
ที่ จ.อุทัยธานี ท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันที่แพงขึ้นสูงลิ่ว ส่งผลให้สินค้าราคาแพงและส่งผลกระทบต่อปากท้องประชาชน ร้านหมูปิ้งเตาถ่านสูตรโบราณเจ้าดัง บริเวณสวน รศ. 200 ปี ยังคงยืนหยัดเคียงข้างลูกค้า โดย คุณยายบุญยืน หรือ "ยายเล็ก" อายุ 83 ปี และ คุณยายสุมณี หรือ "ยายน้อย" อายุ 81 ปี สองพี่น้องเจ้าของร้าน เปิดเผยถึงความยากลำบากในการแบกรับต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังยืนยืนจะขายในราคาเดิมจนกว่าจะสู้ไม่ไหว
คุณยายเล็ก และ คุณยายน้อย ระบุว่า ปัจจุบันต้นทุนวัตถุดิบหลักมีการปรับราคาขึ้นทุกอย่าง โดยเฉพาะเนื้อหมูส่วนสันนอกที่นำมาใช้ ปรับขึ้นมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 180 บาท
ขณะที่วัตถุดิบอื่นๆ เช่น น้ำมันพืช สำหรับหมักหมูเพื่อไม่ให้เนื้อแข็งกระด้างปรับขึ้นจากเดิมมาเป็น 50-51 บาทต่อขวด รวมถึงเครื่องปรุงรสและถุงพลาสติกที่เคยซื้อในราคา 35 บาท ก็พุ่งสูงถึง 45 บาท และมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอีก
แม้จะได้รับผลกระทบอย่างหนักจนแทบไม่มีกำไรเหมือน "ปิ้งขายให้กินฟรี" แต่คุณยายทั้งสองยังคงกัดฟันสู้ โดยยังคงขายในราคาเดิมคือไม้ละ 2 บาท หรือ ชุดละ 20 บาท (10 ไม้) และหากรับข้าวเหนียวด้วยจะอยู่ที่ชุดละ 25 บาท เพื่อเห็นใจลูกค้าขาประจำและเด็กๆ สำหรับประวัติของร้านหมูปิ้งเจ้านี้เปิดขายมานานกว่า 30 ปี จนถือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของเมืองอุทัยธานีที่ว่า "มาไม่ถึงอุทัยธานีถ้าไม่ได้กินหมูปิ้งเจ้านี้"
โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเพิ่งมีการปรับขึ้นราคาเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ครั้งแรกเริ่มต้นจากไม้ละ 1 บาท ปรับขึ้นเป็นไม้ละ 1.25 บาท หรือ "5 สลึง" ซึ่งเป็นราคาที่ชาวบ้านเรียกติดปากกันมานานเกือบ 20 ปี และครั้งที่สองปรับขึ้นเป็นไม้ละ 2 บาท เมื่อประมาณ 3-4 ปีที่ผ่านมา คุณยายทั้งสองกล่าวทิ้งท้ายด้วยความมุ่งมั่นว่า "จะไม่ขอขึ้นราคาอีกแล้ว" หากในอนาคตราคาเนื้อหมูหรือต้นทุนอื่นๆ พุ่งสูงจนเกินขีดจำกัดที่รับได้ก็เลือกที่จะ "เลิกขาย" แทนการปรับราคาขึ้นให้กระทบลูกค้า โดยในขณะนี้ยังคงมีความหวังว่าสภาวะเศรษฐกิจจะดีขึ้นและราคาวัตถุดิบจะปรับลดลง เพื่อให้สามารถขายหมูปิ้งสูตรโบราณนี้ต่อไปได้นานๆ
สำหรับร้านหมูปิ้งของคุณยายทั้งสองจะเริ่มปิ้งขายในเวลา 05.30 น. ของทุกวันโดยไม่มีวันหยุด เว้นว่าจะเจ็บป่วยและมีนัดหาหมอที่โรงพยาบาลเท่านั้น
Advertisement