นายกฯ เผย รายชื่อหน่วยงาน สนับสนุนปฏิบัติการคุมเพลิง โรงงานกิ่งแก้ว กำชับเร่งช่วยเหลือ ปชช.

6 ก.ค. 64

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผย รายชื่อหน่วยงาน สนับสนุนปฏิบัติการคุมเพลิง โรงงานกิ่งแก้ว พร้อมกำชับให้เร่งช่วยเหลือ - เยียวยา ประชาชน

สรุปสถานการณ์ โรงงานกิ่งแก้ว 24 ชั่วโมงผ่านก่อนเพลิงสงบ ยังไม่ให้กลับเข้าพื้นที่ 

วันที่ 5 ก.ค.64 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เผยแพร่ข้อความผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ระบุว่า

จากกรณีเพลิงไหม้โรงงานสารเคมีที่ ซ.กิ่งแก้ว 21 จนมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเสียชีวิต 1 นาย และผู้มีบาดเจ็บจำนวนมาก ผมขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต คือนายกรสิทธิ์ ลาวพันธ์ และขอสดุดีวีรกรรมของอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ทุกท่านในการเสี่ยงอันตรายเพื่อป้องกันภัยให้กับผู้อื่นในอุบัติเหตุครั้งนี้

ผมได้ติดตามสถานการณ์มาโดยตลอด และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชนและผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่ และรายงานสถานการณ์ให้ผมทราบอย่างต่อเนื่อง โดยมีการใช้เฮลิคอปเตอร์โปรยโฟมดับเพลิงจากทางอากาศนำ แล้วตามด้วยการระดมฉีดพ่นโฟมดับเพลิงทางภาคพื้นดิน โดยในขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีพื้นที่มีมีเพลิงลุกไหม้เป็นบ่อรวม 2 จุด และสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัดแล้ว 1 จุด และคาดว่าหากเป็นไปตามแผน จะสามารถควบคุมเหตุการณ์ได้ในอีกไม่นาน

ในขณะนี้ ได้มีการอพยพประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงอันตรายไปยังพื้นที่ปลอดภัยที่จัดไว้อย่างน้อย 8 แห่ง จำนวนรวมมากกว่า 1,800 คนแล้ว และมีการส่งผู้บาดเจ็บ ผู้ป่วย รวมทั้งผู้ติดเชื้อโควิด หรือผู้กักตัว ต่อไปยังโรงพยาบาลต่างๆ

โดยผมได้รับรายงานว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับกองทัพบก ได้นำอากาศยานเฮลิคอปเตอร์ KA-32 จำนวน 2 ลำ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต 10 นาย พร้อมด้วยรถดับเพลิงชนิดหอน้ำ 1 คัน รถขนย้ายผู้ประสบภัย 1 คน รถดับเพลิงขนาด 10,000 ลิตร 4 คัน รถดับเพลิงพร้อมโฟม 4 คัน รถกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว 3 คัน ยานยนต์ดับเพลิง LUF 120 จำนวน 1 คัน และ LUF 60 อีก 4 คัน รถไฟฟ้า 200 KVA 2 คัน โฟมเคมี 12,000 ลิตร เข้าปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้

นอกจากนั้น ยังมีหน่วยงานอื่นๆ ที่เข้ามาสนับสนุนภารกิจอย่างเต็มที่ ดังนี้
- สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร สนับสนุนยานยนต์ดับเพลิง 3 คัน รถกู้ภัยสารเคมีและวัตถุอันตราย 4 คัน รถดับเพลิงและกู้ภัย 38 คัน โฟมดับเพลิง 6,000 ลิตร
- กองบัญชาการกองทัพไทย สนับสนุนรถเคมีโฟม 6,000 ลิตร 1 คัน รถบรรทุกน้ำ 4,000 ลิตร 2 คัน และเครื่องตรวจวัดสารเคมี 2 ชุด
- กองทัพบก สนับสนนโฟมเคมี 20,000 ลิตร พร้อมกำลังพล
- มูลนิธิร่วมกตัญญู สนับสนุนเจ้าหน้าที่ 60 นาย รถยนต์ 30 คัน
- จิตอาสา 904 สนับสนุนเจ้าหน้าที่ 30 นาย
- บริษัท ปตท. สนับสนุนเจ้าหน้าที่พร้อมโฟมเคมี 3,000 ลิตร คลังน้ำมัน P.S.P. สนับสนุนเจ้าหน้าที่พร้อมโฟมเคมี 3,000 ลิตร และคลังน้ำมันบางจาก สนับสนุนโฟมเคมี 20,000 ลิตร
- หน่วยงานกู้ภัยอื่นๆ ร่วมสนับสนุนรถดับเพลิง 30 คัน

นอกจากนี้ ผมได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการดูแลและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้อย่างเต็มที่ ทั้งการหาที่พักชั่วคราว อาหาร รวมไปถึงการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ให้การเคหะแห่งชาติเตรียมจัดหาที่พักในรูปแบบโรงแรมทางเลือกไว้ให้ ทั้งรูปแบบราคาถูก และไม่มีค่าใช้จ่าย หากท่านใดต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วน พม. 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่เบอร์ 065-9513465 หรือสายด่วนนิรภัย 1784

ผมยังคงติดตามสถานการณ์นี้อย่างต่อเนื่อง และขอให้กำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่กำลังดำเนินภารกิจเสี่ยงภัยนี้ให้สำเร็จลุล่วง คืนกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทุกคนครับ

อาจารย์เจษฎ์ เผย ควันสารพิษ โรงงานกิ่งแก้ว หน้ากาก N95 ป้องกันไม่ได้ เครื่องฟอกอากาศ ไม่ช่วย 

เหตุระเบิดโรงงานกิ่งแก้ว กรมควบคุมโรค เตือนอันตรายสารเคมีสไตรีนโมโนเมอร์ที่ทำให้เกิดควันพิษ

 

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ข่าวที่ได้รับความสนใจ