
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือขอชี้แจงกรณีที่กระทรวงมหาดไทยกัมพูชาออกแถลงการณ์ปฏิเสธรายงานข่าวของสื่อมวลชนไทย พร้อมกล่าวหาว่าการยึดอาวุธของฝ่ายไทยเป็นการรุกล้ำอธิปไตยและเป็นการ "ปล้น" นั้น จากการเข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณคาสิโนทมอดา ที่ฝ่ายกัมพูชารุกล้ำอธิปไตยของไทยมาก่อนหน้านี้นั้น
นาวิกโยธินได้ตรวจยึดอาวุธของฝ่ายกัมพูชาได้จำนวนมากจากคลังแสงที่กัมพูชาอ้างว่าเป็นของหน่วยตำรวจตระเวนชายแดนของตน ซึ่งเป็นที่น่าตกใจมาก คือ ทุ่นระเบิดสังหารที่มีการดัดแปลงจากทุ่นระเบิดรถถัง และดัดแปลงจากกระสุนปืนใหญ่จำนวนหนึ่ง ในลักษณะจุดชนวนด้วยกระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นอาวุธที่เข้าข่ายต้องห้ามตามพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ อนุสัญญาออตตาวา (Ottawa Convention) ว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต และถ่ายโอนทุ่นระเบิดสังหารบุคคล
การที่ทางการกัมพูชาที่ออกมายืนยันผ่านแถลงการณ์ว่า คลังอาวุธดังกล่าวเป็นของฝ่ายกัมพูชาเอง เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับพยานหลักฐาน ภาพถ่าย และข้อมูลที่ฝ่ายไทยรวบรวมได้จากพื้นที่ ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการครอบครองและการกระทำที่ละเมิดพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาออตตาวาอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ กองทัพเรือขอย้ำว่า การปฏิบัติของฝ่ายไทยเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดน และสอดคล้องกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ตรงกันข้าม การมีอยู่ของทุ่นระเบิดสังหารและอาวุธต้องห้ามในพื้นที่ใกล้แนวชายแดน กลับเป็นปัจจัยที่บ่อนทำลายความเชื่อมั่น และขัดต่อเจตนารมณ์ของผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) วาระพิเศษ ครั้งที่ 3 อย่างร้ายแรง
กองทัพเรือขอเรียกร้องให้กัมพูชาปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ตนเป็นภาคีอย่างเคร่งครัด ยุติการบิดเบือนข้อเท็จจริง และร่วมกันสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธีอย่างแท้จริง
Advertisement