
(24 ม.ค. 2569) พรรคเพื่อไทย นำโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยแกนนำพรรค นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงเพื่อไทย ยกทัพลงพื้นที่หาเสียงปูพรมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครอบคลุม 4 จังหวัด ตั้งแต่ ตลาดทุ่งเจริญ จ.ร้อยเอ็ด ก่อนเปิดเวทีปราศรัยที่ที่ว่าการอำเภอจตุรพักตรพิมานในช่วงสาย จากนั้นเดินทางต่อไปยังสนามกีฬากลางจังหวัดยโสธรในช่วงเที่ยง ก่อนมุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดกาฬสินธุ์ พบปะประชาชนที่ศาลเจ้าพ่อปู่บัวขาว อำเภอกุฉินารายณ์ และปิดท้ายภารกิจในช่วงค่ำที่ขอนแก่นเพื่อช่วยผู้สมัคร สส. หาเสียง
โดยในช่วงบ่าย ศ.ดร.ยศชนัน พร้อมคณะ เดินทางไปยังศาลเจ้าพ่อปู่บัวขาว อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อรอพบปะประชาชน และช่วย ชนะวุธ อุทโท ผู้สมัคร สส. กาฬสินธุ์ เขต 6 หาเสียงทวงคืนพื้นที่ยุทธศาสตร์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนร่วมรับฟังการปราศรัยกว่า 20,000 คน บางส่วนได้มอบพวงมาลัยข้าวเหนียวกาฬสินธุ์ ข้างละ 1 กิโลกรัม ให้ ศ.ดร.ยศชนัน
ศ.ดร.ยศชนัน ได้กล่าวปราศรัยย้ำถึงความตั้งใจที่จะเข้ามาเปลี่ยนความหวังและความฝันของคนกาฬสินธุ์ให้เป็นความจริง ยกระดับประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูงผ่านการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ให้คนไทยทุกคนมีรายได้สูงขึ้นถ้วนหน้า พร้อมชูนโยบายแก้ปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบ ทั้งการพักหนี้เกษตรกร 3 ปี การดูแลหนี้นอกระบบ และนโยบายปลดหนี้ผู้สูงอายุ
นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ได้นำเสนอนโยบาย 'สร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน' ซึ่งเป็นกลยุทธ์การรวบรวมข้อมูลเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพื่อดึงดูดคนเข้าสู่ระบบฐานภาษี ซึ่งผู้โชคดีที่อยู่ในระบบข้อมูลจะได้รับเงินรางวัล 1 ล้านบาททุกวัน รวม 3,240 คนต่อปี ควบคู่ไปกับการลดภาระค่าครองชีพด้วยนโยบายค่าไฟ 3.70 บาท และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแบบ 'ยิ่งกว่าพลัส 70:30' เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับฐานราก
สำหรับพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทยมีแผนจะผลักดันให้เป็นหมุดหมายสำคัญด้านการท่องเที่ยวและศิลปวัฒนธรรม โดยยกระดับสินค้า Soft Power อย่างผ้าไหมแพรวาและข้าวเหนียวกาฬสินธุ์ให้มีมูลค่าสูงขึ้นและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
ขณะที่ เวทีที่ว่าการอำเภอสมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์พรรคเพื่อไทยกำลังเลือดไหล หลายคนกำลังย้ายออกจากพรรค ว่า เลือดเก่าที่ไหลไปก็มีเลือดใหม่เติมเข้ามา ส่วนพวกที่ไหลออกไปคือพวกเลือดไม่ดี ขอให้ต้นสังกัดใหม่ระวังไว้ให้ดี นอกจากนี้ที่จากกันไปเขาก็บอกกันว่าคลานกันออกไปหรือที่สื่อเรียกว่างูเห่า
ก่อนจะปิดท้ายที่เวทีปราศรัย ตลาดศรีเมืองทองอู้ฟู่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยมีประชาชนจำนวนมากมารอรับฟังการปราศรัย โดยก่อนขึ้นเวที ศ.ดร.ยศชนัน ได้เดินทักทายประชาชน ซึ่งระหว่างทางมาขึ้นเวทีปราศรัยประชาชนได้เปิดแฟลชโทรศัพท์มือถือเป็นทะเลดาว ขณะเดียวกันมีประชาชนมอบดอกไม้พวงมาลัย ที่เป็นของขึ้นชื่อจังหวัดขอนแก่นทั้งข้าวเหนียวหมูหยอง กุนเชียง รวมถึงพวงมาลัยตุ๊กตาไดโนเสาร์ที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด
โดยศ.ดร.ยศชนัน ปราศรัยบนเวทีตอนหนึ่งว่า วันนี้ยศชนันมารายงานที่จังหวัดขอนแก่น วันนี้แดงทั้งจังหวัด ซึ่งวันนี้ขอฝากตัวเป็นลูกหลานของคนขอนแก่นได้หรือไม่
ซึ่งประชาชนที่อยู่บริเวณด้านหน้าเวทีตอบรับและตะโกนว่า "ได้ ให้เป็นนายกรัฐมนตรีไปเลย"
จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า วันนี้มีไม่กี่เมืองที่มีมหาลัยวิทยาลัยชั้นนำ มีเกษตรอัจฉริยะ และเป็นเมืองที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว และมีไม่กี่เมืองที่ทุกคนน่ารักแบบนี้ โดยวันนี้ขอนแก่นต้องเป็นเมืองอัจฉริยะที่ฝากความหวังความฝันของลูกหลาน นี่คือครั้งแรกของประเทศไทยที่จะทำรัฐบาลดิจิทัล เพื่อลดปัญหาคอรัปชั่น และสามารถแก้ไขปัญหาประชาชนได้ทีละคน ขณะประเทศจีนมีประชากรเป็นพันล้านคน ยังดูแลประชากรได้ทีละคน แล้วทำไมประเทศไทย จะไม่ดูแลประชาชนทีละคน รัฐบาลดิจิทัลคือคำตอบ และเรื่องนี้คือการลดคอรัปชั่นทุกรูปแบบ และวันนี้ตนประทับใจและซาบซึ้งใจไม่ว่าจะดึกแค่ไหนก็ยังอยู่กับเรา ได้หลังจากนั้นจะมีมีการแนะนำผู้สมัครสส. ของพรรคเพื่อไทยให้กับพี่น้องประชาชน ได้เลือกในวันที่ 8 ก.พ. 2569 โดยขอให้กาทั้งคนและพรรค
Advertisement