
วันที่ 13 ม.ค. 69 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก กล่าวถึงการปรับปรุงด้านการข่าว หลังเกิดเหตุรอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน 11 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า
ตอนนี้ทุกหน่วยงานทำอยู่แล้ว แต่ละหน่วยงานร่วมกันปฎิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะ ผอ.รมน. และ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรอง ผอ.รมน. ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งตรวจสอบว่ามีอะไรที่ทุกหน่วยจำเป็นจะต้องปรับปรุง และจำเป็นต้องไปพัฒนาขีดความสามารถ เพื่อรองรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งตนในฐานะที่เป็นเลขาธิการ กอ.รมน. ก็จะลงไปดูว่าตรงไหนที่จะช่วยเหลือ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าได้ โดยเฉพาะด้านการข่าว ที่มีข่าวออกมาว่าต้องปรับปรุงประสิทธิภาพ เราก็จะไปดูและปรับปรุง
ส่วนที่มีการมองว่างานการข่าวบกพร่องจะชี้แจงอย่างไร พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า เรื่องการข่าวมีหลายหน่วยงานที่ทำอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว เราต้องให้กำลังใจกัน แต่ก็อาจมีตรงไหนที่มีจุดอ่อนอยู่บ้าง ถ้าตรงไหนที่ควรปรับปรุงก็ต้องดูและประเมินก่อน เพราะจะทำให้หน่วยงานในพื้นที่ขาดกำลังใจ
ส่วนได้ประเมินหรือไม่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดจากปัจจัยอะไร ใช่การเมืองท้องถิ่นหรือไม่ พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า จากการรายงานด้านการข่าว คงเป็นเรื่องการผสมผสานกัน การก่อเหตุวันที่เหมาะสม เวลาที่เหมาะสม ความพร้อมของผู้ก่อเหตุ และในช่วงที่เราระมัดระวังตั้งแต่ปีใหม่ เราระวังมาตลอดเวลา จนกระทั่งมาถึงวันนั้น เจ้าหน้าที่อาจไม่ทันระวังในห้วงเวลาดังกล่าว มันจึงเกิดขึ้นได้ และต้องไปประเมินดู
ส่วนความคืบหน้าเหตุปล้นทองจะมีความเชื่อมโยงด้วยหรือไม่นั้น พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า หน่วยงานได้ติดตามตลอด ส่วนจะเชื่อมโยงกันหรือไม่ ตนยังไม่ได้รับรายงาน
เมื่อถามว่า คณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจะมีบทบาทเข้ามาดูแลในเรื่องนี้บ้างหรือไม่ พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า สามารถทำได้โดยจะต้องไปยื่นกับผู้อำนวยการสะดวกของทางมาเลเซีย ว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น และต้องทบทวนการพูดคุยมีประโยชน์ยังไงบ้าง ก็ต้องไปพูดคุยกัน
Advertisement