
เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 21 ม.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางด้วยรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำทะเบียน ชง 8889 กรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่หาเสียงตลาดสดศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม พร้อมด้วยนายทรงศักดิ์ ทองศรี แกนนำพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับน.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ ผู้สมัคร สส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย เขต 1 หาเสียง
ทั้งนี้ได้มีบรรดาแฟนคลับมายืนรอให้การต้อนรับอยู่บริเวณหน้าตลาด ก่อนที่นายอนุทินจะเดินทักทายพ่อค้าและแม่ค้าตามร้านขายของต่างๆ และแวะซื้อส้ม 1 กิโลกรัม ปลากล้วย 1 กิโลกรัม ข้าวโพดต้ม และน้ำมะพร้าว โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ยังคงมีประชาชนเข้ามาขอถ่ายภาพเป็นจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนายอนุทิน เดินพบปะ พ่อค้าและแม่ค้าภายในตลาด โดยนายอนุทิน ได้ขอให้พ่อค้าและแม่ค้าในตลาดขายดีๆ พร้อมกล่าวว่า “รอคนละครึ่งนะเดี๋ยวมา” ขณะเดียวกันได้มีชาวบ้านนำกล้วยฉาบทำเป็นพวงมาลัยมามอบให้กับนายอนุทินด้วย พร้อมบอกว่า “ทำอะไรจะได้กล้วยๆ ”
ภายหลังจากเดินตลาด นายอนุทิน ได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น วันนี้มาเดินตลาดศรีสงครามด้วยความม่วนมาก ได้เห็นของที่อยากจะกินอยากจะได้ อยู่กรุงเทพฯไม่รู้จะหาซื้อที่ไหน แต่ที่ อ.ศรีสงคราม มีความอุดมสมบูรณ์ มีความมั่งคั่งในข้าวปลาอาหาร ขอให้ทุกคนช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อโอกาสในการสร้างรายได้
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า อยากให้ทุกคนมั่นใจว่าถ้าได้ขวัญ น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ เบอร์ 1 เข้าไปเป็นผู้แทน จะดูแลพี่น้องประชาชนให้มีความมั่งคั่งปากท้องดีปัญหาต่างๆได้รับการแก้ไข ตนมีความสนิทสนมกับบ้านของขวัญทั้งบ้าน วันนี้พรรคภูมิใจไทยตัดสินใจให้ครูแก้ว นายศุภชัย โพธิ์สุ ผ่านการสืบทอดการรับใช้พี่น้องประชาชนไปยังลูกสาว ซึ่งอยู่ในวัยขยันขันแข็งร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ มีประสบการณ์เคยเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) นครพนม รู้วิธีการแก้ไขปัญหาประสานงานต่างๆ ถ้าวันนี้ได้เข้าไปเป็นผู้แทนของพี่น้องชาวศรีสงคราม และมอบความไว้วางใจให้พรรคภูมิใจไทยได้เข้าเป็นรัฐบาล พวกเราจะทำให้จังหวัดนครพนม มีความเจริญรุ่งเรืองในทุกๆด้านอย่างสุดความสามารถ มีความก้าวหน้ารุ่งเรืองสร้างรายได้ลดรายจ่าย
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ถ้าเราได้เข้าไปบริหารจะรีบทำคนละครึ่งพลัส 2 ทันที จะได้จับจ่ายใช้สอยกันอย่างคล่องมือ ส่วนการค้าชายแดนไม่ต้องกังวล รัฐบาลจะดูแลการค้าชายแดนให้เป็นอย่างดี ไม่ให้มีสินค้าเถื่อนภายนอกประเทศเข้ามากดราคาสินค้า และผลผลิตของเรา รวมถึงการป้องกันไม่ให้มียาเสพติดเข้ามา ซึ่ง 4-5 เดือนนี้ จับยาบ้าไป 330 ล้านเม็ด จะให้หยุดผลิตคงไม่ได้ เพราะไม่ได้อยู่ในบ้านเรา และมีการเปลี่ยนวิธีการขนส่งเข้ามาอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่เกินความสามารถของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองของเรา สิ่งเหล่านี้ทำได้เพราะรัฐบาลไม่เล่นด้วย ไม่สนับสนุนให้ใครก็ตามมีส่วนเกี่ยวข้อง ถ้าอยากได้รัฐบาลที่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ รัฐบาลที่นึกถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ บ้านเมืองเราจะปราศจากของอัปมงคลได้อย่างแน่นอน
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องชายแดนก็ไม่ต้องเป็นห่วง เรามีชัยชนะทุกตารางนิ้ว ไม่มีใครสามารถเข้ามาล่วงล้ำอธิปไตยหรือมายึดครองแผ่นดินของเราได้ เราทำให้เห็นแล้วว่าถ้าเขาเข้ามายุ่งกับเราเมื่อไร จะได้รับบทเรียนที่แสนสาหัส แต่เราไม่รุกรานใคร เราเคารพในสิทธิอธิปไตยของทุกประเทศ แต่อย่าฉวยโอกาสเข้ามาเป็นอันขาด ตนไม่อยากเอาเรื่องนี้มาพูด เพราะจะหาว่าเอาเรื่องชายแดนมาหาเสียง ซึ่งไม่จำเป็น เพราะพี่น้องทุกคนทราบดีอยู่แล้ว ว่าถ้าไม่ใช่รัฐบาลนี้ก็คงไม่เป็นแบบนี้ จึงขอให้ประชาชนมีความมั่นใจ
นายอนุทิน ยังกล่าวถึงนโยบายของพรรค ว่ามีให้เห็นอยู่แล้ว ทั้งคนละครึ่งพลัส พยาบาลอาสาทุกตำบล ทหารอาสาประจำการ 4 ปี มีเงินเดือน เรื่องพลังงานสะอาดจะเร่งให้เกิดขึ้น ทั้งมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ผ่อนได้ระยะยาว และพลังงานสีเขียวในระดับชุมชน ของพวกนี้อยู่ในนโยบายของพรรคภูมิใจไทย พ่อแม่พี่น้องอยากจะรู้เมื่อไรก็กดเข้าไปอ่านได้
“วันที่ 8 ก.พ.นี้ ขอให้กาเบอร์ 1 ให้ขวัญได้เข้าไปเป็นผู้แทนของพ่อแม่พี่น้อง ที่สำคัญถ้าเลือกขวัญ เท่ากับได้ตัวผมด้วย เพราะเห็นกันมาตั้งแต่ฝึกงานการเมืองใหม่ๆจนถึงวันนี้เป็นสิบๆปีแล้ว เห็นความทุ่มเท ความรู้ความสามารถ และมีจิตใจที่อยากจะทำงานให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน ขอให้พวกท่านเหนื่อยวันเดียวคือวันที่ 8 ก.พ. ช่วยไปกาเบอร์ 1 ให้ขวัญ และขอให้เหนื่อยอีกครั้งในวันเดียวกันคือกาเบอร์ 37 ให้ผมด้วย ถ้ากาเบอร์ 1 เบอร์เดียว ขวัญเข้าไปก็โดดเดี่ยว กาเบอร์ 37 ด้วยเพื่อที่จะเข้าไปทำงานรับใช้พี่น้องชาวศรีสงคราม“ นายอนุทิน กล่าว
ต่อมานายอนุทิน ลงพื้นที่หาเสียงช่วยนายณพจน์ศกร ทนัพยสิทธิ์ เขต 2 และนายอลงกต มณีกาศ เขต 3 ที่อ.บ้านแพง และอ.เมือง จ.นครพนม ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร
Advertisement