ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.35 น. วันที่ 29 ส.ค. 68 ที่กระทรวงกลาโหม ก่อนการประชุมสภากลาโหม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหมและรักษาการ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล
โดยมี พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกพ ล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ ร่วมประชุม โดยใช้เวลาหารือประมาณ 45 นาที หลังจากนั้นจึงเข้าประชุมสภากลาโหม ในเวลา 14.20 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมอ่านคำวินิจฉัยคดี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ซึ่งมีคำวินิจฉัยพ้นตำแหน่ง และ ครม.พ้นจากตำแหน่งยกชุด
พล.อ.ณัฐพล เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลว่าวันนี้เป็นการพูดคุยและพิจารณากันครั้งสุดท้าย โดยที่ผ่านมาก็มีการพูดคุยกันเป็นระยะ ซึ่งการหารือเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีข้อขัดแย้งใดๆ ทั้งสิ้น โดยคำนึงถึงแผนปรับลดนายพล ซึ่งในปี พ.ศ. 2551 เรามีตำแหน่งระดับผู้ทรงคุณวุฒิ 756 คน และเป้าหมายคือในปี 2571 ต้องเหลือ 378 คน ซึ่งเป็นไปตามลำดับ และปีนี้ยังลดได้ตามเป้า แต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ละเอียดได้ ต้องรอโปรดเกล้าฯ จึงจะสามารถเปิดเผยได้
พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่าการจัดโผครั้งนี้ เป็นไปตามที่ ผบ.เหล่าทัพเสนอ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เนื่องจากได้มีการพูดคุยกันเป็นระยะ และขอความร่วมมือ ผบ.เหล่าทัพ ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการว่าอยากให้สร้างกองทัพที่มีความเหมาะสม มีความพร้อมรบ ในการปฏิบัติการรับมือภัยทุกชนิด หลายรูปแบบ โดยเฉพาะสถานการณ์ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้น การปรับย้ายครั้งนี้จึงมีความพิเศษ คือปรับกำลังพลให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่มีความตึงเครียดบริเวณชายแดนทั้งด้านตะวันออก และด้านตะวันตก เนื่องจากในสถานการณ์ปกติ เราปรับย้ายโดยคำนึงถึงหลักอาวุโส แต่ปัจจุบันต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถ บุคลิกภาพประกอบด้วย
เมื่อถามว่า มีการนำกระแสเรียกร้องเรื่องชายแดนไทย - กัมพูชา โดยเฉพาะเรื่องแม่ทัพภาคที่ 1 มาพิจารณาด้วยหรือไม่ พล.อ. ณัฐพล ยืนยันว่าไม่มีผล เนื่องจากเป็นอำนาจในการพิจารณาของผู้บัญชาการทหารบก ส่วนการที่ผู้บัญชาการทหารเรือ ออกจากห้องประชุมเป็นคนสุดท้าย เนื่องจากมีการหารือเป็นพิเศษหรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่มีอะไร อาจเกิดจากการที่ติดธุระ
พร้อมกันนี้ได้ยืนยันว่า ในวันนี้ได้ลงนามรับรองบัญชีรายชื่อโยกย้ายดังกล่าว ร่วมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพเรียบร้อยแล้ว และแม้ว่าในขณะนี้จะดำรงตำแหน่งรักษาราชการ รมว.กลาโหม หลังจากที่คณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งก็ไม่มีผลใดๆ เนื่องจากเป็นการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551
จากนั้น ในที่ประชุมได้ขอบคุณผู้บังคับหน่วย ทั้งปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของกระทรวงกลาโหมจนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และได้เน้นย้ำ การเตรียมการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และเตรียมความพร้อมสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารที่เสนอให้พิจารณาเห็นชอบ ได้แก่ พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ เป็น ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อ.เสกสรร คันธา เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ร.อ. ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ เป็นผู้บัญชาการทหารเรือ
ขณะที่กองทัพบก ซึ่งยังไม่มีการเปลี่ยนผู้บัญาการทหารบก เนื่องจาก พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ยังไม่เกษียณอายุราชการ แต่จะมีการปรับเปลี่ยนในส่วนของ 5 เสือทบ.โดยมีชื่อของ พล.อ.ชิษณุพงษ์ รอดศิริ ผช.ผบ.ทบ. ขึ้นเป็น รองผบ.ทบ. พล.ท. อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่1 เป็น ผช.ผบ.ทบ. พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผบ.นสศ.เป็น ผช.ผบ.ทบ. พล.ท.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เป็นเสนาธิการทหารบก โดยมีชื่อ พล.ท.วรยศ เหลืองสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 1 เป็นแม่ทัพภาคที่1 และ พล.ต.วีระยุทธ รักศิลป์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่2
Advertisement