
วันที่ 12 ส.ค.2569 ความคืบหน้ากรณีชายวัย 33 ปี ซึ่งมีพฤติกรรมคลุ้มคลั่ง ขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปป่วนภายในโรงเรียนประชารัฐบำรุง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ทั้งเบิ้ลเครื่องเสียงดัง ตะโกนโหวกเหวกโวยวาย และก่อนหน้านี้ยังมีพฤติกรรมเร่งเครื่องเกือบพุ่งชนรถฝ่ายปกครอง ก่อนขี่รถหลบหนี
ล่าสุดเมื่อช่วงประมาณ 09.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับคลิปที่สามารถบันทึกภาพชายรายดังกล่าวได้บริเวณทางโค้งก่อนเข้าตลาดบางบัวทอง ขณะยืนตะโกนเสียงดังใส่ชายที่ขับรถเก๋ง ก่อนจะมีปากเสียงและเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกัน พร้อมฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าดูแล เนื่องจากเกรงว่าอาจก่อเหตุรุนแรงขึ้น
ต่อมาเวลา 13.26 น. วันที่ 12 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ พบกับ นายนพดล อายุ 78 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ ซึ่งเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่า ช่วงเวลาประมาณ 09.20 น. เห็นชายสูงอายุที่ขับรถยนต์มีปากเสียงกับชายวัยรุ่นที่ขี่รถจักรยานยนต์ โดยไม่ทราบว่าทั้งคู่มีปัญหากันมาจากเรื่องใด
ขณะเกิดเหตุ ชายวัยรุ่นได้จอดรถจักรยานยนต์ ก่อนเดินปรี่เข้าไปหาชายสูงอายุที่ขับรถยนต์ จากนั้นทั้งคู่ลงมาโต้เถียงกันอยู่กลางถนน ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย เมื่อชายวัยรุ่นสาวหมัดชกชายสูงอายุประมาณ 3 ครั้ง
จากนั้นชายสูงอายุได้หยิบกระบองที่อยู่ภายในรถออกมาตอบโต้ ทำให้ทั้งคู่เกิดการชุลมุนและทำร้ายร่างกายกันอยู่กลางถนนประมาณ 2 นาที ก่อนที่ชายสูงอายุจะตัดสินใจกลับขึ้นรถยนต์และขับออกจากจุดเกิดเหตุ
อย่างไรก็ตาม ชายวัยรุ่นยังขี่รถจักรยานยนต์ตามไป และพยายามเรียกให้ชายสูงอายุลงจากรถอีกครั้ง แต่ชายสูงอายุไม่ได้ลงมา ก่อนที่ชายวัยรุ่นจะขี่รถจักรยานยนต์ออกจากพื้นที่ไป
หลังเหตุการณ์สงบ ชายสูงอายุได้ลงจากรถมาพูดคุยกับนายนพดล โดยพบว่าได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้า มีลักษณะปูดบวม และคาดว่าหลังจากนั้นน่าจะเดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล
นายนพดล กล่าวอีกว่า ขณะเกิดเหตุไม่ทราบว่าชายวัยรุ่นรายดังกล่าวเป็นบุคคลเดียวกับที่ก่อนหน้านี้เข้าไปก่อความวุ่นวายและตะโกนโวยวายภายในโรงเรียน ก่อนจะมาทราบภายหลัง เมื่อรู้ว่าเป็นคนเดียวกันก็รู้สึกตกใจ เพราะชายรายนี้มีพฤติกรรมก่อเหตุหลายจุดในพื้นที่
ทั้งนี้ นายนพดล ยอมรับว่ารู้สึกกังวลเรื่องความปลอดภัย และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวชายดังกล่าวให้ได้โดยเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้กลับไปก่อเหตุหรือทำร้ายประชาชนรายอื่นซ้ำอีก
น.ส.เอ (นามสมมุติ) ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่าเท่าที่ดูเหมือนขับรถปาดหน้ากันมา โต้เถียงกันผู้ชายที่ขี่รถเก๋งใช้ไม้ตีคนขี่รถจยย.หลังจากนั้นแยกย้ายกัน คนขี่รถจยย.ขับรถตามคนขับรถเก๋ง ผู้ชายขี่รถจยย.มีท่าทีเหมือนคนเมายา พยายามจะเปิดประตูรถเก๋ง ตีกันอยู่ประมาณ 1-2 นาที ตอนแรกไม่รู้ว่าเป็นคนเดียวกันกับที่ไปเอะอะโวยวายอยู่ในโรงเรียน ตอนนี้ยังจับตัวไม่ได้ตนรู้สึกกลัว เรื่องความปลอดภัย อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวได้เร็วๆ
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้ เดินทางเข้าพบ นายโก๋ อายุ 45 อดีตอาสาสมัครตำรวจ ซึ่งเป็นผู้เสียหายในคลิปที่ปรากฏถูกชายคลั่งต่อย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนขับรถมาจากเส้นไทรน้อย กำลังจะกลับรถใต้สะพานเห็นมอเตอร์ไซค์ ตัวคนขับส่ายไปส่ายมาตนเลยบีบแตร โดนหาเรื่องตั้งแต่ตอนนั้น จนมาถึงจุดเกิดเหตุ คู่กรณีท้าทายให้ตนจอดรถแต่ตนยังไม่จอด ขับรถมาจะให้ตนชน ตะโกนด่าตนไอ้เฮีย ไอ้ควาย ท้าทายให้ ตนจอดรถตนไม่ใช่พระอิฐพระปูน ตนเลยยูเทิร์น แล้วจอดข้างทาง คู่กรณีเดินข้ามฝั่งมา ตนเห็นท่าไม่ดีเลยปวดหลังรถมีกระบองอยู่ 1 อันเอาไว้ป้องกันตัว พระคู่กรณีตัวใหญ่ เดินปรี่เข้ามาหาตนจนเลยใช้มือผลัก คู่กรณีเลยชกมาที่หน้า ตนเอากระบองฟาดกลับไปแค่ 1 ที คู่กรณีเอาแขนรับกระบองหัก ตนโดนต่อยทั้งหมด 3 หมัด ตนมองว่าถ้าอยู่ตรงนี้ต่อจะยืดเยื้อเลยตัดสินใจถอยรถออกมาจากที่เกิดเหตุ จะไปแถวตลาดบางบัวทองเผื่อมีตำรวจอยู่คู่กรณีขับตาม ตนไม่อยากเสียเวลา ในรถตอนมีมีดคัตเตอร์โชคดีที่ข่มใจไว้ได้ ทำไปบาดเจ็บหนักจนก็โดนดำเนินคดี ตอนนี้แจ้งความแล้วตำรวจให้ไปตรวจร่างกาย ตนมองว่าคนนี้เป็นภัยต่อสังคมยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวชายวัย 33 ปีรายดังกล่าวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
Advertisement