
วันที่ 30 มี.ค.2569 สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือทวีความรุนแรงขึ้น รับการลงพื้นที่ของนายสุชาติ ชมกลิ่นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่จะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ที่เชียงใหม่ และภาคเหนือในวันนี้ ข้อมูลล่าสุดพบว่าจุดความร้อนจากไฟป่าเช้านี้วันที่ 30 มีนาคม 2569 ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ มีจุดความร้อนจำนวน 3,396 จุด แบ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 2,019 จุด ป่าสงวนแห่งชาติ 1,239 จุด และนอกพื้นที่ป่า 138 จุด โดยเชียงใหม่แม่ฮ่องสอนลำปางและน่านวิกฤตหนักที่สุดเชียงใหม่ 783 จุด แม่ฮ่องสอน 598 จุด ลำปาง 447 จุดน่าน 365 จุด
ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่เช้านี้ศูนย์บัญชาการสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ รายงานจุดความร้อนจากไฟป่ายังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอยู่ที่ 787 จุด โดยอำเภอเชียงดาว 149 จุด สะเมิง 100 จุด พร้าว 96 จุด แม่แตง 92 จุด ฮอด 50 จุด แม่วาง 42 จุดดอยสะเก็ด 41 จุด และกระจายตัวไปอีก 15 อำเภอ ถือว่าเข้าสู่ช่วงวิกฤตที่สุดในรอบปีและมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมาจากการสะสมของเชื้อเพลิงในป่า
ขณะที่ภาพของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานกันอย่างหนักตลอดทั้งวันทั้งคืนเข้าดับไฟป่าอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ สะท้อนให้เห็นถึงความเหน็ดเหนื่อยต้องกินนอนกันอยู่ในป่า ท่ามกลางความร้อนฝุ่นควันและความเสี่ยงจากไฟป่า บางชุดได้กินข้าวเที่ยงตอน 4-5 โมงเย็นก่ อนจะเข้าดับไฟต่อ และกินข้าวเย็นอีกครั้งตอนกลางดึก
อย่างชุดดับไฟป่าที่ดอยแม่ออน ต.ออนกลาง อ.แม่ออน หลังเหนื่อยจากการดับไฟได้กินข้าวกลางดึกบางคนถึงกับท้อถอดใจ เพราะยิ่งดับไฟก็ยิ่งพบจุดใหม่ จากการลักลอบเผาป่า ระหว่างพักจึงจุดธูปบอกเจ้าป่าเจ้าเขา ขอให้สาปแช่งคนเผาป่า หลังจากนั้นก็ปักธูปไว้ข้างจุดพัก ก่อนแยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าที่ต่อ โดยเฉพาะพื้นที่ดอยนางเมาะ อำเภอแม่ออน ซึ่งเป็นพื้นที่ลาดชัน และไฟยังโหมหนัก
ขณะที่เพจเฟซบุ๊กของ “บ้านสวนแม่นาหมี่โฮมสเตย์บ้านห้วยกุ๊บกั๊บ” แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในอำเภอแม่แตง ซึ่งเป็นจุดชมทะเลหมอกในช่วงหน้าหนาว ได้โพสต์ภาพสะเทือนใจจากทะเลหมอก กลายเป็นทะเลเพลิงไฟป่าลุกลามเข้าประชิดที่พักในช่วงกลางคืนกลายเป็นภาพสีส้มแดงล้อมรอบพื้นที่ เจ้าของที่พักทำได้เพียงเฝ้าระวังไม่ให้ไฟลุกลามเข้าบ้านพักเนื่องจากช่วงกลางคืนมีความอันตรายสูง
เบื้องต้นมีทั้งทีมดับไฟของชุมชนและหน่วยงานจากองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)เข้าช่วยกันควบคุมเพลิง พร้อมเร่งทำแนวกันไฟอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการลุกลาม
อย่างไรก็ตามอุปสรรคสำคัญคือกระแสลมแรงในช่วงกลางคืน ทำให้จุดที่ดับแล้วกลับมาปะทุซ้ำ สร้างความยากลำบากในการควบคุมเพลิงและทำให้ชาวบ้านต้องเฝ้าระวังตลอดทั้งคืน
ขณะที่สถานการณ์หมอกควันของเชียงใหม่เช้านี้ พบว่าในตัวเมืองยังจมอยู่ใต้หมอกควันไฟป่าสีขาวโพลน ภาพมุมสูงจากจุดชมวิวดอยสุเทพ พบว่าทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลงอย่างมาก จากหมอกควันที่สะสมหนาแน่น แม้ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ยังสามารถให้เครื่องบินขึ้น-ลงได้ตามปกติ เนื่องจากมีระบบนำร่องอัตโนมัติแต่ในช่วงขึ้น-ลงเครื่องบิน ต้องฝ่าหมอกควันหนาทึบก่อนขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศด้านบน
เช้านี้ค่ามลพิษจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเวลา 08:00 น.พบว่าที่ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้228AQIค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 102.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ส่วนที่ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ วิกฤตหนักที่สุดดัชนีคุณภาพอากาศพุ่งสูงถึง 386AQI ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่260.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ทางด้านเว็บไซต์ IQAir ซึ่งจัดลำดับเมืองที่มีมลพิษทางอากาศมากที่สุดของโลกเช้านี้เมื่อเวลา 08:00 น. เทศบาลนครเชียงใหม่ พุ่งขึ้นมาอยู่อันดับ 1 ของโลกอีกครั้ง โดยดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้205USAQI อยู่ในระดับสีม่วงที่ มีผลกระทบต่อทุกคนอย่างรุนแรงค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 130 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์
Advertisement