อ่วม! ผู้กองขนพวกบุกอู่รถ ไถ 8 หมื่น เจอ 3 ข้อหาหนัก เหยื่อผวาสายปริศนาโทรข่มขู่ให้ถอนแจ้งความ (คลิป)

อ่วม! ผู้กองขนพวกบุกอู่รถ ไถ 8 หมื่น เจอ 3 ข้อหาหนัก เหยื่อผวาสายปริศนาโทรข่มขู่ให้ถอนแจ้งความ (คลิป)

226
3 เม.ย. 63

จากกรณี นายสุรินทร์ กาลสังข์ อายุ 39 ปี เจ้าของร้านรับซื้อของเก่า หมู่ 1 ต.บางหมาก อ.เมือง จ.ชุมพร เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองชุมพร เนื่องจากช่วงเวลา 20.30 น. ของวันที่ 31 มี.ค. 563 มีกลุ่มบุคคลอ้างเป็นตำรวจท่องเที่ยวจากส่วนกลาง และนักข่าว ทั้งหมด 9 คน บุกเข้ามาในร้านรับซื้อของเก่าโดยไม่มีหมายค้น ข่มขู่อ้างว่าตนมีความผิด รับซื้อของโจร แล้วบังคับข่มขู่เอาเงินไปจำนวน 80,000 บาทนั้น (อ่าน : ผู้กองคอตก ถูกจับขนพวกบุกอู่รถ ไถ 8 หมื่น ซวยภาพชัดหรา - ผู้การฯสั่งเช็กประวัติ)


872621


ต่อมา ผู้กองที่ปรากฏในคลิปวงจรปิดเดินทางเข้าแสดงตัว และรับทราบข้อหา โดยให้การเบื้องต้นยอมรับว่าบุคคลในวิดีโอจริง แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการไปเรียกรับเงิน เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันบุกรุกและร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ก่อนปล่อยตัวชั่วคราว


967871


ล่าสุด วันที่ 3 เม.ย. 63 นายสุรินทร์ กาลสังข์ และนางดวงฤทัย คลี่บำรุง อายุ 43 ปี สามีภรรยาเจ้าของร้านรับซื้อของเก่า ผู้เสียหาย เดินทางมาพบตำรวจที่ สภ.เมืองชุมพร เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม โดยยืนยันตัวบุคคลทั้ง 5 รายที่ร่วมก่อเหตุ คือ ผู้กองตุ้ม นักข่าว 3 คน และพนักงานไฟแนนซ์ 1 คน


409387


นายสุรินทร์ และนางดวงฤทัย กล่าวว่า ตนยืนยันตัวบุคคลตามภาพวงจรปิด ซึ่งช่วงเกิดเหตุมีนักข่าวตามที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดกับพวก บุกไปหาญาติตน พูดจาข่มขู่ฝากมาถึงตนว่าหากไม่หยุดเรื่องคดี เขาจะพาตำรวจอีกชุดหนึ่งเข้าไปตรวจค้นจับกุมร้านขายของเก่าอีกครั้ง และจะขุดคุ้ยประวัติการกระทำความผิดต่าง ๆ ว่าทำอะไรบ้าง เพื่อจะได้จับกุมดำเนินคดี ซึ่งทำให้ตนรู้สึกหวาดกลัว จึงได้มาให้ปากคำและแจ้งกับทางตำรวจไว้เพิ่มเติม


357530


ทั้งนี้ ถ้ายังไม่หยุดพฤติกรรมการข่มขู่คุกคาม ตนก็จะแจ้งความในข้อหาข่มขู่ต่อ โดยหลังเป็นข่าวมีเพื่อนฝูงที่ทำอาชีพเดียวกันได้โทรศัพท์มาสอบถาม บอกว่าเคยตกเป็นเหยื่อแก๊งนี้มาเช่นกัน


964638


ด้าน พล.ต.ต.วิมล พิทักษ์บูรพา ผบก.ภ.จ.ชุมพร กล่าวว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งกำชับให้เร่งรัดคดี เนื่องจากมีตำรวจเข้าไปร่วมทีมด้วย ทำให้เกิดความเสียหายแก่วงการตำรวจ เบื้องต้น แจ้งข้อกล่าวหาแล้ว 5 คน ในข้อหาร่วมกันบุกรุกเคหะสถาน ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ และซ่องโจร ส่วนทีที่เหลืออีก 4 ราย อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบ


 


547371


สืบเนื่องจากที่ผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า ช่วงค่ำวันที่ 31 มี.ค. 63 มีกลุ่มบุคคลอ้างเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ 5 คน พนักงานไฟแนนซ์ 1 คน นักข่าว 3 คน บุกเข้ามาตรวจค้นยึดซากรถยนต์เก่า พนักงานไฟแนนซ์บอกว่าเป็นรถยนต์ของบริษัทที่ถูกคนซื้อแล้วไม่ผ่อนส่งนำมาขายไว้ ส่วนนักข่าวทั้ง 3 คน ก็ถ่ายภาพทำข่าวลักษณะเหมือนเป็นการข่มขู่ให้ตนเกิดความหวาดกลัว


จากนั้น ตำรวจนายหนึ่งถูกเรียกว่า "ผู้กองตุ้ม" ไปตรวจซากรถแล้วบอกว่ามีบางส่วนไม่ถูกต้อง มีความผิดตามกฎหมาย จะยึดรถยนต์ 2 คัน แล้วให้ตนเซ็นรับเป็นผู้ต้องหา ซึ่งตนไม่ยอมเซ็น


336974


กระทั่งเวลาผ่านไป 4-5 ทุ่ม คนที่อ้างเป็นตำรวจพูดข่มขู่ ทำทีโทรศัพท์เรียกรถยนต์มายกของกลางไปที่โรงพัก บอกว่าถ้าจะเคลียร์ นายสั่งให้จ่ายเงินมา 150,000 บาท หากไม่จ่าย มีโทษหนักจำคุก 5 ปี ด้วยความกลัวตนและภรรยาจึงขอลดจนเหลือ 80,000 บาท ที่ตัวตนและภรรยามี 42,000 บาท จึงโทรขอยืมเพื่อนที่เหลือ แล้วไปกดเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มปั๊มน้ำมัน โดยกลุ่มดังกล่าวก็ตามคุมอยู่ตลอดเวลา


จากนั้น กลุ่มคนดังกล่าวกลับมาที่บ้านตนอีกครั้ง แล้วถอดเอาเมมโมรี่การ์ดจากล้องวงจรปิดที่อยู่หน้าร้านตนออกไปด้วย พร้อมกับเอาโทรศัพท์มือถือของภรรยาตนที่ถ่ายคลิปไว้ตอนเข้ามาขอตรวจค้นไปลบคลิปวิดีโอทั้งหมด แต่ตนติดตั้งกล้องวงจรปิดแอบซ่อนไว้หลายตัวทั่วบ้านบันทึกภาพและเสียงไว้ได้ทั้งหมด พร้อมมอบหลักฐานนี้ให้พนักงานสอบสวนแล้ว


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวเด่นในหมวดหมู่