advertisement

ส่อพลิก! แม่ตีลูกบีบขายถั่ว ที่แท้ยากจนผัวตายกายเจ็บ แจง 2 ลูกหิวเฟรนช์ฟรายส์แถมดื้อ (คลิป)

23 พ.ย. 65

จากกรณีเฟซบุ๊กโพสต์คลิปเหตุการณ์หญิงสาวคนหนึ่ง ได้ขี่รถจักรยานยนต์มีเด็กอายุ 2 ขวบซ้อนท้ายมาแ ละกำลังยืนเถียงกับชายคนหนึ่งด้วยถ้อยคำหยาบคาย จากนั้นชายคนดังกล่าวก็ได้อุ้มเด็กที่นั่งซ้อนท้ายลงมา ก่อนจะเกิดการโต้เถียงกันขึ้นอีกรอบ พร้อมมีการฉุดกระชากแขนเด็ก

886967

ล่าสุด 23 พ.ย. 65 ผู้สื่อข่าวได้มีการติดต่อไปทางเจ้าของคลิป พร้อมเดินทางลงพื้นที่จุดเกิดเหตุบริเวณหน้าร้านกียาดี ถนนราษฎร์ยินดี ซอย 7/1 ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

716935

นายธารินทร์ วงค์สมิตกุล อายุ 32 ปี ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ บอกว่า หนูน้อยคนนี้มักจะมาเดินเร่ขายถั่วตามร้านอาหารในตอนดึกเป็นประจำอายุน่าจะ 2 ขวบกว่า และเมื่อคืนนี้ก็เช่นกันแต่เห็นเด็กเดินร้องให้มา มีแม่แอบอยู่หลังรถ และถือไม่เรียวในมือ และเรียกเด็กให้กลับไปพร้อมกับกระชากแขน และตบหน้าเด็กด้วย ซึ่งชาวบ้านเห็นแล้วสงสารเด็ก จึงได้เข้าไปสอบถาม และเหตุการณ์ก็เป็นไปตามภาพที่ปรากฏในคลิป แม่เด็กไม่น่าจะนำลูกมาปล่อยให้เดินขายถั่วแบบนี้ หรือถ้าเป็นไปได้ก็น่าจะลงมาเดินขายกับลูกจะดีกว่า เพราะเหมือนกับเป็นการบังคับลูก

นางพรรณี เสณีย์ อายุ 59 ปี แม่ค้าที่อยู่ในเหตุการณ์ บอกว่า ไม่เฉพาะเด็กคนนี้เท่านั้นที่มาเดินเร่ขายถั่วตอนดึกอยู่แถวนี้ แต่ยังมีเด็กอีกหลายคนที่พ่อแม่ขับรถพามาปล่อยให้เดินเร่ขายถั่ว ส่วนตัวเองก็นั่งอยู่ในรถพอเสร็จก็พาไปเร่ขายต่อตามร้านอาหารอีกหลายแห่ง  ซึ่งเห็นสภาพแล้วสงสารเด็ก เพราะต้องอดหลับอดนอน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเด็กเหล่านี้ด้วย เพราะเห็นแล้วน่าสงสารมาก

491644

ด้านนางศศิมาภรณ์ มวยดี หรือ กิ่ง อายุ 32 ปี อาศัยอยู่กับน้องโชกุล อายุ 3 ปี และน้องณัฏ อายุ 1 ปี 3 เดือน ส่วนสามีได้เสียชีวิตแล้ว จากเส้นเลือดในสมองแตก เมื่อช่วงเดือน ส.ค. 64 ปัจจุบันเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว

630343

นางศศิมาภรณ์ เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ตนเห็นลูกค้านั่งในร้านขายชำมีอยู่ 2 โต๊ะ และก็ให้ลูกเอาถั่วต้มลงไปขาย และก่อนหน้าจะลงจากรถลูกได้งอแงจะกินเฟรนฟรายชีส ตั้งแต่อยู่บนรถแล้ว ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงเวลา 3 ทุ่มกว่า และตนก็ได้บอกลูกว่าเดี๋ยวค่อยไปซื้อ เพราะลูกอยากจะไปซื้อที่หลังโรงแรม กะว่าค่อยแวะซื้อตอนขากลับบ้าน ตอนแรกลูกไม่ร้อง แต่พอลงจากรถและเดินไปขายของเกิดร้องขึ้นมา ทำให้ตนเกิดความโมโห เพราะคนแถวนั้นมองมาที่ตน ตนก็เลยบอกลูกให้กลับมา แต่ลูกไม่เดินกลับ ตนก็เลยด่าลูก ซึ่งตนยอมรับว่าตนผิดที่ด่าลูกด้วยถ้อยคำหยาบคาย แต่ยืนยันว่าไม่มีการทำร้ายลูกแน่นอน

หลังสามีเสียไป ตอนนี้ตนก็ขาดที่พึ่ง หากไปจ้างเลี้ยงลูกก็ต้องใช้เงินเยอะ ซึ่งตนก็ไม่มีค่าจ้างดูแลลูกตรงนี้ ปัจจุบันตนก็มีหนี้ที่ต้องชดใช้ให้เจ้าหนี้ ซึ่งเป็นหนี้เก่าช่วงสามียังมีชีวิต ค่าบ้าน ค่าแพมเพิด ค่านม เป็นสาเหตุที่ต้องพาลูกออกไปขายของ

 

advertisement

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่