advertisement

รวบหมอ-เภสัชเถื่อน หิ้วกระเป๋าเสริมความงาม ขายน้ำกระท่อมคู่ยาแก้ไอ

21 ก.ย. 65

รวบ 2 หมอเสริมความงามเถื่อนหิวกระเป๋าให้บริการนอกสถานที่ และ 2 เภสัชกรปลอม ขายยาแก้ไอให้กลุ่มวัยรุ่น เพื่อนำไปผสมเป็น 4 คูณ 100 เสพ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 กันยายน 2565 ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร ประชาอารักษ์ บก.ป. บช.ก. พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค และนายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และ พร้อม ภก. วีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมแถลงผลการจับกุม 4 คดีด้วยกัน

คดีแรก จับกุม นายพูนศักดิ์ ที่อ้างตัวเป็นแพทย์ทำงานคลินิกเสริมความงามดังย่านสยามสแควร์ หลังจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า มีคนแอบอ้างเป็นแพทย์ทำการรักษาประชาชน ตำรวจ ปคบ.จึงทำการตรวจสอบ โดยนำหมายค้นของศาลแขวงปทุมวันเข้าตรวจสอบสถานพยาบาลดังกล่าว พวกนายพูนศักดิ์กำลังทำการรักษาประชาชนที่มาใช้บริการ

พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า เดิมทีนายพูนศักดิ์มีอาชีพเป็นเซลล์ขายอุปกรณ์การแพทย์ ซึ่งเจ้าตัวรับสารภาพว่า ไม่ได้เรียนจบแพทย์มาแต่อาศัยประสบการณ์จากความรู้ทางด้านการพยาบาลมาก่อนและมีความชอบด้านความสวยความงาม เคยใฝ่ฝันอยากเป็นแพทย์เสริมความงาม ประกอบกับมีลูกค้าที่มาใช้บริการบอกว่ามีฝีมือดี จึงแอบอ้างเป็นแพทย์เสริมความงามรักษาลูกค้ามาเป็นเวลาถึง 1 ปี ตำรวจจึงดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.บ. วิชาชีพเภสัชกรรม ฐาน ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต ระหว่างโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หมอเถื่อน

อย่างไรก็ตาม จะต้องดำเนินคดีกับสถานพยาบาลด้วย ที่ปล่อยปละให้มีหมอเถื่อนมาให้บริการรักษา มีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยเบื้องต้นทางกรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้สั่งปิดสถานพยาบาลดังกล่าวเป็นเวลา 30 วันแล้ว

คดีที่ 2 จับกุม น.ส.กัลยา อายุ 37 ปี  และ น.ส.จรรยมณฑน์ อายุ 32 ปี หมอกระเป๋ารับฉีดหน้า โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ในคอนโด ซอยวิภาวดี 20 หลังได้รับแจ้งจว่ามีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งให้บริการฉีดสารเติมเต็มหน้านอกสถานที่โดยบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์และโฆษณาว่าฉีดกับพยาบาลสามารถเช็คใบประกอบวิชาชีพได้มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี  จึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พบมีการให้บริการจริง แต่เมื่อมีการขอตรวจสอบใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมของนางสาวกัลยา ได้นำใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมการพยาบาลและการผดุงครรภ์ออกเมื่อ 30 เมษายน 2565 มาแสดงกับเจ้าหน้าที่ โดยสถานที่ดังกล่าวไม่ได้ขออนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลแต่อย่างใด จึงควบคุมตัวไปดำเนินคดี  ส่วนนางสาวจรรยมณฑน์เป็นคนโฆษณา ชวนให้ประชาชนมาใช้บริการ

หมอเถื่อน

โดย ผู้ต้องหาทั้งสอง ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาตร่วมกันดำเนินกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนนางสาวกัลยาถูกดำเนินคดีเพิ่ม 3 ข้อหา คือประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ. ยาพ.ศ. 2510 และขายยาที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ตาม พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510

คดีที่ 3 จับกุม นส.ปทุมพร ที่อ้างตัวเป็นเภสัชกร ขายยาแก้ไอให้กลุ่มวัยรุ่น เพื่อนำไปผสมเป็น 4 คูณ 100 เสพ โดยเปิดร้านขายยาชื่อ ร้านยาต้นฝน ในย่านสายไหม กรุงเทพมหานคร ตรวจยึดของกลางเป็น ยาแก้ไอ , ยาแก้แพ้ และยาแพคมาดอลปลอม จำนวนมาก รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท จึงดำเนินคดีตามความผิด พ.ร.บ.ยา และ พ.ร.บ.วิชาชีพเภสัชกรรม

และคดีที่ 4 ตำรวจ ปคบ. จับกุมขบวนการผลิตสารตั้งต้น 4 คูณ 100  หลังได้รับการร้องเรียนว่าเป็นแหล่งจำหน่ายให้กับวัยรุ่นที่นิยมเสพ จึงไปตรวจค้นพบของกลาง ยาแก้แพ้ , ยาแก้ไอ และน้ำต้มกระท่อม จำนวนมาก

จากการสืบสวนทราบว่าเป็นที่รู้กันในวัยรุ่นในพื้นที่ที่นิยมเสพ 4 คูณ 100 เพราะมีสารตั้งต้นที่ใช้ผลิต 4 คูณ 100 โดยขายเป็นชุดพร้อมผสมเสพ และขายแยก แล้วแต่ลูกค้าสั่ง

หมอเถื่อน

advertisement

advertisement

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่