"วาววา ณิชชา" น้ำตาคลอ! ปรึกษาเรื่องหัวใจกับพี่อ้อยพี่ฉอด ปมทะเลาะแฟนบ่อย

11 เม.ย. 65

"วาววา ณิชชา" มาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษในรายการ Club Friday Show เปิดแบบหมดเปลือกทุกเรื่องราวของชีวิตในเรื่องราวของชีวิต เผยเป็นคนที่อะไรในชีวิตต้องสุดพร้อมยอมรับเป็นคนเครียดกับการใช้ชีวิตในทุกเรื่อง และคำถามจากหัวใจที่เอ่ยปากถามพี่อ้อยพี่ฉอด คนที่ใช่ต้องคลิกทุกเรื่องไหม?

 

วาววา ณิชชา1

 

ถาม ก่อนจะมาเป็นนางเอก วาววา ณิชชา เป็นนักกีฬาเลย กีฬาที่ถนัดที่สุดก็คืออะไร แล้วทำไมถึงเลือกกีฬาชนิดนี้

วาววา ณิชชา : กีฬากระโดดน้ำค่ะ จริงๆ เป็นนักกีฬาว่ายน้ำก่อนค่ะ แต่ว่านักกีฬาว่ายน้ำคู่แข่งเยอะมาก เพราะว่าใครก็ว่ายได้ แต่ว่าการที่เราจะก้าวไปเป็นเยาวชนทีมชาติ ถ้าว่ายน้ำโอกาสคงน้อยมาก คุณแม่ก็เลยมองว่าวาเล่นยิมนาสติกมาตั้งแต่เด็ก สามารถตีลังกาและมีความอ่อนตัวค่ะ แล้วเราเป็นนักกีฬาว่ายน้ำด้วย ก็เลยเริ่มไปฝึกซ้อมค่ะ

 

ถาม แต่มันใช้สกิลแห่งความกล้าหาญต่างกันเหมือนกัน ไม่กลัวเหรอเพราะว่าโดดลงมาจากที่สูงมากๆ

วาววา ณิชชา : กลัวค่ะ ก่อนโดดทุกครั้งก็กลัวทุกครั้ง แต่เราสามารถเลือกได้นะคะ เขาจะมี 2 อย่าง สปริงบอร์ดจะมีแค่ 1 เมตรกับ 3 เมตร แล้วก็จะเน้นกระโดดและท่าสวยงามค่ะ แต่ว่ามันก็จะมีอันที่เป็นแพลตฟอร์มสูงสุด 10 เมตรเหมือนกันค่ะ ก็สามารถเลือกได้ ถามว่าเราไปถึง 10 เมตรไหมก็คือจำเป็นต้องซ้อมทุกอย่าง แต่ว่าเวลาเราแข่ง เราสามารถเลือกว่าเราถนัดอย่างไร

 

ถาม รางวัลที่วาววา ณิชชาได้รับด้านกีฬามีอะไรบ้าง

วาววา ณิชชา : ส่วนมากจะเป็นชิงแชมป์ประเทศไทยที่แข่งกันในประเทศไทย ก็จะเป็นเยาวชนทีมชาติ จะต้องชนะตรงนี้ก่อนค่ะ ถึงจะได้ไปแข่งต่างประเทศ

 

ถาม แล้วตอนนั้นทำไมวาววา ณิชชาถึงไม่ไปทางด้านกีฬาให้สุดเลย เป็นทีมชาติ เคยคิดไหมว่าจะไปแบบนั้น

วาววา ณิชชา : ตอนนั้นก็เป็นเยาวชนทีมชาติแล้วนะคะ แต่เราไม่ได้ชอบ ไม่ได้มี passion ขนาดนั้นค่ะ และก็ช่วงนั้นวาก็เริ่มเป็นหนอนหนังสือ อ่านหนังสือเยอะ เราก็จะอ่านพวกแนว How to ทำไมบิล เกตส์ ถึงประสบความสำเร็จ ทำไมสตีฟ จอบส์ ถึงประสบความสำเร็จ แล้วก็เห็นว่าจริงๆ โลกนี้มันมีโอกาสอีกมากมายเลยนะ เราอยากทำอะไร อยากได้อะไร อยากเดินชีวิตไปในทางไหนจริงๆ เรามีตัวเลือกอีกเยอะแยะมากมาย เราลองทำอย่างอื่นดูไหม ก็เลยแบบไปแคสโฆษณา แคสละครและก็ได้เข้ามาในวงการค่ะ

 

วาววา ณิชชา2

 

ถาม อันนั้นคือเป็นเส้นทางไปตามเส้นทางปกติคือไม่ได้มีทางลัดใดๆ แล้วทำไมถึงรู้สึกว่าอยากไปแคสติง

วาววา ณิชชา : ตอนแรกเราก็ยังไม่รู้ว่าเราชอบอะไรแต่ว่าวาอ่านหนังสือ The Secret แล้วมันเป็นเรื่องของวิธีคิดว่าเราอยากได้อะไรให้เราโฟกัส ตอนนั้นเราเด็ก เราก็ยังไม่รู้ว่าเราอยากได้อะไร แต่เราอยากได้เงิน เพราะว่าเราไม่มีเงินเลย เราอยู่ในบ้านทาวน์เฮาส์เล็กๆ และทุกเดือนคุณแม่ก็ชักหน้าไม่ถึงหลัง ทุกอย่างมันยากไปหมดเลย เราก็เลยเขียนตัวเลขในสมุดบัญชี ซึ่งตอนนั้นเป็นสมุดบัญชีที่โรงเรียนเปิดให้ว่าเราอยากมีเงิน 1 แสนบาทในบัญชีค่ะ เพราะตอนนั้นเราไม่รู้ว่าเราอยากทำอาชีพอะไร เพราะตอนนั้นเราแค่ 15-16 ปีเอง ก็เลยมีคนชวนไปแคสก็ไปแคสไปๆ มาๆ มันถึง 1 แสนบาทจริงๆ

 

ถาม วาววา ณิชชาเป็นคนมีความเครียดกับการใช้ชีวิตในแต่ละช่วงของตัวเองไหม แล้วความเครียดมี 10 ระดับ วาววา ณิชชาอยู่ในระดับไหน

วาววา ณิชชา : เครียดทุกช่วงเลยค่ะ ถามว่าอยู่ในระดับไหนก็ระดับ 10 ตลอดเวลากับทุกเรื่อง สุดกับทุกเรื่องค่ะ อาจจะเพราะพออ่านหนังสือด้วย และชีวิตเรามีโอกาสมากมายนะ เราทำอย่างไรถึงจะสำเร็จในแต่ละทาง วามีแผนที่อยากจะทำให้คุณภาพชีวิตของคนในประเทศดีขึ้น เพราะเรามองว่าเราลำบากและอย่างที่วาบอกค่ะ 70% ของประเทศก็ลำบาก เกษตรกรลำบากเยอะแยะมากมายเลย ตายายเราลำบากมาก แม่เราลำบากจนมาถึงเรา เราลำบากอีก เราจะทำอย่างไรได้บ้างที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนให้ดีขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้วตอนวาอายุ 20 ปี วาก็วางแผนผังเลย คิดแพลตฟอร์มว่าจะทำอย่างไรให้ชาวนาปลูกข้าวให้ดีขึ้นสามารถเชื่อมต่อกับบริษัทใหญ่ๆ หรือ SME ปัจจุบันซึ่งมีมากมายทำอย่างไรให้ชีวิตคนในประเทศดีขึ้น อันนั้นเป็นเป้าหมายใหญ่ที่สุดของชีวิตวาคือทำเพื่อสังคม อาจจะเห็นแก่ตัวด้วย เพราะว่าอยากพิสูจน์ตัวเองว่าเราเกิดมาครั้งหนึ่ง เราสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เพราะมันจะเป็นความภูมิใจของเรา เป็นเหมือนแบบว่าฉันทำได้นะ แต่ก่อนกดดันว่าฉันต้องทำให้ได้ก่อน 30 ปี ต้องทำอันนี้ออกมาให้ทุกคนได้ใช้ แต่ว่าพอเวลามันผ่านไป เราก็ลดความกดดันของตัวเองน้อยลง คือเราไม่ทำก็ไม่ได้มีใครว่าเรานะ แต่มันเป็นสิ่งที่เราอยากทำ เพราะฉะนั้นก่อนเราเสียชีวิตไป เราทำได้ดี ถ้าเราทำไม่ได้ ไม่เป็นไร อย่าโกรธตัวเอง

 

ถาม สมมติการตั้งเป้าอะไรสักอย่างในการทำงาน ฉันจะต้องแบบนี้ให้ได้ มันจะต้องมีความเพอร์เฟกต์อย่างน้อยระดับนี้แหละนะ และถ้าเกิดมันผิดต่อความคาดหวัง สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นคืออะไร

วาววา ณิชชา : ก็เครียดค่ะ ถ้าแต่ก่อนก็จะอยู่กับมันนานหน่อย เดี๋ยวนี้ก็จะปล่อยเร็วขึ้น แล้วพยายามทำให้ครั้งต่อไปผิดพลาดน้อยที่สุด อย่างเช่นสมมติว่าวารู้สึกคลื่นไส้ที่กอง แล้วทำอย่างไร ต้องลำบากให้คนอื่นไปหาซื้อยาให้ คิวต่อไป วามียาแก้คลื่นไส้แล้ว ตอนนี้วามีทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อลดความผิดพลาดให้มากที่สุด พยายามทำให้ทุกอย่างมันเพอร์เฟกต์ที่สุด ทำให้มีความผิดพลาดน้อยที่สุด

 

ถาม แล้วเรื่องไร้สาระที่สุดของวาววา ณิชชาอย่างไปเที่ยว วาก็ยังตั้งเป้าหมายไหมเราจะเครียดเรื่องอะไร

วาววา ณิชชา : สมมติว่าวาเป็นคนชอบทำกิจกรรม สมมติว่าถ้าไปดำน้ำอย่างนี้ก็จะต้องเป็น Divemaster ให้ได้ ต้องเป็นระดับสูงสุดของนักดำน้ำให้ได้ ต้องดำให้ครบ 200 ไดร์ฟ เพื่อที่จะได้ระดับสูงสุด อย่างเวลาที่เราไปทานข้าว ทานไก่เหลือง เราก็จะคิดว่าแคลอรี่เท่าไหร่ แล้วกินมันจะคุ้มกับที่เราไปออกกำลังกายไหม

 

วาววา ณิชชา3

 

ถาม ปกติวาววา ณิชชาเล่นเซิร์ฟบอร์ดไหม

วาววา ณิชชา : อย่างเราเล่นเซิร์ฟ ทุกคนก็จะเอ็นจอยถ่ายรูปได้รูปก็จบแล้ว แต่เราเป็นนักกีฬามาก่อนด้วย เรามีสกิล เพราะฉะนั้นเล่นเซิร์ฟต้องเล่นให้ไปแข่งได้ เราก็ซื้อบอร์ดเลยตั้งแต่แรกๆ ไปให้สุด

วาววา ณิชชา : อยากจะถามพี่อ้อย พี่ฉอดเหมือนกันว่าการที่คนทุกคนจะเจอคนที่ใช่แล้วรู้สึกอยากแต่งงานกับคนนี้ มันคืออะไรที่บ่งบอกว่าคนนี้คือใช่ที่สุด อย่างวาตอนนี้รู้สึกว่าเป้าหมายมันคล้ายกัน เรารู้สึกว่าใช่ แต่พอเรื่องรายละเอียดในชีวิตประจำวัน เรารู้สึกว่าเหนื่อยยากมาก ต้องเจอที่ปรึกษา ต้องพยายามปรับตัวตลอด หรือเพราะมันไม่ใช่ แล้วคนที่ใช่มันควรคลิกกันทุกเรื่องไหม

พี่ฉอด : จริงๆ แล้วมันไม่มีอะไรที่เป็นคำว่าต้องเลย พี่กำลังรู้สึกว่าบางทีเราอาจจะใช้ชีวิตอยู่กับคำว่าต้อง ต้องทำอย่างนั้น ต้องทำอย่างนี้เกินไป แต่สิ่งที่วาววากำลังพูดมาทั้งหมด พี่ว่ามีความสุขตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น เอาง่ายๆ คำว่าใช่ไม่ใช่ พี่ไม่รู้เหมือนกันว่าความหมายมันคืออะไร แต่วันนี้อยู่ใกล้ใครแล้วมีความสุขก็อยู่ ถ้าต่างคนต่างยังมีความพยายามในการที่จะปรับทุกอย่างให้มันพอดีกัน ซึ่งพี่ถือว่าอันนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ อย่าไปตกใจว่าทำไมทะเลาะกัน ตายแล้ว ทำไมเห็นไม่ตรงกัน พี่ว่ามันเป็นธรรมชาติของมนุษย์นะ คนสองคนอยู่กันคนละซีกโลก แล้ววันหนึ่งมาเจอกันแล้วบอกให้พอดีกันไปทุกอย่างเลยมันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นเพียงแค่ใช้ชีวิตไปตามธรรมชาติ วันนี้ก็รักกันมีความสุขมากกว่าความทุกข์ไหม ทะเลาะกันก็ได้ แต่มองการทะเลาะกันให้มันเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ บ้างก็ได้ ทั้งที่ความจริงแล้ววันนี้ถ้ามองมุมหนึ่ง เราก็มีทุกอย่างเนอะ มีคนๆ หนึ่งซึ่งอุตส่าห์ข้ามประเทศ ข้ามโลกมาหาเราที่นี่ ถ้าเขาไม่ได้รักเราซะเหลือเกิน พี่ว่าเฮนรี่คงไม่เสียสละขนาดนั้นค่ะ

พี่อ้อย : พี่ว่าคนที่ใช่คือคนที่ชอบ ตอนชอบใช่หมดแหละ พอวันหนึ่งไม่ชอบแล้วไงก็แปลว่าไม่ใช่ พี่ว่าคำว่าคนที่ใช่ บางทีมันเป็นคำที่ดูไม่ค่อยมีเหตุผลค่ะ และพี่เชื่อว่าถ้าเกิดว่าการแต่งงานเป็นเรื่องของการตลาด ก็ให้มันทำการตลาดสักหน่อย อย่างน้อยในงานแต่งงานหนึ่งก็มีอีกหลายอาชีพที่ได้เงิน ก็ถือว่าโอเค ร้านจัดดอกไม้ได้เงินนะคะ ถ่ายภาพแต่งงานได้เงินค่ะ เพราะเราไม่เห็นจำเป็นต้องไปใส่เหตุผลกับทุกเรื่อง สมมติว่างานแต่งงานก็ไม่ได้แปลว่าต้องใหญ่ บางคนงานแต่งเขาเล็กๆ อยู่กันน่ารักๆ อย่างหนูบอกเป็นปาร์ตี้เพื่อนๆ แต่คราวนี้ถ้าถามว่าคู่แต่งงานจะต้องคลิกกันระดับไหน พี่ว่าคนเราสื่อสารกัน รับฟังกันทั้งชีวิตเราเรียนรู้ทั้งชีวิตเลยนะคะ พี่ไม่เคยมั่นใจเลยว่าจะแต่งงาน 10 20 30 ปีแล้วบอกว่าฉันรู้จักกันดี ไม่เลยค่ะ เพราะมันมีสิ่งใหม่ๆ ให้เราได้เรียนรู้ ความรักคือการที่มีคนสองคนที่มีความเติบโตในแต่ละปีไม่เห็นเหมือนกันเลย แล้วก็แค่เราพร้อมเรียนรู้กันหรือเปล่าพี่ว่าคู่แต่งงานไม่ได้รักกันทุกวันหรอกทุกคู่เหมือนกันหมด แต่ให้สะบัดมือจากกันไหมไม่ฉันโอเคถ้าฉันชั่งน้ำหนักฉันก็จะมีความสุขในการเรียนรู้ ความไม่สมบูรณ์แบบของกันและกันพี่ว่าตรงนั้นมากกว่าและมันไม่มีใครรู้หรอกค่ะว่าแต่งงานแล้วเลือกวันนี้มันใช่อีก 10 20 ปีไหมเอาเป็นว่ามีความสุขที่สุดในจุดที่ต้องเลือก

 

วาววา ณิชชา แฟน1

 

พี่อั๋น : เอาจริงๆ ไม่ใช่แค่เขาย้ายประเทศมานะ วันนี้ที่วาววานั่งสัมภาษณ์อยู่ เขาฟังภาษาไทยไม่ออก แต่เขานั่งอยู่เฉยๆ ตั้งแต่เริ่มต้นจนตอนนี้ไม่ลุกไปไหนเลยด้วย แล้วนั่งมองตลอดเลย อยากบอกอะไรกับเขาไหม

วาววา ณิชชา : (น้ำตาคลอ) ฉันบอกพวกพี่เขาว่าเราทะเลาะกันบ่อยและฉันก็ถามพี่ๆ ว่าคนที่ใช่คืออะไร พี่ๆ เขาก็ชี้ให้เห็นเรื่องที่คุณย้ายประเทศ ข้ามน้ำข้ามทะเลมาอยู่กับฉัน จนตอนนี้ที่คุณไม่เข้าใจภาษาไทยเลย แต่คุณก็ยังนั่งฟังฉันประทับใจมากๆ ฉันขอโทษสำหรับหลายๆ สิ่ง ฉันรักคุณค่ะ

 

ถาม แล้วเฮนรี่มีอะไรอยากจะบอกวาววาไหม

เฮนรี่ : เรื่องที่ผมห่วงที่สุดคือการทำให้คุณมีความสุขในการเดินทางของชีวิต เราจะเดินไปด้วยกัน ชีวิตมันจะน่าสนใจถ้าเราได้เจออะไรที่เป็นอุปสรรคและท้าทาย แต่ว่าความตั้งใจที่อยากทำให้คุณมีความสุขก็ไม่สำคัญเท่าการกระทำ แม้ว่าผมจะทำอะไรผิดพลาดไปมากมาย ผมเรียนรู้ที่อยากจะเป็นคนที่ดีขึ้น ผมก็หวังอย่างเดียวว่าอยากช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นและเป็นได้อย่างที่หวัง ผมจะทำทุกอย่างเพื่อซัพพอร์ตคุณนะ

 

วาววา ณิชชา แฟน2



สามารถชมคลิปรายการ CLUB FRIDAY SHOW ทางยูทูป :

https://youtu.be/R3sZtUOVJuQ
https://youtu.be/9DJrY3QCTUE
https://youtu.be/lpnyu-iTBcU


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- เปิดหัวใจ วาววา ณิชชา ลั่นอีก 2 ปีแต่งแน่ กับ เฮนรี่ แฟนหนุ่มชาวนิวซีแลนด์

- วาววา ณิชชา เปิดใจพลิกตัวตน 100% ปรับลุครับบท เปลแก้ว

- วาววา เผยมีผู้ป่วยโควิดเคสวิกฤตอีกเป็นร้อย เคสสลดรอเตียงเสียชีวิต เด็กน้อยไม่รู้ขอผ้าห่มให้แม่

undefined

"วาววา ณิชชา" มาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษในรายการ Club Friday Show เปิดแบบหมดเปลือกทุกเรื่องราวของชีวิตในเรื่องราวของชีวิต เผยเป็นคนที่อะไรในชีวิตต้องสุดพร้อมยอมรับเป็นคนเครียดกับการใช้ชีวิตในทุกเรื่อง และคำถามจากหัวใจที่เอ่ยปากถามพี่อ้อยพี่ฉอด คนที่ใช่ต้องคลิกทุกเรื่องไหม?

 

วาววา ณิชชา1

 

ถาม ก่อนจะมาเป็นนางเอก วาววา ณิชชา เป็นนักกีฬาเลย กีฬาที่ถนัดที่สุดก็คืออะไร แล้วทำไมถึงเลือกกีฬาชนิดนี้

วาววา ณิชชา : กีฬากระโดดน้ำค่ะ จริงๆ เป็นนักกีฬาว่ายน้ำก่อนค่ะ แต่ว่านักกีฬาว่ายน้ำคู่แข่งเยอะมาก เพราะว่าใครก็ว่ายได้ แต่ว่าการที่เราจะก้าวไปเป็นเยาวชนทีมชาติ ถ้าว่ายน้ำโอกาสคงน้อยมาก คุณแม่ก็เลยมองว่าวาเล่นยิมนาสติกมาตั้งแต่เด็ก สามารถตีลังกาและมีความอ่อนตัวค่ะ แล้วเราเป็นนักกีฬาว่ายน้ำด้วย ก็เลยเริ่มไปฝึกซ้อมค่ะ

 

ถาม แต่มันใช้สกิลแห่งความกล้าหาญต่างกันเหมือนกัน ไม่กลัวเหรอเพราะว่าโดดลงมาจากที่สูงมากๆ

วาววา ณิชชา : กลัวค่ะ ก่อนโดดทุกครั้งก็กลัวทุกครั้ง แต่เราสามารถเลือกได้นะคะ เขาจะมี 2 อย่าง สปริงบอร์ดจะมีแค่ 1 เมตรกับ 3 เมตร แล้วก็จะเน้นกระโดดและท่าสวยงามค่ะ แต่ว่ามันก็จะมีอันที่เป็นแพลตฟอร์มสูงสุด 10 เมตรเหมือนกันค่ะ ก็สามารถเลือกได้ ถามว่าเราไปถึง 10 เมตรไหมก็คือจำเป็นต้องซ้อมทุกอย่าง แต่ว่าเวลาเราแข่ง เราสามารถเลือกว่าเราถนัดอย่างไร

 

ถาม รางวัลที่วาววา ณิชชาได้รับด้านกีฬามีอะไรบ้าง

วาววา ณิชชา : ส่วนมากจะเป็นชิงแชมป์ประเทศไทยที่แข่งกันในประเทศไทย ก็จะเป็นเยาวชนทีมชาติ จะต้องชนะตรงนี้ก่อนค่ะ ถึงจะได้ไปแข่งต่างประเทศ

 

ถาม แล้วตอนนั้นทำไมวาววา ณิชชาถึงไม่ไปทางด้านกีฬาให้สุดเลย เป็นทีมชาติ เคยคิดไหมว่าจะไปแบบนั้น

วาววา ณิชชา : ตอนนั้นก็เป็นเยาวชนทีมชาติแล้วนะคะ แต่เราไม่ได้ชอบ ไม่ได้มี passion ขนาดนั้นค่ะ และก็ช่วงนั้นวาก็เริ่มเป็นหนอนหนังสือ อ่านหนังสือเยอะ เราก็จะอ่านพวกแนว How to ทำไมบิล เกตส์ ถึงประสบความสำเร็จ ทำไมสตีฟ จอบส์ ถึงประสบความสำเร็จ แล้วก็เห็นว่าจริงๆ โลกนี้มันมีโอกาสอีกมากมายเลยนะ เราอยากทำอะไร อยากได้อะไร อยากเดินชีวิตไปในทางไหนจริงๆ เรามีตัวเลือกอีกเยอะแยะมากมาย เราลองทำอย่างอื่นดูไหม ก็เลยแบบไปแคสโฆษณา แคสละครและก็ได้เข้ามาในวงการค่ะ

 

วาววา ณิชชา2

 

ถาม อันนั้นคือเป็นเส้นทางไปตามเส้นทางปกติคือไม่ได้มีทางลัดใดๆ แล้วทำไมถึงรู้สึกว่าอยากไปแคสติง

วาววา ณิชชา : ตอนแรกเราก็ยังไม่รู้ว่าเราชอบอะไรแต่ว่าวาอ่านหนังสือ The Secret แล้วมันเป็นเรื่องของวิธีคิดว่าเราอยากได้อะไรให้เราโฟกัส ตอนนั้นเราเด็ก เราก็ยังไม่รู้ว่าเราอยากได้อะไร แต่เราอยากได้เงิน เพราะว่าเราไม่มีเงินเลย เราอยู่ในบ้านทาวน์เฮาส์เล็กๆ และทุกเดือนคุณแม่ก็ชักหน้าไม่ถึงหลัง ทุกอย่างมันยากไปหมดเลย เราก็เลยเขียนตัวเลขในสมุดบัญชี ซึ่งตอนนั้นเป็นสมุดบัญชีที่โรงเรียนเปิดให้ว่าเราอยากมีเงิน 1 แสนบาทในบัญชีค่ะ เพราะตอนนั้นเราไม่รู้ว่าเราอยากทำอาชีพอะไร เพราะตอนนั้นเราแค่ 15-16 ปีเอง ก็เลยมีคนชวนไปแคสก็ไปแคสไปๆ มาๆ มันถึง 1 แสนบาทจริงๆ

 

ถาม วาววา ณิชชาเป็นคนมีความเครียดกับการใช้ชีวิตในแต่ละช่วงของตัวเองไหม แล้วความเครียดมี 10 ระดับ วาววา ณิชชาอยู่ในระดับไหน

วาววา ณิชชา : เครียดทุกช่วงเลยค่ะ ถามว่าอยู่ในระดับไหนก็ระดับ 10 ตลอดเวลากับทุกเรื่อง สุดกับทุกเรื่องค่ะ อาจจะเพราะพออ่านหนังสือด้วย และชีวิตเรามีโอกาสมากมายนะ เราทำอย่างไรถึงจะสำเร็จในแต่ละทาง วามีแผนที่อยากจะทำให้คุณภาพชีวิตของคนในประเทศดีขึ้น เพราะเรามองว่าเราลำบากและอย่างที่วาบอกค่ะ 70% ของประเทศก็ลำบาก เกษตรกรลำบากเยอะแยะมากมายเลย ตายายเราลำบากมาก แม่เราลำบากจนมาถึงเรา เราลำบากอีก เราจะทำอย่างไรได้บ้างที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนให้ดีขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้วตอนวาอายุ 20 ปี วาก็วางแผนผังเลย คิดแพลตฟอร์มว่าจะทำอย่างไรให้ชาวนาปลูกข้าวให้ดีขึ้นสามารถเชื่อมต่อกับบริษัทใหญ่ๆ หรือ SME ปัจจุบันซึ่งมีมากมายทำอย่างไรให้ชีวิตคนในประเทศดีขึ้น อันนั้นเป็นเป้าหมายใหญ่ที่สุดของชีวิตวาคือทำเพื่อสังคม อาจจะเห็นแก่ตัวด้วย เพราะว่าอยากพิสูจน์ตัวเองว่าเราเกิดมาครั้งหนึ่ง เราสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เพราะมันจะเป็นความภูมิใจของเรา เป็นเหมือนแบบว่าฉันทำได้นะ แต่ก่อนกดดันว่าฉันต้องทำให้ได้ก่อน 30 ปี ต้องทำอันนี้ออกมาให้ทุกคนได้ใช้ แต่ว่าพอเวลามันผ่านไป เราก็ลดความกดดันของตัวเองน้อยลง คือเราไม่ทำก็ไม่ได้มีใครว่าเรานะ แต่มันเป็นสิ่งที่เราอยากทำ เพราะฉะนั้นก่อนเราเสียชีวิตไป เราทำได้ดี ถ้าเราทำไม่ได้ ไม่เป็นไร อย่าโกรธตัวเอง

 

ถาม สมมติการตั้งเป้าอะไรสักอย่างในการทำงาน ฉันจะต้องแบบนี้ให้ได้ มันจะต้องมีความเพอร์เฟกต์อย่างน้อยระดับนี้แหละนะ และถ้าเกิดมันผิดต่อความคาดหวัง สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นคืออะไร

วาววา ณิชชา : ก็เครียดค่ะ ถ้าแต่ก่อนก็จะอยู่กับมันนานหน่อย เดี๋ยวนี้ก็จะปล่อยเร็วขึ้น แล้วพยายามทำให้ครั้งต่อไปผิดพลาดน้อยที่สุด อย่างเช่นสมมติว่าวารู้สึกคลื่นไส้ที่กอง แล้วทำอย่างไร ต้องลำบากให้คนอื่นไปหาซื้อยาให้ คิวต่อไป วามียาแก้คลื่นไส้แล้ว ตอนนี้วามีทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อลดความผิดพลาดให้มากที่สุด พยายามทำให้ทุกอย่างมันเพอร์เฟกต์ที่สุด ทำให้มีความผิดพลาดน้อยที่สุด

 

ถาม แล้วเรื่องไร้สาระที่สุดของวาววา ณิชชาอย่างไปเที่ยว วาก็ยังตั้งเป้าหมายไหมเราจะเครียดเรื่องอะไร

วาววา ณิชชา : สมมติว่าวาเป็นคนชอบทำกิจกรรม สมมติว่าถ้าไปดำน้ำอย่างนี้ก็จะต้องเป็น Divemaster ให้ได้ ต้องเป็นระดับสูงสุดของนักดำน้ำให้ได้ ต้องดำให้ครบ 200 ไดร์ฟ เพื่อที่จะได้ระดับสูงสุด อย่างเวลาที่เราไปทานข้าว ทานไก่เหลือง เราก็จะคิดว่าแคลอรี่เท่าไหร่ แล้วกินมันจะคุ้มกับที่เราไปออกกำลังกายไหม

 

วาววา ณิชชา3

 

ถาม ปกติวาววา ณิชชาเล่นเซิร์ฟบอร์ดไหม

วาววา ณิชชา : อย่างเราเล่นเซิร์ฟ ทุกคนก็จะเอ็นจอยถ่ายรูปได้รูปก็จบแล้ว แต่เราเป็นนักกีฬามาก่อนด้วย เรามีสกิล เพราะฉะนั้นเล่นเซิร์ฟต้องเล่นให้ไปแข่งได้ เราก็ซื้อบอร์ดเลยตั้งแต่แรกๆ ไปให้สุด

วาววา ณิชชา : อยากจะถามพี่อ้อย พี่ฉอดเหมือนกันว่าการที่คนทุกคนจะเจอคนที่ใช่แล้วรู้สึกอยากแต่งงานกับคนนี้ มันคืออะไรที่บ่งบอกว่าคนนี้คือใช่ที่สุด อย่างวาตอนนี้รู้สึกว่าเป้าหมายมันคล้ายกัน เรารู้สึกว่าใช่ แต่พอเรื่องรายละเอียดในชีวิตประจำวัน เรารู้สึกว่าเหนื่อยยากมาก ต้องเจอที่ปรึกษา ต้องพยายามปรับตัวตลอด หรือเพราะมันไม่ใช่ แล้วคนที่ใช่มันควรคลิกกันทุกเรื่องไหม

พี่ฉอด : จริงๆ แล้วมันไม่มีอะไรที่เป็นคำว่าต้องเลย พี่กำลังรู้สึกว่าบางทีเราอาจจะใช้ชีวิตอยู่กับคำว่าต้อง ต้องทำอย่างนั้น ต้องทำอย่างนี้เกินไป แต่สิ่งที่วาววากำลังพูดมาทั้งหมด พี่ว่ามีความสุขตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น เอาง่ายๆ คำว่าใช่ไม่ใช่ พี่ไม่รู้เหมือนกันว่าความหมายมันคืออะไร แต่วันนี้อยู่ใกล้ใครแล้วมีความสุขก็อยู่ ถ้าต่างคนต่างยังมีความพยายามในการที่จะปรับทุกอย่างให้มันพอดีกัน ซึ่งพี่ถือว่าอันนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ อย่าไปตกใจว่าทำไมทะเลาะกัน ตายแล้ว ทำไมเห็นไม่ตรงกัน พี่ว่ามันเป็นธรรมชาติของมนุษย์นะ คนสองคนอยู่กันคนละซีกโลก แล้ววันหนึ่งมาเจอกันแล้วบอกให้พอดีกันไปทุกอย่างเลยมันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นเพียงแค่ใช้ชีวิตไปตามธรรมชาติ วันนี้ก็รักกันมีความสุขมากกว่าความทุกข์ไหม ทะเลาะกันก็ได้ แต่มองการทะเลาะกันให้มันเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ บ้างก็ได้ ทั้งที่ความจริงแล้ววันนี้ถ้ามองมุมหนึ่ง เราก็มีทุกอย่างเนอะ มีคนๆ หนึ่งซึ่งอุตส่าห์ข้ามประเทศ ข้ามโลกมาหาเราที่นี่ ถ้าเขาไม่ได้รักเราซะเหลือเกิน พี่ว่าเฮนรี่คงไม่เสียสละขนาดนั้นค่ะ

พี่อ้อย : พี่ว่าคนที่ใช่คือคนที่ชอบ ตอนชอบใช่หมดแหละ พอวันหนึ่งไม่ชอบแล้วไงก็แปลว่าไม่ใช่ พี่ว่าคำว่าคนที่ใช่ บางทีมันเป็นคำที่ดูไม่ค่อยมีเหตุผลค่ะ และพี่เชื่อว่าถ้าเกิดว่าการแต่งงานเป็นเรื่องของการตลาด ก็ให้มันทำการตลาดสักหน่อย อย่างน้อยในงานแต่งงานหนึ่งก็มีอีกหลายอาชีพที่ได้เงิน ก็ถือว่าโอเค ร้านจัดดอกไม้ได้เงินนะคะ ถ่ายภาพแต่งงานได้เงินค่ะ เพราะเราไม่เห็นจำเป็นต้องไปใส่เหตุผลกับทุกเรื่อง สมมติว่างานแต่งงานก็ไม่ได้แปลว่าต้องใหญ่ บางคนงานแต่งเขาเล็กๆ อยู่กันน่ารักๆ อย่างหนูบอกเป็นปาร์ตี้เพื่อนๆ แต่คราวนี้ถ้าถามว่าคู่แต่งงานจะต้องคลิกกันระดับไหน พี่ว่าคนเราสื่อสารกัน รับฟังกันทั้งชีวิตเราเรียนรู้ทั้งชีวิตเลยนะคะ พี่ไม่เคยมั่นใจเลยว่าจะแต่งงาน 10 20 30 ปีแล้วบอกว่าฉันรู้จักกันดี ไม่เลยค่ะ เพราะมันมีสิ่งใหม่ๆ ให้เราได้เรียนรู้ ความรักคือการที่มีคนสองคนที่มีความเติบโตในแต่ละปีไม่เห็นเหมือนกันเลย แล้วก็แค่เราพร้อมเรียนรู้กันหรือเปล่าพี่ว่าคู่แต่งงานไม่ได้รักกันทุกวันหรอกทุกคู่เหมือนกันหมด แต่ให้สะบัดมือจากกันไหมไม่ฉันโอเคถ้าฉันชั่งน้ำหนักฉันก็จะมีความสุขในการเรียนรู้ ความไม่สมบูรณ์แบบของกันและกันพี่ว่าตรงนั้นมากกว่าและมันไม่มีใครรู้หรอกค่ะว่าแต่งงานแล้วเลือกวันนี้มันใช่อีก 10 20 ปีไหมเอาเป็นว่ามีความสุขที่สุดในจุดที่ต้องเลือก

 

วาววา ณิชชา แฟน1

 

พี่อั๋น : เอาจริงๆ ไม่ใช่แค่เขาย้ายประเทศมานะ วันนี้ที่วาววานั่งสัมภาษณ์อยู่ เขาฟังภาษาไทยไม่ออก แต่เขานั่งอยู่เฉยๆ ตั้งแต่เริ่มต้นจนตอนนี้ไม่ลุกไปไหนเลยด้วย แล้วนั่งมองตลอดเลย อยากบอกอะไรกับเขาไหม

วาววา ณิชชา : (น้ำตาคลอ) ฉันบอกพวกพี่เขาว่าเราทะเลาะกันบ่อยและฉันก็ถามพี่ๆ ว่าคนที่ใช่คืออะไร พี่ๆ เขาก็ชี้ให้เห็นเรื่องที่คุณย้ายประเทศ ข้ามน้ำข้ามทะเลมาอยู่กับฉัน จนตอนนี้ที่คุณไม่เข้าใจภาษาไทยเลย แต่คุณก็ยังนั่งฟังฉันประทับใจมากๆ ฉันขอโทษสำหรับหลายๆ สิ่ง ฉันรักคุณค่ะ

 

ถาม แล้วเฮนรี่มีอะไรอยากจะบอกวาววาไหม

เฮนรี่ : เรื่องที่ผมห่วงที่สุดคือการทำให้คุณมีความสุขในการเดินทางของชีวิต เราจะเดินไปด้วยกัน ชีวิตมันจะน่าสนใจถ้าเราได้เจออะไรที่เป็นอุปสรรคและท้าทาย แต่ว่าความตั้งใจที่อยากทำให้คุณมีความสุขก็ไม่สำคัญเท่าการกระทำ แม้ว่าผมจะทำอะไรผิดพลาดไปมากมาย ผมเรียนรู้ที่อยากจะเป็นคนที่ดีขึ้น ผมก็หวังอย่างเดียวว่าอยากช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นและเป็นได้อย่างที่หวัง ผมจะทำทุกอย่างเพื่อซัพพอร์ตคุณนะ

 

วาววา ณิชชา แฟน2



สามารถชมคลิปรายการ CLUB FRIDAY SHOW ทางยูทูป :

https://youtu.be/R3sZtUOVJuQ
https://youtu.be/9DJrY3QCTUE
https://youtu.be/lpnyu-iTBcU


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- เปิดหัวใจ วาววา ณิชชา ลั่นอีก 2 ปีแต่งแน่ กับ เฮนรี่ แฟนหนุ่มชาวนิวซีแลนด์

- วาววา ณิชชา เปิดใจพลิกตัวตน 100% ปรับลุครับบท เปลแก้ว

- วาววา เผยมีผู้ป่วยโควิดเคสวิกฤตอีกเป็นร้อย เคสสลดรอเตียงเสียชีวิต เด็กน้อยไม่รู้ขอผ้าห่มให้แม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่