สายด่วนสุขภาพจิต 1323 เผยคนไทยฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น พบเยอะในสูงวัย

7 มี.ค. 66

สายด่วนสุขภาพจิต 1323 เข้าร่วมเป็นหน่วยบริการ สปสช. ขจัดข้อจำกัดด้านงบประมาณ วางเป้าหมายให้คนไทยเข้าถึงบริการทั่วถึง พร้อมเพิ่มนักจิตวิทยารองรับให้มากขึ้น เผยตัวเลขคนไทยฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น พบเยอะในสูงวัย ส่วนวัยรุ่นพยายามจบชีวิตตัวเองสูงเช่นกัน

พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ปัจจุบัน พบว่าอัตราค่าเฉลี่ยการฆ่าตัวตายของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 6.4 คน/แสนประชากร แต่หลังโควิด-19 พบว่าเพิ่มขึ้นที่สัดส่วน 7.3 คน/แสนประชากร ขณะที่การฆ่าตัวตายสำเร็จพบมากในกลุ่มผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ที่มีสัดส่วน 9.64 คน/แสนประชากร รองลงมาคือกลุ่มวัยทำงานอายุ 20-59 ปี อยู่ที่ 8.71 คน/แสนประชากร และกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี ที่มีสัดส่วน 2.63 คน/แสนประชากร

อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มที่พยายามฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ กลับพบว่า กลุ่มวัยรุ่นจะเจอมากที่สุดถึง 224.38 คน/แสนประชากร ซึ่งเป็นข้อมูลจากการไปพบจิตแพทย์ รวมไปถึงปรึกษากับสายด่วนสุขภาพจิต 1323 และบันทึกเอาไว้ ขณะที่ยังมีอีกจำนวนมากที่ไม่ได้พบจิตแพทย์ซึ่งตัวเลขที่แท้จริงจะมากกว่านี้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ รวมถึงสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้เข้าร่วมเป็นหน่วยบริการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อให้บริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตผ่านทางโทรศัพท์กับประชาชน โดยเฉพาะกับประชาชนสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิบัตรทอง โดยจะเป็นการเพิ่มการเข้าถึงบริการให้กับประชาชนมากขึ้น ซึ่งจะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แต่สถาบันฯ จะสามารถเรียกเก็บค่าบริการจาก สปสช.ได้ หากประชาชนสิทธิบัตรทองมารับบริการ อีกทั้ง จะเป็นผลดีเนื่องจากจะสามารถขยายบริการได้มากขึ้น รวมถึงเพิ่มคู่สายในสายด่วนสุขภาพจิต 1323 รวมถึงสามารถเพิ่มนักจิตวิทยาให้มาบริการมากขึ้นอีกด้วย

พญ.วิมลรัตน์ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา มีประชาชนต้องการคำปรึกษาจากสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ค่อนข้างมาก แต่ขณะเดียวกันนักจิตวิทยาสามารถดูแลได้เพียงแค่ 20% จากสายที่โทรเข้ามาทั้งหมด เพราะแต่ละสายนักจิตวิทยาต้องให้คำแนะนำ คำปรึกษาอย่างน้อย 30 นาที ซึ่งสายด่วนสุขภาพจิต ต้องการให้คำปรึกษากับทุกคน แต่จากปัญหาข้อจำกัดทางด้านงบประมาณ รวมไปถึงการให้บริการฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ไม่สามารถเรียกเก็บจากหน่วยงานใดได้ จึงทำให้ไม่สามารถให้บริการได้อย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือกับ สปสช. ครั้งนี้ คาดหวังว่าจะทำให้การเข้าถึงบริการปรึกษาสุขภาพจิตของประชาชนได้มากยิ่งขึ้น

"ปัจจุบันสายด่วนสุขภาพจิต 1323 มีนักจิตวิทยา 50 คน รวม 15 คู่สาย คอยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงโดยจะหมุนเวียนกันทุกช่วงเวลา แต่ช่วงที่จะมีประชาชนโทรเข้ามามากที่สุดคือช่วงเย็นถึงค่ำ ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น. ที่จะชุกมากที่สุด โดยหลังจากเข้าร่วมเป็นหน่วยบริการกับ สปสช. แล้วตั้งแต่ช่วงต้นปี 2566 ที่ผ่านมา ทำให้สายด่วนสุขภาพจิตสามารถให้บริการเพิ่มขึ้นอีก 10% สำหรับการปรึกษาทั่วไป" ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าว

พญ.วิมลรัตน์ กล่าวอีกว่า สำหรับประชาชนสิทธิบัตรทอง รวมถึงประชาชนทุกสิทธิการรักษาที่ต้องการรับคำปรึกษาทางสุขภาพจิต สามารถโทรมายังสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอดเวลา แต่จากนี้จะมีระบบขอให้ลงทะเบียนผ่านเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ซึ่งเป็นการลงทะเบียนตามปกติ หรือยังสามารถนัดหมายรับคำปรึกษาตามช่วงเวลาที่ต้องการได้เช่นกัน ผ่านเว็บไซต์ของสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ที่เว็บไซต์ https://1323alltime.camri.go.th/ ที่เป็นระบบนัดออนไลน์ สายด่วนสุขภาพจิต (All time for all Thai) บริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตโดยจะมีนักจิตวิทยาติดต่อกลับไปตามนัดหมาย ซึ่งเป็นการบริการที่ไม่ได้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากประชาชน เพียงแต่ขอให้ยืนยันรับคำปรึกษาตามวันและเวลาที่เลือกไว้ เพราะที่ผ่านมามีถึง 30% ที่ยกเลิกนัดหมายเมื่อถึงเวลา ซึ่งทำให้เสียสิทธิการบริการกับประชาชนที่รอคิว

advertisement

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ข่าวทั่วไป เป็นกระแส