
วันที่ 9 ม.ค. 69 ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ (บก.ทร.) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม แถลงข่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหมว่า ได้ขอบคุณ รมช.กลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.ทหารสูงสุด และผบ.เหล่าทัพ ในการปฏิบัติภารกิจในห้วงที่ผ่านมา รวมถึงกําลังพลทุกนายในการปฏิบัติภารกิจคลี่คลายสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมชื่นชมในภารกิจที่สําเร็จเรียบร้อยในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ
นอกจากนี้ยังได้รับฟังสถานการณ์ปัจจุบัน ยืนยันว่าอยู่ภายใต้การควบคุม มีระบบการติดตาม และประเมินสถานการณ์ 24 ชั่วโมง ยืนยันว่าไทยยึดมั่นในถ้อยแถลงหยุดยิง และขอยืนยัน เพื่อให้ประชาชนสบายใจว่า กองทัพมีความพร้อมสูงสุด หากมีการรุกล้ําอธิปไตย ละเมิดผลประโยชน์ของชาติพร้อมที่จะปฏิบัติการเพราะเรามีกฎการใช้กําลังที่ยึดถืออยู่แล้ว
ทั้งนี้อยากให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นและติดตามสถานการณ์ผ่านหน่วยงานรัฐบาล และศูนย์ประสานงานข้อมูลข่าวสารไทย-กัมพูชา เนื่องจากเราให้ความสําคัญและได้ชี้แจงในที่ประชุมว่าการปฏิบัติงานครั้งนี้เราแบ่งสนามรบเป็นสามมิติ คือสนามรบบริเวณชายแดนของ 3 เหล่าทัพ สนามรบที่สองก็คือเวทีการต่างประเทศ และสนามรบที่สามคือการตอบโต้ข้อมูลข่าวสาร
พล.อ.ณัฐพล ยังกล่าวถึงการควบคุมสินค้ายุทธภัณฑ์ในพื้นที่ชายแดน ไทย-กัมพูชาว่า เป็นการออกรายการเป็นสินค้าควบคุม ซึ่งปัจจุบันเราใช้กฎหมายปี 2524 คือไม่ทันสมัยจึงมีการปรับให้ออกมาลักษณะเดียวกันให้ครอบคลุมรายการสินค้าที่เป็นลักษณะยุทธภัณฑ์ที่จะใช้ในทางผิดกฎหมาย รวมถึงเรื่องสแกมเมอร์ให้ครอบคลุม นอกจากนี้กําหนดตัวผู้อํานวยการควบคุมให้ทันสมัย เช่น ก่อนหน้านี้มี จ.ปราจีนบุรี ปัจจุบันเพิ่ม จ.สระแก้ว
และวานนี้ (8 ม.ค. 69)ตนลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชายแดนในพื้นที่ช่องบก ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ได้รับรายงานในพื้นที่ว่า สถานการณ์อยู่ในการควบคุมคาดว่าไม่น่าจะเป็นปัญหา แต่เราก็ยังไม่ไว้วางใจ กองทัพยังเตรียมพร้อมปฏิบัติการทุกเวลา
ยืนยันว่าสถานการณ์ปัจจุบันที่ได้รับฟังจากทุกหน่วยรายงาน ท่าทีกําลังประเทศเพื่อนบ้าน ประชาชนสามารถไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างปลอดภัย
"จากการลงพื้นที่ เน้นน้ำให้ใช้ความอดทนอดกลั้นไม่ได้ยิงตอบโต้ทันที ซึ่งจะทําให้สถานการณ์บานปลายและประชาชนเดือดร้อน แต่เมื่อไหร่ก็ตาม หากมีครั้งที่2 คงไม่ใช่อุบัติเหตุ เรามีกฎการใช้กําลัง ขอให้มั่นใจ ไม่อยากลงรายละเอียด เพราะเป็นการยั่วยุ ถ้ากําลังพลได้รับบาดเจ็บสาหัสอาจต้องมีการตอบโต้อย่างได้สัดส่วนและจําเป็น ซึ่งคงได้เห็นภาพครั้งที่แล้ว ว่าเป็นอย่างไร" พล.อ.ณัฐพล กล่าวและว่า ในช่วงที่ผ่านมาการยึดภูมิประเทศว่ายากแล้ว แต่การรักษายากกว่า เพราะฉะนั้นต้องดำเนินการดังนี้
1.คงกำลังไว้อย่างน้อย 1 ปี จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายจริงๆ แต่แนวชายแดนยาว 798 กิโลเมตร จะคงกำลังทั้งหมดคงไม่ได้ ดังนั้นพื้นที่ไหนถ้าต้องคงกำลังก็ต้องคงไว้
2.บางพื้นที่ทำรั้วอิเล็กทรอนิกส์ มีกล้องซีซีทีวี
3.บางพื้นที่ทำรั้วถาวร
4.บางพื้นที่ได้คุยกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าจะขอพื้นที่ที่เคยเป็นพื้นที่หวงห้าม อาจจะให้พี่น้องทหารผ่านศึกเข้าไปทำกิน เพราะทหารผ่านศึกยังมีจิตวิญญาณความเป็นทหารในการช่วยดูแลพื้นที่
5.อาจทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว
ทั้งนี้ได้แจ้งกับรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีแล้ว เนื่องจากต้องของบประมาณ
Advertisement