
ประเด็นที่ได้รับความสนใจไปทั่วโซเชียล จากกรณีนักแสดงและศิลปินสาว "มัดหมี่ พิมดาว" ได้โพสต์เล่าประสบการณ์ร่วมปฏิบัติธรรมกับ อาจารย์ ต. ครูทางจิตวิญญาณ อ้างตนเป็นผู้วิเศษ สามารถตัดกรรมได้ จนลูกศิษย์หลงเชื่อ ก่อนทุกอย่างจะเปลี่ยนไปหลังจาก ไฮโซ ต. และภรรยาเข้ามามีบทบาท สุดท้ายสูญเสียเงินกว่า 8 ล้านบาท ที่คิดว่าเป็นการทำบุญ ซึ่งทราบเรื่องภายหลังกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อมา "ไฮโซดาต้า ดรัลชรัส" อีกหนึ่งนักแสดงสาว ก็ได้แชร์ข่าวของ "มัดหมี่ พิมดาว" ว่าตัวนั้นก็เคยเจอชะตากรรมเดียวกัน แถมยังมีผู้เสียหายจำนวนมาก
ล่าสุด บรรดาผู้เสียหายทั้งนักแสดงสาว "มัดหมี่ พิมพ์ดาว" และ "ไฮโซดาต้า ดรัลชรัส" รวมถึง "คุณขวัญ" หรือ "ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์" นักธุรกิจคนดังที่เคยออกมาโพสต์เรื่องราวก่อนหน้านี้ ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนถึงประเด็นที่ถูกอาจารย์ ต. อ้างตนเป็นผู้วิเศษ และไฮโซ ต. หลอกทำบุญสูญเงินรวมมากกว่า 50 ล้านบาท
ทางด้าน มัดหมี่ เผยว่า ตนสูญเสียประมาณ 8 ล้านบาท และรู้จักจากรุ่นพี่ 2 คนที่ไว้ใจและสนิท เพราะช่วงนั้นถ่ายทำภาพยนตร์และมีอาการซึมเศร้า เครียด และได้ไปปฏิบัติธรรม พบจิตแพทย์ แต่มันไม่หาย รุ่นพี่ก็เลยแนะนำว่ามีผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ช่วยเรื่องเอาพลังงานไม่ดีออก เราก็เลยโอเค เพราะรุ่นพี่เรานับถือด้วย เราก็เลยไป นั่นเลยเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องในช่วงปี 2560
สิ่งที่เขาสอนในตอนนั้น ตนได้บอกเขาว่า ตัวเองเป็นซึมเศร้า แต่สิ่งที่เขาบอกคือ มันคือเรื่องของกรรม เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราเป็นเรื่องของกรรมในอดีตชาติ ณ ตอนนั้นเราก็ค่อนข้างเชื่อ มันมีความอบอุ่น เพราะเป็นกลุ่มคนเล็กๆ 15 คน ยังไม่ใช่กลุ่มใหญ่ ช่วงแรก ๆ ยังไม่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ครั้งที่ 2 ที่ 3 เริ่มมีเรื่องเงินเข้ามา บอกให้โอนเงินเข้ามูลนิธิ หรือเอาไปทำบุญที่ไหนก็ได้แล้วแต่เราได้เลย พอเริ่มมีคนเข้ามาร่วมเยอะ ๆ 100-200 คน ก็เริ่มให้โอนให้เขาแล้ว
ส่วนสาเหตุที่ทำให้เชื่อในตัวอาจ ต. ตนบอกว่า ช่วงนั้นตนอ่อนแอ ต้องการหาที่พึ่ง ตนแค่ต้องการหายจาก ณ ตอนนั้นถึงเชื่อ สำหรับรุ่นพี่ที่ชวนเราไปก็ยังอยู่ยังศรัทธา ซึ่งเราก็ทำอะไรไม่ได้ และที่มาออกรายการโหนกระแสในวันนี้ เพราะอยากรับผิดชอบในส่วนนี้ที่ได้ชักจูงคนมาร่วมปฏิบัติธรรม เพราะตอนแรกคิดว่ามันดี ทุกอย่างมันของจริง ก็เลยอยากจะขอโทษคนที่เราชักจูงนำพาไป และขอโทษคนที่ยังอยู่ คนที่ออกมาแล้วก็ถือว่าโชคดี ส่วนคนที่ยังอยู่เขาอาจจะมีวาระกรรมต่อกัน และยังมีความเชื่อ
สำหรับเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกเอ๊ะ ตนสงสัยตอนที่รู้สึกว่า วิถีชีวิตของอาจารย์คนนั้นเริ่มเปลี่ยนไป จากความสมถะ เริ่มเปลี่ยนรถ เปลี่ยนบ้าน ใส่แบรนด์เนม ติดในวัตถุ ตนปฏิบัติธรรมมา 4 ปี เริ่มเอ๊ะมาตอน 2564 ที่บ้าน ครอบครัวเตือนว่านี่ไม่ใช่วิถีของพุทธศาสนา ก็ทะเลาะกับที่บ้านเลย เราปกป้องสำนักมากตอนนั้น ตอนที่เข้าปฏิบัติธรรม ตนเข้าไปทุกๆ 2 เดือน เพราะมันเป็นคอร์ส เขาให้นั่งสมาธิ สวดมนต์ ลดละกรรม และตัวเขาเองก็จะเอากรรมออกให้เรา โดยให้เรานั่งสมาธิและให้นึกถึงองค์พระผู้สร้าง ที่ตอนนั้นบอกว่ามีพระเยซูกับพระพุทธเจ้าอยู่ร่วมกัน ทำให้เราไม่เอ๊ะเลย เพราะเขาบอกว่าศาสนาทุกศาสนาอยู่ร่วมกันได้ และเขาเองก็บอกว่า ตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เปลี่ยนจิตแล้ว และมีหน้าที่ช่วยเหลือคน
ทางด้าน "ไฮโซดาต้า" เผยต่อว่า ตนรู้จักกับอาจารย์คนนี้เพราะ มัดหมี่ พิมดาว ชวนไปปฏิบัติธรรมด้วยกัน เพื่อนเห็นเราปวดหัวไมเกรนตลอด ไปหาหมอก็ไม่หายสักที เราก็จนปัญญา เป็นจุดที่ดิ่งสุดในชีวิต ในตอนนั้นปวดแบบหาสาเหตุไม่ได้ หาหมอปัจจุบัน แผนไทยแผนจีนอินเดียก็ไปหมด ทาง มัดหมี่ ก็ห่วงเรา เลยชวนมาที่นี่ รุ่นพี่เขาบอกว่าช่วยได้ เราเห็นว่าเป็นคนน่ารักน่าเชื่อถือ เราก็เลยไม่คิดอะไรก็เลยไป
ถามถึงเหตุการณ์ที่ไปร่วมทำบุญกับสำนักนี้ ตนบอกว่า ช่วงแรกโอนเงินเข้าที่อื่นมาเป็นปี จนกระทั่งคิดว่าเขาคงไม่ได้จะมาหาผลประโยชน์จากตรงนี้จริงๆ เพราะเราโอนเข้าที่อื่นเป็นปีๆ โอนเข้าโรงพยาบาลสงฆ์ หลังจากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนคำว่าโอนมาที่เขาดีที่สุด เป็นบุญสูงสุดเพราะว่าสำนักช่วยคนกลับนิพพาน เขาจะไปสร้างประโยชน์ สุดท้ายพอเราเข้ากองปราบไป กองปราบสืบเก่งมาก ได้ทราบเส้นทางการเงินว่าเงินธุรกรรมทั้งหมด เลยรู้ว่าเงินมันกลายเป็นบ้าน 35 ล้าน รถพอร์ชเงินสด 10 กว่าล้าน เป็นแบรนด์เนม
ส่วนยอดเงินที่ตนสูญเสียไป ตนบอกว่า ทางครอบครัวตนเสียไป 50 ล้านบาท เพราะมีที่ดินด้วย เป็นสิ่งปลูกสร้างอาคารปฏิบัติธรรมที่เขาขอให้เราช่วย ที่ดินทั้งหมด 48 ไร่แต่ส่วนใหญ่หมดเยอะเพราะสร้างสถานปฏิบัติธรรม ซื้อที่ แล้วเงินทำบุญไม่ใช่แค่เรากับมัดหมี่ที่โอน แต่เขามีลูกศิษย์ประมาณ 300 คนในตอนที่เราออกมา มีทั้งหลักแสนหลักล้าน หลัก 10 ล้าน เขาจะสื่อจิตเอาเองว่ามันต้องเท่าไหร่ เขาก็จะบอกวิธีสื่อจิต เหมือนกับเชื่อมจิต บอกคู่กรณีที่เป็นกรรม ให้ถามกรรมเราเลย ซึ่งเรามองไม่เห็น เขสบอกว่ามีพุทธะ พระศิวะอยู่ในร่างเขา
โดยหลังจากออกมา ตนก็เข้ากองปราบเลย พอค้นหาชื่อจริงของอาจารย์คนนี้ขึ้นมาก็พบว่ามีคดีติดตัวหลายอย่าง มีคดีฉ้อโกง อีกทั้งชื่อของภรรยาอาจารย์ก็เป็นคนที่เสียชีวิตไปแล้ว เป็นคดีแจ้งตายเท็จ เขาเคยชี้ภรรยาให้ดู ตนตกใจมาก เขาก็มีคดีฉ้อโกงมาแล้วหลายอัน ของเราก็เป็นคดีฉ้อโกง เจ้าหน้าที่บอกว่าน่าจะเป็นฉ้อโกงประชาชน เพราะมีผู้เสียหาย 10 กว่าคน ตอนนั้นคนบันเทิงก็มี แต่ตอนนี้ไม่มั่นใจ สถานปฏิบัติธรรมก็ยังมีอยู่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความมั่นเพราะวันก่อนได้ไปพบ "พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว" รู้สึกมั่นใจ ท่านก็ช่วยดูแล กองปราบก็ดูแลอย่างเต็มที่เลย
Advertisement