
การเป็นที่พูดถึงกันในวงกว้างกับการลดน้ำหนักโดยการพึ่งวิธีวิทยาศาสตร์ ซึ่งในโลกโซเชียลมีการเปรียบเทียบกันอย่างดุเดือด ระหว่างทีมที่เลือก “ออกกำลังกาย” กับทีมที่เลือกใช้ “ปากกาลดน้ำหนัก” ล่าสุดตัวแม่สายเฮลตี้อย่าง “เบเบ้ ธันย์ชนก ฤทธินาคา” ได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องนี้อย่างเป็นกลาง พร้อมทั้งอัปเดตเรื่องราวชีวิต ทั้งเบื้องหลังท่าเต้นไวรัล “ไฟฉายย่อส่วน” และกระแสข่าวลือขาเตียงหักที่หลายคนกำลังจับตามอง
“เบเบ้” เผยถึงมุมมองต่อดรามาปากกาลดน้ำหนักว่า ในฐานะคนที่ดูแลตัวเองมาตลอด แน่นอนว่าตนเองอยู่ฝั่งสนับสนุนการออกกำลังกายอยู่แล้ว แต่ก็มองว่าเรื่องนี้เป็นทางเลือกของแต่ละคน สำหรับคนที่มีน้ำหนักตัวเยอะ ปากกาลดน้ำหนักอาจเป็นตัวช่วยและเป็นกำลังใจที่ทำให้เขาอยากสู้ต่อ ซึ่งตนเองไม่ได้ขัดใจและพร้อมสนับสนุน เพราะเพื่อนรอบตัวหลายคนก็ใช้ปากกาควบคู่ไปกับการออกกำลังกายเช่นกัน
ส่วนกระแสโซเชียลที่แซวกันขำ ๆ เรื่องคนไม่มีเงินซื้อปากกาเลยต้องหันมาออกกำลังกายแทนนั้น “เบเบ้” มองว่าในระยะยาวการออกกำลังกายจะช่วยลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้จริง แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่อยากเตือนคือเรื่องความปลอดภัย ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้การดูแลและคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และท้ายที่สุด ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหน ปลายทางของคุณหมอก็ต้องแนะนำให้ปรับไลฟ์สไตล์กลับมาออกกำลังกายเพื่อควบคุมน้ำหนักและสุขภาพในระยะยาวอยู่ดี
สำหรับกระแสไวรัล “ท่าไฟฉายย่อส่วน” ที่คนแห่เต้นตามทั่วบ้านทั่วเมือง “เบเบ้” เล่าว่า มาจากการที่ช่วงนี้ได้เดินสายนำเต้นแอโรบิกในหลากหลายพื้นที่และหลายจังหวัด ซึ่งเป็นงานที่เฝ้ารอคอยมานาน หลังจากที่ทำงานสายออกกำลังกายมานานถึง 7-8 ปี จนบางวันแอบรู้สึกว่าแพสชันลดน้อยลงไปบ้าง แต่พอได้ออกเดินทางไปเจอผู้คนเยอะ ๆ ก็ทำให้อะดรีนาลีนหลั่ง รู้สึกสนุก ตื่นเต้น และแพสชันกลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้งจนอยากให้มีงานติดต่อเข้ามาเรื่อย ๆ
อย่างไรก็ตาม ภายใต้รอยยิ้มและความสนุก “เบเบ้” ยอมรับว่าต้องทำการบ้านหนักมากในทุกงาน เพื่อคิดค้นและปรับเปลี่ยนสเต็ปไม่ให้คนเต้นรู้สึกเบื่อ และอยากชวนเพื่อนมาออกกำลังกายด้วยกัน
นอกจากนี้ เจ้าตัวยังแอบเปิดมุมมืดในใจว่า ในอดีตเคยเครียดและกดดันตัวเองเรื่องภาพลักษณ์และรูปร่างสูงมาก คอยเช็กตลอดว่าหุ่นวันนี้เป็นอย่างไร กล้ามชัดไหม จนบางวันไม่กล้าออกจากบ้าน ทั้งที่ความจริงอาจไม่มีใครสนใจเราขนาดนั้น แถมเวลาไปเจอแฟนคลับ หลายคนชอบเดินเข้ามาทักทายแล้วจู่ ๆ ก็จับท้องทันที จนทำให้รู้สึกกังวลว่าวันนี้หุ่นเราไม่ฟิตหรือเปล่า
แต่ปัจจุบัน “เบเบ้” เผยว่าสามารถปรับสมดุลความคิดได้มากขึ้น ไม่เครียดเรื่องรูปร่างจนเกินไป ขอแค่สรีระร่างกายและจิตใจสุขภาพดีก็พอแล้ว ส่วนเวลาที่มีคนบอกว่าอยากตัวเล็กเหมือนพี่ “เบเบ้” ตนก็จะแซวกลับไปขำ ๆ ว่า "อยากตัวเล็กใช่ไหมคะ งั้นต้องเจอท่าไฟฉายย่อส่วน" จนตอนนี้กลายเป็นท่าฮิตที่ทุกคนต้องขอให้ทำ
ปิดท้ายด้วยเรื่องราวความรักที่ถูกจับตามองว่าพักหลังไร้โมเมนต์หวาน ๆ ในโซเชียล จนคนสงสัยในความสัมพันธ์ ซึ่ง “เบเบ้” ยืนยันชัดเจนว่า "เหมือนเดิมและอยู่ตัวดีค่ะ" เป็นความสัมพันธ์แบบผู้ใหญ่ที่คุยกันรู้เรื่อง ต่างคนต่างทำหน้าที่และโฟกัสเรื่องงานของตัวเอง
โดยส่วนตัวไม่ใช่คู่ที่เน้นความหวือหวามาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และตัว “พิชญ์" กาไชย” เองก็เป็นคนทำงาน ไม่ถนัดเรื่องการแชร์เรื่องราวส่วนตัวผ่านโซเชียลมีเดีย ปกติใช้ชีวิตกันเรียบง่ายธรรมดามาก รูปคู่เลยน้อยและแทบไม่ได้ถ่ายเก็บไว้เลย ขาเมาท์ทั้งหลายสบายใจได้ รักยังหวานแต่อยู่ในโหมดส่วนตัวเท่านั้น
Advertisement