เก่ง เกียร์อาร์ แจ้งความ ไรเดอร์ทุบรถ จวก แอปฯ สีเขียว เคยอบรมพนักงานบ้างไหม?

9 พ.ย. 64

เก่ง เกียร์อาร์ โวย ไรเดอร์ก้าวร้าว ทุบรถ กระจังหน้าแตก ฝากถึง แอปฯ ส่งอาหาร 'สีเขียว' ได้อบรม พนง. บ้างหรือเปล่า

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Pattarasak Thiamprasert หรือชาวโซเชียลรู้จักในชื่อ เก่ง เกียร์อาร์ ได้โพสต์คลิปจากกล้องหน้ารถยนต์ ขณะเดินทางกลับบ้าน เวลาประมาณ 17.30 น. เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา บนถนนงามวงศ์วาน ก่อนถึงแยกพงษ์เพชร บริเวณหน้าห้างเดอะมอลล์งามวงศ์วาน ซึ่งมีการจราจรหนาแน่น แต่อยู่ๆ ก็มี ไรเดอร์ ขับรถขึ้นมาทางด้านขวา ก่อนจะแซงขึ้นมาแล้วใช้มือทุบเข้าไปที่กระจังหน้ารถของตนจนได้รับความเสียหาย ทำให้คลิปนี้มีชาวเน็ตได้วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์กันอย่างแพร่หลาย

โดย เก่ง เปิดใจกับอมรินทร์ทีวีว่า เกิดเหตุขึ้นประมาณห้าโมงครึ่ง ตนขับรถออกจากห้างพันธุ์ทิพย์จะกลับบ้าน ซึ่งบริเวณนั้นจะเป็นถนน 3 เลน ตนก็ขับมาเรื่อยๆ อยู่ในเลนกลาง ก็คือเลนที่ 2 ปรากฏว่ามี รถจักรยานยนต์ไรเดอร์ใส่ชุดสีเขียว เขาก็พยายามจะขับฝ่าช่องกลางมาระหว่างเลนซึ่งเป็นช่องที่แคบมาก ปรากฏว่าพอรถเลยจากฝั่งขวามือไป พอเขาเเซงขึ้นมาได้ จากนั้นก็ใช้มือซ้ายทุบเข้าไปที่กระจังหน้ารถของตน

ยืนยันว่าตนไม่ได้มีปัญหากับคู่กรณี หรือขับเบียดกันมาก่อนอย่างแน่นอน เพราะ เพิ่งขับรถออกจากพันธุ์ทิพย์ และขับรถตามทางมาเรื่อยๆ ซึ่งการจราจรก็กำลังไปเรื่อยๆ สลับกับติดขัด รถจะจอดแน่นทุกช่องทาง ซึ่งเราจะขับเร็ว หรือแซงกันมาไม่ได้ เพราะเวลาดังกล่าวจะมีรถสัญจรบนท้องถนนเยอะ ถ้าดูจากในคลิปตนจะอยู่ในเส้นประตลอดเลย จะไม่ได้ออกนอกเลย

ส่วนตัวมองว่า คู่กรณีคงอาจจะอยากแซง เเต่มีรถด้านขวาจอดอยู่แล้ว ทำให้ช่องทางมันก็จะแคบ แคบก็เข้าไม่ได้ พอมีช่องเขารีบเข้ามาแซงขึ้นมา เเซงปุ๊บทุบเลย

ยอมรับว่าพอเจอเหตุการณ์แบบก็รู้สึกตกใจ ว่าทำไมคนที่อาชีพคนส่งของ ส่งอาหาร ที่ทำอาชีพบริการแบบนี้ ทำไมถึงทำนิสัยก้าวร้าวแบบนี้ ทำลายทรัพย์สินคนอื่น จึงอยากจะถามไปถึงบริษัทว่าได้มีการอบรมพนักงานหรือเปล่า ว่าต้องมีลักษณะ บุคคลิก หรือนิสัยใจคอเป็นอย่างไร ถ้าไม่ได้มีการคัดกรองพนักงาน จนปล่อยให้ทำเรื่องแบบนี้ทำผู้บริโภคคงลำบากใจที่จะซื้อของ

ถามต่อว่าได้มีการขับรถตามเพื่อจะสอบถามไหมไลน์แมนคนนี้ไหม? "เก่ง" เล่าว่า ได้ขับรถตามเพื่อที่จะเคลียร์และสอบถาม ที่คู่กรณีขับรถหนึ รีบบิดเต็มที่ ตนก็พยายามขับรถตาม และแบบแตรเรียก แต่อีกฝ่ายก็ไม่จอด เพราะเห็นตนตามไป คู่กรณีเลยขับปาดหน้ารถคันอื่น อีก 4 เลน ตรงกลางแยก เพื่อเลี้ยวมาเดอะมอลล์งามวงษ์วาน เพื่อหนีตน มองว่ารถรถประมาทหวาดเสี่ยวมาก แผ่นป้ายทะเบียนก็ไม่ติด มิหนำซ้ำยังมาทุบรถแล้วหนีด้วย เลยไม่อยากให้ปล่อยคนแบบนี้ลอยตัวต่อไป

ล่าสุดวันนี้ "เก่ง" ได้ไปลงบันทึกประจำวันและแจ้งความ กับ สน. รัตนาธิเบศร์ เรียบร้อยแล้ว โดยมอบหลักฐาน
เป็นภาพคลิปจากกล้องหน้ารถ ซึ่งตำรวจยืนยันว่าหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุได้ไม่ยาก เพราะบริเวณแยกพงษ์เพชร จะมีกล้องวงจรปิดค่อนข้างเยอะ "เก่ง" เล่าต่ออีกว่า เพิ่งเจอเหตุการณ์แบบนี้ครั้งแรกในชีวิต เชื่อว่าคู่กรณี น่าจะเครียดเรื่องงาน หรือทำยอดขายไม่ได้ตามเป้า แต่ก็ไม่ควรไปลงที่คนอื่นแบบนี้ เพราะทำแบบนี้มันเป็นการทำลายทรัพย์สิน มันเป็นคดีอาญา คิดคุกได้ โดยได้มีการแสดงใบลงบันทึกประจำวัน เพราะสอบถามทนายจึงตัดสินใจไปลงบันทึกประจำวันที่โรงพัก เพราะมึการทำลายข้าวของ ขับรถประมาทหวาดเสียว เเซงในที่คับขัน และก็มีพฤติกรรมทุบรถ ซึ่งมันอันตรายต่อคนอื่น

ส่วนค่าเสียหายในส่วนของกระจังหน้ารถ ที่ไปซื้อก็ประมาณ 5,000-6,000 บาท แต่ของมันก็ใช้มาระยะหนึ่งแล้ว แต่มองว่าเกี่ยวกับพฤติกรรม สมมติว่าเขาไปทุบรถ ไปทำลายข้าวของ ของใคร ผมกลัวว่ามันจะเดือดร้อนคนอื่นด้วย

ถามว่ายังติดใจอะไรอีกไหมกับคู่กรณี "เก่ง" เผยว่า ไม่อยากให้ไปทำแบบนี้กับใครอีก เพราะอาชีพนี้ คนดีๆ มีเยอะ ไม่อยากให้คนทำอาชีพนี้เพียงแค่คนเดียวต้องเสีย จึงอยากจะให้ช่วยตามคนนี้มาให้หน่อย ผมไม่ได้ตามแค่คนเดียว มีตำรวจที่กำลังตามตัวอยู่ด้วย

ยืนยันว่า อยากจะเคลียร์กับคู่กรณี ถ้าเจอหน้าก็อยากจะถามเขาว่า "มาทุบรถผมทำไม" ยืนยันว่าไม่มีเรื่องกันแน่นอน ถ้าคนมีเรื่องกันมาก่อน ถ้าทุบรถจะลงมีเคลียร์พูดคุย แต่นี่เขาทุบเสร็จแล้วนิดรถหนีเลย คุณโกรธผมเรื่องอะไร ? มาคุยกันได้ ถ้าเจอก็พร้อมคุย

ถามต่อว่าขับรถต้องระวังขึ้นไหม? การขับรถยนต์มันต้องระมัดระวังอยู่แล้ว เพราะตามกฎหมาย เราต้องขับตามกัน ไม่ใช่ขับแซงในช่อง ในที่คับขัน ที่เขาทำมันผิดกฎหมายอยู่แล้ว เพราะรถเขาจะให้ขับตามกัน

พร้อมกันนี้ ก็อยากฝากเตือนว่า ถ้าเราหงุดหงิด อารมณ์เสียมา พยามยามทำใจให้เย็นแล้วค่อยขับรถ เพราะถ้าใจร้อนแล้วขับรถ อุบัติเหตุบางอย่างมันเกิดขึ้นได้ทันทีเพราะจากความใจร้อน ถ้าสมมติเขาเสียหลักล้มลงไป ผมจะซวย สำหรับเหตุการณ์นั้ก็ยังตกใจอยู่ ถ้าแบบนี้กับตัวเองผมก็สะดุดเหมือนกันนะ มีอะไรก็จอดรถคุยกันได้ ผมก็ใจเย็นลงแล้ว ผมไม่อยากมีเรื่องกับใครอยู่แล้ว ไม่ต้องมาทำลายทรัพย์สินคนอื่น

advertisement

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่