close sticky

อาลัยหนูน้อย 8 ขวบ ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ทำพิธีซ้อมตายก่อนจากไปอย่างสงบ

21 มิ.ย. 65

โลกโซเชียลร่วมอาลัย หนูน้อยวัย 8 ขวบ ป่วยมะเร็งกระดูกระยะสุดท้าย พบได้ 1 ในล้านคน พ่อแม่เฝ้าสอนธรรมะ ช่วยน้องอธิษฐานจิตก่อนจากไปอย่างสงบ

 

จากกรณีมีการเผยแพร่เรื่องราวของน้องน้ำแข็ง ผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่าน้องป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย และคุณพ่อคุณแม่ได้มีการทำการซ้อมตาย หลังจากนั้นผ่านมาเพียง 1 วัน น้องก็ได้จากไป เป็นไปตามการซ้อมเสียชีวิตอย่างที่คุณพ่อคุณแม่ได้สอนไว้

 

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 65 ที่งานศพของน้องน้ำแข็ง จัดอยู่ที่ฌาปนสถานกองทัพเรือสัตหีบชลบุรี พบกับคุณพ่อคุณแม่ของน้องน้ำแข็ง และญาติที่กำลังเตรียมพร้อมจัดพิธีฌาปนกิจ

 

โดยภายในงานแตกต่างจากงานศพทั่วไป เพราะไม่มีความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัวและญาติ ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส ทำหน้าที่กันอย่างปกติ โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่วันนี้ได้พูดคุยกับทีมข่าว เล่าเรื่องราวลูกสาวก่อนเสียชีวิต และอยากให้เรื่องราวของน้ำแข็งและครอบครัวเป็นแบบอย่างให้กับครอบครัวอื่น ๆ ด้วย

 

นาวาตรีนิติชัย เครือวัลย์ พ่อของน้องน้ำแข็งบอกว่า ตนเริ่มพบว่าน้องป่วยตอนอายุ 6 ขวบ ตอนนั้นน้องมีความปกติ ขับถ่ายไม่ค่อยได้ และปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อยครั้ง จึงพาตรวจ พบว่าเป็นมะเร็งในช่องท้องเมื่อช่วง มี.ค. 63

1655788957547

ต่อมา หมอได้เอาชิ้นเนื้อไปตรวจ ก็พบว่าเป็นมะเร็งชนิดมะเร็งกระดูก เป็นมะเร็งที่ร้ายแรงเรียกได้ว่าจะพบเจอ 1 ในล้าน แล้วยิ่งน้องเป็นเด็ก 6 ขวบ ถือว่าเป็นอะไรที่น่ากลัวมาก ตลอดระยะเวลา 1 ปี หลังจากพบมะเร็งน้องได้ทำการผ่าตัด นำก้อนเนื้อออก มีการฉายแสง คีโม ทำการรักษาในทุกรูปแบบ ซึ่งตัวน้องเองเจ็บปวดกับการรักษามาก เมื่อช่วง มี.ค. 64 ปรากฏว่ามะเร็งหายไปจากตัวน้องแล้ว ไม่พบมะเร็ง แต่ปรากฏว่าน้องก็ยังได้รับผลข้างเคียง หลังการรักษาด้วยโรคอื่น ๆ

 

สุดท้ายโชคก็ไม่ได้เข้าข้าง เมื่อเดือน เม.ย. 65 แพทย์ตรวจพบมะเร็งกระดูกอีกครั้ง ครอบครัวทราบดีว่าน้องอาจจะไม่รอด และตัวน้องเองทราบดีว่าครั้งนี้ตัวเองก็คงไม่ไหว จึงบอกกับพ่อและแม่ว่าไม่อยากรักษาตัวในโรงพยาบาลอีก ทางครอบครัวได้ปรึกษากับแพทย์ แพทย์ก็ยินดีกับการรักษาตัวแบบประคับประคองที่บ้าน หลังจากนั้นครอบครัวเราก็มีการคุยกันถึงการตาย

 

นางสาวเฌอลิณญ์รฎา ฤทธาธนาเศรษฐา แม่ของน้องน้ำแข็ง เล่าต่อว่า ช่วงนั้นเราคุยและสอนธรรมะให้เขา ให้เข้าใจว่าตัวเราไม่ใช่ของเรา เราควบคุมมันไม่ได้ อย่างร่างกายของเราตอน นี้เราก็ควบคุมให้มันไม่ป่วยไม่ได้ เพราะฉะนั้นให้เราเอาดวงจิตของเราไปอยู่ ในที่ที่ดีที่สุด เพื่อรอว่าสักวันหนึ่งพ่อกับแม่ก็จะเอาดวงจิตนี้ไปหาน้องเช่นกัน

 

เมื่อคุณแม่ถามน้องว่าน้องติดอะไรตรงไหนไหมที่ทำให้ไม่อยากตาย น้องก็บอกว่า "มีเรื่องที่หนูอยากวาดรูป อยากเป็นนักวาดรูป" แม่จึงให้คำแนะนำว่าไม่เป็นไร เรื่องนี้ไม่มีปัญหา หนูสามารถเอาดวงจิตของหนูไปวาดรูปบนสวรรค์ได้ แล้วน้องก็บอกว่าน้องกลัวว่าจะทำให้พ่อแม่เสียใจ หลังจากที่น้องตาย

 

พ่อกับแม่จึงให้สัญญากับน้องว่า พ่อกับแม่จะไม่เสียใจที่น้องต้องตาย เพราะตั้งแต่น้องเกิดมาได้อยู่กับพ่อแม่ ได้เป็นลูกพ่อแม่ ครอบครัวเรามีความสุขมาก และมีความสุขจนวินาทีสุดท้าย เพราะเราอยู่ด้วยกัน ซึ่งก็ทำให้น้องน้ำแข็งเข้าใจ และไม่มีเรื่องใด ๆ ติดใจอีกพร้อมที่จะตายเสมอ เมื่อร่างกายไม่ไหวแล้ว

 

พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กลฺยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว เปิดเผยว่า เรื่องของการซ้อมตายมีมานานเเล้ว โดยอาตมาเอง หลวงพ่อพุทธทาส และพระไพศาล วิสาโร ได้เคยไปเทศน์ตามโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยใกล้ตายบ่อย จนปรากฏว่าผู้ป่วยได้ตายไปอย่างสงบมากกว่า ผู้ป่วยที่ไม่ได้อบรมหรือซ้อมตายอย่างฉลาด ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่มีการซ้อมรับปริญญาซ้อมรับตำแหน่งต่าง ๆ เเต่ไม่มีการซ้อมตายอย่างถูกต้อง ไม่ซ้อมตายแต่ก็ต้องตาย แต่ตำแหน่งซ้อมไปไม่ได้รับก็มี

พระพยอม

หลวงพ่อพุทธทาสเคยใช้คำว่า "ตายก่อนตาย ฝึกซ้อมไว้ ตัวกูของกู จะตายก็ตาย ให้เหลือแต่สติปัญญาทำหน้าที่ไปในแต่ละวัน" หากน้องน้ำเเข็งเข้าใจในคำสอน มีธาตุแท้เดิมมาก่อน ก็ถือได้ว่า ตกกะไดพลอยโจร ไม่ทุกข์ตอนตาย ทราบมาว่าตอนตายน้องจากไปอย่างสงบมีรอยยิ้มด้วย ซึ่งหากรู้ว่าจะตายก็ฝึกไว้ดีเเล้ว ไม่ต้องพะวงเรื่องใด หรือเเม้กระทั่งผู้ใหญ่เอง ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องสมบัติ ที่ดินต่าง ๆ เพราะสุดท้ายตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้อยู่ดี

 

พระพยอมเล่านิทานให้ฟังเกี่ยวกับเศรษฐีคนหนึ่งที่ตายไปแล้ว อยากจะติดสินบนยมบาล ปรากฏว่าไม่มีเงินติดตัวมาเลยตอนตาย ดังนั้น คนที่พะวงห่วงทรัพย์สินเงินทองจะตายโหง กระสับกระส่าย เพราะกลัวตาย แต่หากฝึกซ้อมตายก็จะมีสุคติเป็นที่ไป อาตมาถือว่าน้องน้ำแข็งน่าจะได้บุญมาก เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่กระตุ้นให้ประชาชนตื่นรู้ เรื่องของการเตรียมตัวตายได้อย่างดี นอกจากคนป่วย คนธรรมดาก็ควรจะฝึกจิตไว้ด้วย พระพุทธเจ้าเคยสอนพระอานนท์ให้ระลึกถึงความตายไว้ทุกวัน วันหนึ่งคิดว่า 5-10 ครั้ง นอกจากนี้ ยังมีคนเเต่งกลอนไว้บทหนึ่งดีมาก "คิดถึงความตาย สบายใจนัก ทำให้ตัดรักตัดหลงในสงสาร บรรเทาโมหันอันธการ ทำให้หายสะดุ้งไม่ยุ่งใจ"

 

การฝึกซ้อมตายก็ง่าย ๆ แค่คิดว่า "ไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะได้อยู่อีกไหม ฉะนั้นมีอะไรต้องรีบทำให้เสร็จ ไม่ว่าจะเด็ก หนุ่มสาว คนแก่ ล้วนต้องตายทั้งสิ้น" อาตมาเคยทำงานก่อสร้างที่ รพ.ศิริราช สมัยอายุ 15-16 ปี เห็นศพคนมาเยอะ ทำให้สลดสังเวชใจ จึงบวชไม่สึกมาจนถึงปัจจุบัน ถือคติ "ต้องทำงานให้เสร็จก่อนตาย ไม่อยากตายก่อนเสร็จ" อยากทำอะไรให้รีบทำ อย่าห่วงนอน เพราะอีกไม่นานเราก็จะได้นอนถาวรแล้ว


ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่