
เมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่สวนศรีภูวนาถ ต.วิชิต จ.ภูเก็ตนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ นายสาทิตย์วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคฯตามภารกิจลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต ภายใต้แคมเปญพรรคประชาธิปัตย์ “ทัวร์ ทั่วไทยหายจนยกทีมคนทำเป็น” โดยเปิดเวทีแรกที่จ.ภูเก็ต พร้อมตั้งเวทีปราศรัยเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ และนโยบายให้กับคนในพื้นที่พร้อมกับแนะนำผู้สมัครสส.ภูเก็ต ทั้ง 3 เขตให้กับประชาชนที่เข้าร่วมเวทีบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและอบอุ่น
โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในพื้นที่จ.ภูเก็ต มีศักยภาพในการทำศูนย์กลางการเดินเรือแต่ที่ผ่านมา ทำไม่ได้เพราะไม่ได้จัดระบบมีคนมาบอกนโยบาย ว่าสิ่งแรกเอาคนมาเที่ยวให้มากแต่ประชาชน บอกว่าคนไม่ต้องมาเพิ่มให้นำเงินมาเพิ่มเพราะคนมาเงินไม่มา และคนที่อยู่มานานเอาเงินออกไปเพราะไม่จัดระบบสิ่งแรกต้องทำไม่ใช่การสร้างอาณาจักรของเขา ต้องให้คนในพื้นที่ได้ประโยชน์เพราะมาใช้ทรัพยากรหากจัดระบบไม่ได้พึ่งแต่เอาคนเข้ามาเยอะจะทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น ได้ต้องควบคู่กันต้องเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าคือจราจร เช่นเรื่องอุโมงค์เปลี่ยนพรรคเปลี่ยนรัฐบาลก็เปลี่ยน และเมื่อสร้างเสร็จแล้วไม่แน่ใจต้องเก็บเงินหรือไม่ ขณะที่ระบบขนส่งมวลชนจะเอาโมโนเรลหรือไม่รถขนส่งไฟฟ้า แต่ทำไม่ได้เพราะติดที่กระทรวงคมนาคม
“วันนี้อย่าพูดว่าจะทำเรื่องอะไรแล้วก็กลับไปเหมือนเดิม วันนี้บอกเลยว่าสิ่งที่คนภูเก็ตต้องการคือ อะไรรัฐบาลให้คนภูเก็ตทำได้เอง เป็นเขตเศรษฐกิจใหม่ภูเก็ตมหานคร อย่าให้พรรคการเมืองทะเลาะหรือยื้อกัน ขอให้คนภูเก็ตจัดการเองวันนี้ รอรัฐบาลที่ใจกว้างมอบอำนาจและซื่อสัตย์ ที่ไม่ยอมปล่อยมาเนื่องจากตัวเองได้ผลประโยชน์ ซึ่งผมคุณกรณ์ ดร.การดี ไม่มีผลประโยชน์พร้อมมอบอำนาจให้คนภูเก็ตจัดการด้วยตนเอง ซึ่งตามกฎหมายกระจายอำนาจ สามารถเริ่มต้นได้โดยให้มีมติทดลองนำร่องกระจายอำนาจเพิ่มเติม โดยระบุพื้นที่เช่นสัมปทาน รถที่จ.ภูเก็ตกระทรวงไม่ต้องยุ่งให้ท้องถิ่นจัดการ” นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า พรรคประชาธิปัตย์หาคำตอบมาให้แล้วหากอยากได้ต้องเลือกพรรคประชาธิปัตย์ และสส.ของพรรคประชาธิปัตย์ทุกเขต ให้เข้าไปในสภาและสิ่งแรกที่จะทำคือยกมือให้ตนเป็นนายกฯ
ทั้งนี้ในช่วงท้ายนายอภิสิทธิ์ตอบคำถามจากประชาชน ต่อประเด็นเรื่องทุนจีนที่เข้ามาทำธุรกิจในพื้นที่ จนทำให้เกิดความกังวลรวมถึงปัญหาทุนเทา ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากไทยเทาที่รู้เห็นเป็นใจ อย่างไรก็ตามในการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องปฏิเสธทุนเทาทุนเทาต้องหลีกไปแต่หากแบงค์เทามาหละ
ซึ่งมีประชาชนกล่าวตอบว่า “เอา”ทำให้นายอภิสิทธิ์กล่าวตอบว่า “ผมไม่ได้ว่าผิดแต่ไม่กาให้มาใบเดียวไม่เอามาสองใบต้องเอาอีกแต่ห้ามทำผิดกฎหมายหากมาสามใบบอกว่าไม่ได้ยังไง ก็ไม่ชนะเพราะกระแสอภิสิทธิ์มาแรงมากเอาจนเขาหมด แต่บอกเขาว่าไม่เลือก ดังนั้นต้องปราบทุนเอาเอาเงินมาซื้ออำนาจ หากบอกเด็กเยาวชนว่าทำดีแล้ว ได้ดีแต่สิ่งที่เห็นไม่ใช่เขาจะไม่เชื่อดังงนั้นในวันที่ 8 ก.พ. ต้องมาช่วยเลือกตั้งเพื่อจะได้ตอบโจทย์ว่าทำอย่างไรให้บ้านเมืองสุจริต”
ในตอนหนึ่งนายอภิสิทธิ์ได้นำจดหมายจากประชาชนขึ้นมาอ่าน ข้อความว่า“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นให้เป็นรัฐบาลอย่างเดียว เพราะจะช่วยเหลือประชาชนได้กว่าฝ่ายค้าน” ซึ่งนายอภิสิทธิ์กล่าวตอบว่า “ดีที่สุดเลือกประชาธิปัตย์ให้ได้เกิน250เสียงเท่านั้น”
Advertisement