
ศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้ง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายจักรพงษ์ แสงมณี ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ธีราภา ไพโรจน์กุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นายประเมศฐ์ พิชญ์พันธ์เดชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นายฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ที่ปรึกษารองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายพีรวิชญ์ ขันติศุข ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วย น.ส.บุณยกร ดำรงรัตน์ ผู้สมัครสส.กทม. เขต 4 หาเสียง และรับฟังปัญหาจากชาวบ้านในพื้นที่
โดยเมื่อศาสตราจารย์ยศชนันเดินทางมาถึง ได้เดินทักทายกับประชาชนที่มาให้การต้อนรับ และรับฟังปัญหาของประชาชน ช่วงหนึ่งมีการขึ้นสไลด์ฉายภาพถึงแนวทางการเวรคืนที่ดิน สอดรับกับนโยบายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งอาจใช้คลองเตยเป็นสถานที่ตั้ง แต่ท้ายที่สุดก็ถูกพับไปแล้ว พร้อมเสนอข้อเสนอแบ่งที่ดิน 20% ของท่าเรือคลองเตย จากการศึกษาใน 3 รูปแบบในการทำชุมชนสร้างใหม่ พร้อมระบุว่า หากพรรคเพื่อไทยได้รับความไว้วางใจให้จัดตั้งรัฐบาล ขอให้แบ่งที่ดินของการท่าเรือมาสร้างเมืองใหม่ให้คนจน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้อย่างชัดเจน รวมถึงการต่อสู้เรื่องที่อยู่อาศัยของชาวคลองเตยที่มีมาอย่างยาวนาน เพราะเวลาคือโอกาสที่จะเห็นว่าประเทศไทยเสียเวลาเรื่องความขัดแย้งกับการพัฒนามาอย่างยาวนาน และเรื่องที่อยู่อาศัยลูกหลานก็จะเสียอนาคตไปด้วย
ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับประชาชนชาวรากหญ้ามากที่สุด เช่นโครงการบ้านเอื้ออาทร และโครงการบ้านเพื่อคนไทย ที่ต้องยอมรับไอเดียในการใช้ที่ดินการรถไฟมาสร้าง ถือเป็นโครงการที่ดีที่สุด หลังจากนี้จะเป็นโจทย์ของพรรคเพื่อไทยว่าทำอย่างไรก็ได้ให้นำโครงการ “บ้านเพื่อคนคลองเตย” เข้าไปบรรจุในนโยบายของรัฐบาล เพราะคนคลองเตย อยากมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง เราไม่ได้แบมือขอ แต่มีแผนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย โดยรัฐบาลไม่ต้องออกเงินสักบาท เพียงแต่ขอแบ่งปัน 20% ของที่ดินทั้งหมดมาพัฒนาตนเอง
ขณะที่ปัญหาด้านการสาธารณสุข ตัวแทนชาวบ้านสะท้อนว่า อยากให้มีศูนย์ล้างไตในคลองเตย หรือสนับสนุนเครื่องมือล้างไตในพื้นที่ รวมถึงการขยายโรงพยาบาล และสร้างศูนย์กายภาพ แม้ว่าจะมีประชาชนอาศัยในพื้นที่จำนวนมาก แต่กลับไม่มีบริการรถขนส่งสาธารณะ และคาดว่ารัฐบาลที่มาจากพรรคนี้จะช่วยให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ส่วนปัญหาด้านการศึกษา ตัวแทนชาวบ้านสะท้อนว่า ในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเด็กกลุ่มเปราะบาง ชีวิตเลือกเกิดไม่ได้ แต่การศึกษาก็จำเป็น ฉะนั้น จึงควรมีโรงเรียนอาชีวะในพื้นที่ เนื่องจากกว่าร้อยละ 80 เด็กส่วนใหญ่เรียนสายอาชีพ และเชื่อว่าการศึกษาจะสามารถนำพาชีวิตไปสู่อนาคตได้ พรรคเพื่อไทยอย่างไรหัวใจก็คือประชาชน ขณะเดียวกันที่หลายคนบอกว่าการเมืองกินไม่ได้ แต่ตนคิดว่าตั้งแต่ 20 ปีที่ผ่านมา ในปี 2547 การเมืองนั้นกินได้คือตั้งแต่มีนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคในตอนนั้น ตนจึงเข้าใจ
สำหรับปัญหาด้านการเดินทาง ตัวแทนชาวบ้านสะท้อนว่า รถเมล์อยู่ดีคืนดีสาย 72 ก็หายไป ไม่เคยแจ้งประชาชนว่าจะไม่วิ่ง ทำให้ประชาชนลำบาก อยากให้เอารถเมล์สาย 72 กลับมาได้หรือไม่ ในช่วงเช้าหรือเย็นที่ประชาชนจำเป็นต้องใช้รถ อยากให้รถกลับมาวิ่งได้หรือไม่
ด้านนายสุริยะ กล่าวว่า ตั้งแต่มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ให้นางมนพร เจริญศรี ผู้สมัคร สส.นครพนม ในฐานะอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เข้ามาดูแล ซึ่งมี 3 เรื่องที่ทางประชาชนเสนอมา เรื่องที่อยู่อาศัยตนคิดว่าข้อเสนอต่างๆ อยากให้เอกชนมาก่อสร้าง เรื่องนี้หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตนยืนยันว่าจะทำให้เป็นจริง ส่วนเรื่องการรักษาพยาบาล ทุกคนคงทราบดีอยู่แล้วว่าพรรคเพื่อไทยตั้งแต่เริ่มทำ 30 บาทรักษาทุกโรค ต้องรักษาได้ทุกที่ เพื่อให้นโยบายเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนทั่วประเทศ
นายสุริยะ กล่าวต่อว่า สำหรับข้อเสนอแนะในการสร้างศูนย์กายภาพหรือศูนย์ล้างไต ตนคิดว่าหากได้รับการเลือกตั้งเข้ามาพร้อมทำทันที ขณะที่เรื่องที่อยู่อาศัย บ้านเพื่อคนไทย เมื่อเป็นคนไทยก็ต้องมาสนองโครงการบ้านเพื่อคนไทย และความเป็นไปได้ แต่ที่ผ่านมาเรามีการทำที่อยู่อาศัยตามเส้นทางรถไฟ แต่ในเมื่อชาวคลองเตยไม่มีที่อาศัย ก็จะสามารถดัดแปลงทำโครงการนี้ ส่วนเรื่องการเดินทางเห็น ป้ายหาเสียงรถไฟฟ้า 20 บาท รถเมล์ติดแอร์ 10 บาท หรือไม่ ต่อไปนี้เราจะมีรถเมล์ติดแอร์ ส่งไปถึงรถไฟฟ้า ซึ่งจะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่าย เรื่องที่สำคัญที่สุด พรรคเพื่อไทยได้มีการพูดคุยกันและจะทำให้คนไทยหายจน หากประกาศออกมาก็เชื่อว่าประชาชนชาวคลองเตยจะปรบมือให้กับพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน
โดยศาสตราจารย์ยศชนัน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยหัวใจประชาชน อย่างไรก็ต้องทำให้อยู่แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่ 2 เรื่องคือ การศึกษาและสาธารณสุข ซึ่งเรารับไว้ทั้งหมด ทั้งนี้นอกจากเรื่องโรคไตแล้ว จะมีเรื่องโรคหัวใจและมะเร็งด้วย บางคนเป็นผู้ป่วยติดเตียงบางคนต้องดูแลผู้ป่วยติดเตียง ขอให้รอนิด วันที่ 8 มกราคมนี้ ตนจะเปิดนโยบาย ขอให้จองที่แถวหน้าได้เลย ตนจะเป็นคนประกาศเอง
ขณะที่เรื่องการศึกษา จะทำโครงการส่งเสริมอาชีวศึกษา ที่จะต้องไประดับโลกให้ได้และกลับมาสร้างอาชีพให้กับคนไทย ซึ่งมีหลายแนวทางที่จะทำได้ แต่สิ่งสำคัญที่จะพยายามเน้นย้ำคือการเข้าถึงของเอไอ หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่เราจพพยายามทำให้คนไทย 1 ใน 3 สามารถเข้าถึงได้ โดยเน้นไปที่การสอนให้ใช้เป็นผ่านฐานข้อมูลของรัฐบาล และหากไม่มีความรู้ในเรื่องนี้อาจโดนคนอื่นหลอก จึงจำเป็นต้องให้ทุกคนเข้าถึงให้ได้มากที่สุด คู่ขนานไปกับการศึกษาที่ดี เด็กไทยอยากเรียนต้องได้เรียน และเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ตนต้องเดินออกมาจากรั้วมหาวิทยาลัยและมาทำในเรื่องนี้ เพราะอยู่ในจิตวิญญาณ
“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือนโยบาย ใครก็เขียนได้ แต่จะมีสักกี่คนที่เคยทำนโยบายให้สำเร็จ และหลายคนนั่งอยู่ตรงนี้แล้ว วันนี้พร้อมทันที หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สาย 72 มาแน่ไม่ต้องห่วง ไม่ว่าจะเกิดที่ไหน หรืออยู่ที่ไหน วันนี้พรรคเพื่อไทยเราส่งผู้สมัครครบ บวกลบนิดหน่อย และขอฝาก น.ส.บุณยกรด้วย หากเราอยากให้ชีวิตคนไทยกินดีอยู่ดีไม่ว่าจะคนเด็ก คนแก่คนชรา ก็ต้องเท่าเทียมกัน เรามีเวลา 1 เดือน เลือกตั้งพรุ่งนี้เราก็พร้อมทำงานทันที หากเห็นผู้สมัครท่านไหนใส่เสื้อแบบนี้สามารถฝากชีวิต ฝากอนาคตได้ ขออย่างเดียว 8 กุมภาพันธ์ อย่าประมาทเลือกทั้งคนทั้งพรรค” นายยศชนัน กล่าว
จากนั้นศาสตรจารย์ยศชนัน และคณะได้เดินลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงภายในชุมชน โดยช่วงหนึ่งนายยศชนัน ได้แวะทักชาวบ้านที่นั่งปอกมะละกอเตรียมตำส้มตำอยู่หน้าบ้าน โดยชาวบ้านได้กล่าวอวยพรขอให้โชคดี ติดตามตั้งแต่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก่อนจะแซวนายยศชนันว่า ดังไวเลย เพราะดูทุกวัน จนคนที่บ้านแซวว่าไม่มีอะไรดูแล้วหรือ ขอให้สำเร็จ ด้านนายยศชนัน กล่าวว่า วันนี้มารับฟังปัญหาทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย สาธารณสุขและคมนาคม ก่อนฝากผู้สมัคร ให้เลือกทั้งคนและพรรค
นอกจากนี้ยังมี 2 ตายายแฟนคลับพรรคเพื่อไทย สวมเสื้อโลโก้ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย โดยนายยศนัน ได้ติดกระดุมเสื้อให้กับคุณตาที่กำลังสวมเสื้อ พร้อมกับกล่าวว่า ตนมีกิน มีใช้ เพราะนายทักษิณ บ้านตนมี 6 คนยกให้ทั้งพรรคเลย ตนรักทักษิณมากเลย ก่อนที่ตาจะถามว่า นายทักษิณอยู่พรรคไหน ทำให้นายยศชนันตอบแบบเขินๆ “แกอยู่พรรคนี้แหล่ะครับ แต่ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว”
Advertisement