เปิดวงจรปิด"เคร้อยล้าน"มีคู่กรณีจริงไม่ได้เอาหัวโขกพื้นสร้างคอนเทนต์

17 ก.ย. 66

เปิดวงจรปิด"เคร้อยล้าน" เจ็บจริง มีคู่กรณีจริง ไม่ได้เอาหัวโขกพื้นสร้างคอนเทนต์

ความคืบหน้ากรณีมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอในสื่อโซเซียล กรณีนายคเณศพิศณุเทพ จักรภพมหาเดชาน หรือเคร้อยล้าน แจ้งว่าตนเองถูกคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นใคร ทำร้ายร่างกายศีรษะแตกและขี่รถจักรยานยนต์หนีไป เหตุเกิดที่หน้าลานครูบาศรีวิชัยทางขึ้นดอยสุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ โพสต์เมื่อวันที่ 15ก.ย.66

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้หลักฐานภาพวงจรปิดนาทีที่"เคร้อยล้าน"ถูกชกจนเลือดอาบ จากคลิปจะเห็นได้ว่า"เคร้อยล้าน"ได้ถอยรถยนต์เก๋งมาจอดที่กลางถนนศรีวิชัย ทางขึ้นดอยสุเทพ ก่อนถึงลานครูบาศรีวิชัยเล็กน้อย

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวกล้องวงจรปิดของตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ได้จับภาพเอาไว้ในระยะไกล จะเห็นว่าก่อนเกิดเหตุที่เคร้อยล้านจะถูกทำร้าย มีรถจักรยานยนต์ของคู่กรณีขับขี่ตามกันมาจากนั้น เค ก็เดินตัดหน้ารถจักรยานยนต์คู่กรณี ก่อนที่จะก้มกราบลงพื้นดินที่หน้าสถานีตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ จากนั้น เค ก็เดินข้ามถนนอีกฝั่ง ที่มีชาวบ้านมาใส่บาตรในตอนเช้า

จังหวะนั้นคู่กรณีที่นั่งดูอยู่บนรถจักรยานยนต์ของตนเองว่ามีร่องรอยเฉี่ยวชนหรือไม่ก่อนที่จะโมโห เดินข้ามถนนแล้วปรี่เข้าไปชก เค2ครั้ง จากนั้น เคจึงวิ่งขึ้นรถแล้วขับออกจากจุดดังกล่าวไป

โดยกล้องวงจรปิดของตำรวจท่องเที่ยวจะเห็นชัดเจนว่า เค ไม่ได้เอาหัวโขกพื้นจนเลือดอาบแล้วปั้นเรื่องว่าถูกทำร้ายตามที่มีสื่อบางสำนักฯนำเสนอแต่อย่างใด

ขณะที่นายสหัสวรรษ กุกำจัด คู่กรณีของเค หลังจากที่ได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เผยว่าตนถูกเคขับรถปาดหน้าจนเกือบเกิดอุบัติเหตุถึง2ครั้ง ทำให้เกิดอารมณ์ จึงได้เข้าไปชกหน้า 2 ครั้งจนล้มลง นอกจากนี้ เค ยังถูกขู่ว่ามีปืนอีกด้วย

ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าตนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เพียงแต่เคยเห็นหน้าในสื่อโซเชียลและการกระทำของตนเกิดจากการบันดาลโทสะไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองใดๆ

ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ได้เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเช้าตรู่ของวันที่15ที่ผ่านมา พฤติกรรมของนายเคเป็นพฤติกรรมที่แย่ อันธพาล มาโวยวายที่ด้านหน้าลานอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ตอนนั้นคนกำลังทยอยเดินทางมาใส่บาตรก็ต้องมาเจอกับพฤติกรรมแย่ๆของนายเค การกระทำดังกล่าวชาวบ้านถือว่านายเคได้มาลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวล้านนาที่เคารพนับถือด้วย.

advertisement

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ข่าวทั่วไป เป็นกระแส