
วันที่ 13 ส.ค. 69 นาย โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ประชุมมอบนโยบายยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในอาคารรัฐสภาแก่ผู้บริหารของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายเจษ อนุกูลโภคารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักรักษาความปลอดภัย และผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุม
นายโสภณ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสภามีมาตรการรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว แต่อยากให้การปฏิบัติเข้มข้นขึ้น จึงอยากทบทวนและปรับปรุงระเบียบ รวมถึงเพิ่มมาตรการในทางปฏิบัติทั้งฝ่ายกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุม สำหรับมาตรการคัดกรองบุคคลและยานพาหนะ รถยนต์เข้าออกอาคารรัฐสภาต้องมีบัตร หรือสติกเกอร์ได้รับอนุญาต หากไม่มีต้องแจ้งภารกิจและรับการตรวจสอบล่วงหน้า รถสาธารณะ แท็กซี่ รถจักรยานยนต์ และไรเดอร์รับ-ส่งอาหาร ต้องแลกบัตรก่อนเข้า และจอดรับ-ส่งในจุดที่กำหนดเท่านั้น
ประธานรัฐสภา กล่าวอีกว่า ส่วนบุคคลเข้า-ออกทุกคนต้องติดบัตรแสดงตนอย่างชัดเจน โดยเห็นว่ารัฐสภาควรมีมาตรฐานที่ชัดเจนและบังคับใช้อย่างเป็นระบบ ไม่ควรมีการยกเว้นเป็นรายกรณีจนทำให้มาตรการรักษาความปลอดภัยขาดประสิทธิภาพ ซึ่งผู้ที่เข้าภายในอาคารรัฐสภาทุกคนต้องผ่านเครื่องสแกนเอกซเรย์ ทั้ง สส., เจ้าหน้าที่, ผู้ติดตาม และบุคคลภายนอก โดยห้ามพกอาวุธปืนเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด หากพบจะถูกยึดทันทีและแจ้งผู้บังคับบัญชา พร้อมจัดสถานที่เก็บรักษาและการรับคืนตามหลักฐานและระเบียบที่กำหนด
นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ติดตามหรือบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่อนุญาตให้เข้าห้องประชุม และห้องรับรอง สส. พร้อมจัดระบบสายตรวจเดินตรวจจุดเสี่ยงหรือจุดบอดต่างๆ ภายในรัฐสภาเพิ่มเติม
ประธานรัฐสภา กล่าวอีกว่า หลังจากนี้เตรียมจัดทำบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานงานความปลอดภัย เพื่อให้การรับมือสถานการณ์และการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านความปลอดภัยมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมอบหมายฝ่ายกฎหมายทบทวนระเบียบเดิมและเสนอแนวทางปรับปรุง ก่อนประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ
ประธานรัฐสภาย้ำว่า การยกระดับครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมตามมาตรฐานสถานที่สำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติอย่างเป็นระบบและให้รัดกุมที่สุด ไม่ได้ทำตามกระแสหรือเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง
Advertisement