื่อไทย และขอบคุณที่พี่น้องยังเอาความหวังในชีวิตมาฝากไว้ที่พวกเรา
โดยบอกว่าการเมืองที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกคนเจอความเหนื่อย เจอความผิดหวัง เจอคําถาม เจอความไม่แน่ใจ แต่การที่วันนี้ทุกท่านพร้อมจะเชื่อ พร้อมที่จะเดินทางไปกับพวกเรา ตนในฐานะนักการเมือง มันคือจุดสูงสุด
ตนอยากให้พี่น้องจําคํานี้ไว้ทุกความรัก ทุกความหวัง ทุกนโยบาย ที่เราประกาศไว้ เราจะทําเต็มที่ และทําให้ได้ พร้อมทั้งมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะมาที่ 1
นานสุริยะ ยังยกตัวอย่าง หลายโพลที่ผ่านมา นักวิเคราะห์บอกว่าพรรคเพื่อไทยมาที่ 3 แต่ก็แปลกนะ ว่า คนที่ได้ โพลที่ 1 และโพลที่ 2 รวมทั้งกองเชียร์ดูเขาจะอยู่กันไม่ค่อยสุข
พร้อมกล่าวติดตลกว่า พยายามจะบอกว่ามีแค่สองพรรคแต่ด่าพรรคเราเช้าเย็น มันแปลว่าจริง ๆ แล้วเขากลัวเรา กลัวว่าพรรคเพื่อไทยจะมาที่ 1 ตนยังเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจะมาเป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้งครั้งนี้ นอกจากนี้ อย่างที่ 2 ถ้าอยากได้นโยบายเพื่อไทยต้องให้เพื่อไทยทำเท่านั้น ไม่มีวันให้พรรคอื่น มาทำนโยบายพรรคเพื่อไทย / ตนได้ยินหลายคนพูดเหมือนกันว่านโยบาบเพื่อไทยรอบนี้ดีที่สุด ดีกว่านโยบายหลายพรรค แต่ก็มีหลายคนที่ลังเลกลัวพรรคเพื่อไทยจะทำไม่ได้ ตนขอพูดตรงๆ ว่า กลัวเพื่อไทยทำไม่ได้แต่ให้คนที่ไม่เคยทำทำไม่เป็นหรือคนที่ไม่เคยคิดจะทำสิ่งใหม่มาทำแทนมันยิ่งน่ากลัวกว่า ซึ่งการทำนโยบายที่ทำจริงต้องมี 3 อย่างพร้อมกัน คือ ทีมที่ทำงานจริง มีประสบการณ์ เข้าใจระบบราชการกฎหมาย ประมาณ และกลไกสภา มีความละเอียดไม่ใช่เขียนเอาหล่อเอาเท่ห์ เอาไว้พูดบนเวทีอย่างเดียวบางพรรคก็เอานโยบายคล้ายๆกันมาปรับชื่อปรับคำบางพักมีนโยบายสั้นมากแค่บ่นป้ายบางพรรคก็หยิบสิ่งที่พรรคเพื่อไทยเคยวางรากฐานไว้แล้วมาพูดเหมือนเป็นของตัวเอง เรื่องนี้คงไม่ได้ผล ตนดีใจด้วยซ้ำแปลว่านโยบายของพรรคเพื่อไทยมันมาถูกทาง ต้องตามมาเป็นแถวแต่ตนอยากจะบอกว่านโยบายที่ดีที่สุดต้องมีคนที่ทำได้จริงอยู่หลังนโยบายนี้
พรรคเพื่อไทย เคยเป็นทั้งรัฐบาลพรรคเดียว รัฐบาลผสม และฝ่ายค้าน เราจึงเห็นทุกมุม และรู้ทุกจังหวะ เราเจออุปสรรคและโจทย์ยากๆ เราโดนข้อจำกัดจริงๆ เพราะฉะนั้นรอบนี้เราจึงออกแบบนโยบายแบบละเอียด ไม่ใช่แค่ประกาศแล้วจบ แต่คิดกลไก และขั้นตอน และการทำงานกับระบบจริง พร้อมยอมรับว่าบางอย่างอาจทำไม่ได้ครบทุกเรื่องใน 4 ปี เพราะมันมีข้อจำกัดมีขั้นตอนและระบบที่ต้องแก้
แต่หากอยากให้ทำได้เร็ว ทำได้เต็มและทำได้ครบ ต้องเลือกเพื่อไทยให้ได้ 200 เสียง หากพี่น้องอยากให้ทุก นโยบายเกิดขึ้นภายใน 4 ปีให้เลือกเพื่อไทยให้ได้ 200 เสียง
บอกว่าตลอดเส้นทางทางการเมือง 25 ปีของตนนั้น รอบนี้ขอนักวิทยาศาสตร์เป็นนายกรัฐมนตรีได้ หรือไม่ก่อนมีแสงตะโกนจากพี่น้องประชาชนว่านายกฯ เชน ซึ่งวันนี้โลกมันเปลี่ยนเศรษฐกิจเทคโนโลยีเปลี่ยน การแข่งขันเปลี่ยน โจทย์ใหม่ไม่ใช่แค่ทำให้พออยู่ได้ แต่ต้องทำให้ประเทศไทยไปไกลกว่าเดิม แล้วคำถามคือ จะพาประเทศไทยไปไกลด้วยอะไร ตนขอตอบว่า “ด้วยความรู้ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพราะวิทยาศาสตร์สอน 3 อย่าง ทั้งให้คิดบนข้อมูลไม่ใช่แค่ความรู้สึก แก้ปัญหาที่สาเหตุ วัดผลได้ทำได้จริง
เค้าบอกว่าอาจารย์เชนเป็นคนเก่งมีวิสัยทัศน์มองปัญหาเป็นภาพจริงไม่ใช่ภาพฝันจริงใจและที่สำคัญกล้าตัดสินใจบนเหตุผลเข้าใจวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและและรู้ ระบบราชการรู้ว่าท่านจะทำไม่เกิดต้องขับเคลื่อนผ่านกลไกใดต้องปลดล็อคตรงไหนต้องประสานอะไรต้องทำให้งานเดินอย่างไรซึ่งประเทศไทยไม่ได้ต้องการแค่คนเก่งต้องการคนทำเป็นและทำงานเป็นทีมได้ทำให้ความหวังของประชาชนเป็นจริงได้วันนี้ตนอย่าทำให้น้อง เวลานี้ต้องอาจารย์เชนเป็นนายกแล้วหรือยัง
สุดท้ายนี้ ถ้ารักนโยบายเพื่อไทย เลือกเพื่อไทย ถ้าอยากให้ทำได้เร็ว ทำได้เต็ม ทำได้จริง เลือกเพื่อไทยให้ถึง 200 เสียง ทิ้งท้ายหากอยากเห็นประเทศไทยอยู่บนความรู้ เท่าทันโลก เลือกอาจารย์เชนเป็นนายกฯ และเลือกพรรคเพื่อไทยอันดับ 1
Advertisement