
วันที่ 28 ม.ค. 69 นาย วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ได้สั่งการให้ธนาคารพาณิชย์ ตรวจสอบการเบิกถอนเงินสดที่ผิดปกติ ซึ่งจากการตรวจสอบช่วง 10-14 วันที่ผ่านมา พบการเบิกถอนเงินสดน่าสงสัยสูงถึง 250 ล้านบาท และอีกรายเบิก 200 ล้านบาท ขอแบ่งเป็นธนาคารละ 100 ล้านบาท มีบางรายขอเบิกเงินสดที่เป็นธนบัตรชนิดราคา 500 บาทเท่านั้นด้วย
ทั้งนี้ หากพบเส้นทางเงินที่ผิดปกติ ธปท. จะส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่มีอำนาจ เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือหากเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งจะส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาต่อไป โดยเน้นไปที่การป้องปรามการใช้เงินในธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย
“ธปท. ในฐานะผู้พิมพ์ธนบัตร ได้เริ่มเข้าไปดูแลการเบิกถอนเงินสดที่ผิดปกติ โดยในช่วง 10-14 วันที่ผ่านมา ได้ขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์รายงานเคสการเบิกเงินสดที่น่าสงสัย ซึ่งพบว่ามีบางรายเบิกเงินสดสูงถึง 200-250 ล้านบาท และบางเคสมีการเจาะจงขอเป็นธนบัตรใบละ 500 บาทเพียงอย่างเดียว”
นายวิทัย กล่าวว่า หลังจากนี้อีก 2-3 เดือนข้างหน้า ธปท. จะแก้กฎหมายหรือเกณฑ์การเบิกถอนเงินสด หากมีการเบิกเกินจำนวนที่เหมาะสม เช่น 3 ล้านบาท หรือ 5 ล้านบาท (อยู่ระหว่างพิจารณาตัวเลข) ธนาคารจะต้องตรวจสอบเชิงลึก ว่านำเงินไปใช้ทำอะไร
อย่างไรก็ตามยกเว้นหากเป็นการเบิกเงินเพื่อทำธุรกิจตามปกติ หรือธุรกรรมส่วนบุคคลที่ตรวจสอบได้ ธนาคารจะยังคงอำนวยความสะดวกให้ตามปกติ
นอกจากนี้ ได้ออกประกาศแล้วในเรื่องการแลกเงินที่ร้านแลกเงิน ห้ามไม่ให้เกิน 800,000 บาท แต่ถ้าเป็นร้านแลกเงินที่อยู่บริเวณชายแดน จะให้แลกเงินได้ไม่เกิน 200,000 บาท เพื่อสกัดกั้นการขนเงินนอกระบบ หรือเงินเทา
นายวิทัย กล่าวว่า ธปท. เตรียมออกมาตรการกำกับดูแลการซื้อขายทองคำ เป็นการกำหนดซื้อขายทองออนไลน์บนแพลตฟอร์ม (แอปพลิเคชัน) ที่เป็นเงินบาท จำกัดวงเงินไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อวัน เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปดูแลฐานข้อมูลอย่างชัดเจน ซึ่งการซื้อขายทองคำมีผลกระทบต่อค่าเงินบาทอย่างมาก โดยมีมาตรการสำคัญ 2 ระยะ ดังนี้
1.การขอข้อมูล : ให้ร้านทองส่งข้อมูลการซื้อขายทองคำออนไลน์ (ทั้งแอปสกุลเงินบาทและดอลลาร์) โดยเน้นรายงานรายชื่อผู้ที่ซื้อขายเกิน 20 ล้านบาท ซึ่งให้เริ่มรายงานย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา
2.การจำกัดปริมาณซื้อขาย : จะมีการประกาศจำกัดวงเงินซื้อหรือขายต่อวันต่อบุคคล ไม่เกิน 50 ล้านบาท สำหรับการซื้อขายผ่านแอปทองที่เป็นสกุลเงินบาทเท่านั้น โดยมาตรการนี้จะไม่รวมแอปทองที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์, ไม่นับการซื้อขายที่หน้าร้านทองปกติ และไม่มีผลย้อนหลังกับทองคำเดิมที่มีอยู่แล้ว
“มาตรการจำกัดวงเงิน 50 ล้านบาทนี้ คาดว่าจะออกประกาศได้ภายในสิ้นเดือนมกราคม และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มีนาคม 2569 เพื่อให้ผู้ประกอบการแอปทองหลักประมาณ 15 ราย มีเวลาปรับปรุงระบบ”
Advertisement