
วันนี้ (4ม.ค.69) ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ชี้แจงข้อกล่าวหาของกัมพูชาที่อ้างว่าไทยละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักมนุษยธรรม พร้อมตั้งข้อสังเกตรวม 8 ประเด็น คือ กรณีกัมพูชารุกล้ำอธิปไตยจริงหรือไม่นั้น ฝ่ายไทยยืนยันหลักฐานชัดเจนว่า กำลังติดอาวุธของกัมพูชา เข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่การปกครอง และอำนาจอธิปไตยไทย เข้าข่ายละเมิดอธิปไตยของรัฐอื่น ซึ่งขัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติและหลักกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ
กัมพูชาใช้พื้นที่พลเรือนหรือหมู่บ้านเป็นฐานทหาร โดยการนำกำลังทหาร อาวุธ หรือคลังยุทโธปกรณ์ไปตั้งในพื้นที่พลเรือน เป็นการละเมิดหลักการคุ้มครองพลเรือน (Civilian Protection) และเข้าข่าย การใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ (Human Shield) ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
กัมพูชาใช้อาวุธยิงจากพื้นที่ชุมชนเข้ามาในฝั่งไทย โดยการโจมตีจากพื้นที่ที่มีพลเรือนอาศัยอยู่ ซึ่งไม่เพียงทำให้พลเรือนของตนเองตกอยู่ในอันตราย แต่ยังเป็นการจงใจเพิ่มความเสี่ยงต่อการตอบโต้ ซึ่งขัดต่อหลักความระมัดระวัง(Precaution) อย่างร้ายแรง
กัมพูชาใช้อาวุธยิงต่อเป้าหมายพลเรือนไทย โดยฝ่ายไทยมีรายงานความเสียหายต่อบ้านเรือน โครงสร้างพื้นฐาน และพื้นที่ชุมชน ซึ่งไม่มีลักษณะเป็นเป้าหมายทางทหารการโจมตีเช่นนี้เข้าข่าย การโจมตีพลเรือนโดยตรง ซึ่งเป็นอาชญากรรมสงครามตามกฎหมายระหว่างประเทศ
ฝ่ายกัมพูชายังยั่วยุให้เกิดการปะทะ โดยเป็นการยั่วยุทางทหารอย่างเป็นระบบ เช่น การเคลื่อนกำลังติดอาวุธ การยิงข้ามแดน หรือการละเมิดแนวหยุดยิง เข้าข่ายการคุกคามสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ และบ่อนทำลายความพยายามในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ
นอกจากนี้ฝ่ายกัมพูชาไม่ยอมเก็บกู้ร่างทหารของตนเอง ซึ่งตามกฎหมายมนุษยธรรมกำหนดให้คู่ขัดแย้งต้องค้นหา เก็บกู้ และปฏิบัติต่อผู้เสียชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี การละเลยหน้าที่นี้ เป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรมขั้นพื้นฐาน
ฝ่ายกัมพูชายังกล่าวหาไทยเรื่องการปฏิบัติขัดต่อหลักมนุษยธรรม ซึ่งภายใต้ความขัดแย้งสมัยใหม่นั้น การสื่อสารและสงครามข่าวสารถูกใช้ควบคู่กับการปฏิบัติทางทหาร ข้อกล่าวหาบางประการถูกนำเสนอ โดยไม่สะท้อนข้อเท็จจริงครบถ้วน แต่ประเทศไทยยึดหลักว่า “ข้อเท็จจริงต้องมาก่อนวาทกรรม”
ทั้งนี้ประเทศไทยได้เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ พิจารณาสถานการณ์บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ หลักมนุษยธรรม และ หลักฐานที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่จากการบิดเบือนข้อมูล หรือการโฆษณาชวนเชื่อ
Advertisement