
นายกฯ หารือเอกอัครราชทูตมองโกเลียฯ ชมไทยปรามสแกมเมอร์จริงจัง เด็ดขาด พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือที่มีศักยภาพร่วมกัน โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและการค้า
วันนี้ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายทูมูร์ อามาร์ซานา (H.E. Mr. Tumur Amarsanaa) เอกอัครราชทูตมองโกเลียประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่ โดยภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้
นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับและแสดงความขอบคุณเอกอัครราชทูตมองโกเลียฯ ที่มีบทบาทอย่างแข็งขันในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมองโกเลียให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการร่วมกันจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน รวมถึงการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น
ด้านเอกอัครราชทูตมองโกเลียฯ ขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไทยที่สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ด้วยดีมาตลอดระยะเวลาเกือบ 6 ปีที่ดำรงตำแหน่ง โดยเอกอัครราชทูตมองโกเลียฯ แสดงความรักและความผูกพันต่อประเทศไทยเป็นอย่างมาก พร้อมกล่าวชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมองโกเลียที่ดำเนินมาอย่างราบรื่นยาวนานกว่า 50 ปี และเชื่อมั่นว่าเอกอัครราชทูตมองโกเลียฯ คนใหม่ ซึ่งมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศไทยเป็นอย่างดี จะมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์และผลักดันความร่วมมือระหว่างกันให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือเพื่อติดตามความคืบหน้าในประเด็นสำคัญต่าง ๆ ร่วมกัน ดังนี้
ด้านความสัมพันธ์ทวิภาคี เอกอัครราชทูตมองโกเลียฯ ยินดีที่ไทยและมองโกเลียมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกันอย่างสม่ำเสมอ แม้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยไทยได้ให้การต้อนรับรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยจากมองโกเลียเกือบ 20 คณะ รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากรัฐสภาและปลัดกระทรวงกว่า 12 คณะ ซึ่งได้เยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และศึกษาแนวปฏิบัติของไทย ขณะที่ภายหลังสถานการณ์โควิด-19 มองโกเลียได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการฝึกอบรมระยะสั้น เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์กับฝ่ายไทย
นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตมองโกเลียฯ กล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูตมองโกเลียมีแผนมอบประติมากรรม “ม้าสองตัว (Two Stallions)” เป็นของขวัญแก่กรุงเทพมหานคร โดยจะตั้งอยู่บริเวณสวนสาธารณะใกล้ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นพี่น้องและมิตรภาพ สะท้อนคุณค่าทางวัฒนธรรมของชาวมองโกเลียที่ให้ความสำคัญกับม้า โดยจะเริ่มดำเนินการติดตั้งภายในสัปดาห์นี้ และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ พร้อมเชิญนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในโอกาสดังกล่าว
ด้านการท่องเที่ยว ทั้งสองฝ่ายยินดีที่การแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวระหว่างกันขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากการเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างกรุงอูลานบาตาร์ของมองโกเลีย กับกรุงเทพฯ และภูเก็ตของไทย ในช่วงฤดูหนาว ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างกันเพิ่มขึ้น โดยเอกอัครราชทูตมองโกเลียฯ เน้นย้ำว่า ไทยเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของชาวมองโกเลีย โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว รวมถึงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญด้านการแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันยังไม่มีเที่ยวบินตรงของสายการบินไทยไปยังมองโกเลีย เอกอัครราชทูตมองโกเลียฯ จึงขอให้รัฐบาลไทยพิจารณาสนับสนุนการเปิดเส้นทางบินตรงดังกล่าว ซึ่งจะช่วยผลักดันการท่องเที่ยวระหว่างกัน ตลอดจนสนับสนุนด้านเศรษฐกิจและการค้าของทั้งสองประเทศ
ด้านการค้าและการลงทุน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า ไทยและมองโกเลียยังมีศักยภาพในการขยายมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกันได้อีกมาก โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็น 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2570 ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจในอนาคต และเพิ่มมูลค่าการลงทุนเป็น 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ด้านความมั่นคง เอกอัครราชทูตมองโกเลียฯ ชื่นชมการดำเนินงานของรัฐบาลไทยในการปราบปรามสแกมเมอร์อย่างจริงจัง พร้อมขอบคุณไทยที่ได้จัดการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (International Conference on the Global Partnership against Online Scams) โดยย้ำว่า ปัญหาสแกมเมอร์มีความสำคัญต่อมองโกเลียอย่างยิ่ง เนื่องจากมองโกเลียได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจจากขบวนการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และมองโกเลียพร้อมสนับสนุนแนวคิดและมาตรการในอนาคตของไทย เพื่อร่วมกันต่อสู้กับอาชญากรรมดังกล่าว
ด้านศาสนา เอกอัครราชทูตมองโกเลียฯ กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตมองโกเลียได้ร่วมกับสวนนงนุชพัทยา จัดพิธีประดิษฐานพระพุทธรูปมองโกเลียองค์แรกในต่างประเทศ ณ สวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับมองโกเลีย
Advertisement