Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
สายไหมต้องรอดพาหมอ-ลูกสาว ร้องไซเบอร์ถูกอดีตพนง.คลินิกหลอกสูญ20ล้าน

สายไหมต้องรอดพาหมอ-ลูกสาว ร้องไซเบอร์ถูกอดีตพนง.คลินิกหลอกสูญ20ล้าน

24 ก.ค. 69
11:53 น.
แชร์

สายไหมต้องรอดพาหมอ-ลูกสาว ร้องตร.ไซเบอร์ถูก"จิ้งจอกสาว"อดีตพนักงานคลินิก หลอกโอนสูญกว่า 20ล้าน แถมแอบอ้างเป็นเจ้าของบ้านเรียกแก๊งเงินกู้ทวงเงินคุกคาม

วันนี้ (24 กรกฎาคม 2569) กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พาอาจารย์หมอ พร้อมลูกสาว แจ้งความเอาผิดนางสาวมะเหมี่ยว วัย 30 ปี อดีตพนักงานสาวคลินิกเข้ามาตีสนิท และมีการการหลอกลวงเงินสด รูดบัตรเครดิตเต็มวงเงิน และหลอกลงทุน สูญเงินรวมกว่า 20 ล้านบาท

​โดย​ลูกสาวของคุณหมอ เล่าเหตุการณ์ว่า อดีตพนักงานหญิงวัยประมาณ 30 ปีเศษ ซึ่งทำงานที่คลินิกมาตั้งแต่ช่วงอายุ 20 ปีปลายๆ ได้ชักชวนคุณหมอลงทุนส่งออกทุเรียนไปยังประเทศมาเลเซียเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยอ้างว่าเงินผลตอบแทนจะเข้าผ่านแอปพลิเคชันของมาเลเซียที่จำกัดยอดถอนได้เพียงวันละ 200,000 บาท แต่ที่ผ่านมาไม่เคยถอนเงินได้จริงแม้แต่บาทเดียว โดยอ้างปัญหาเรื่องระบบแอปพลิเคชัน และหลอกให้คุณหมอโอนเงินเติมเข้าไปเรื่อยๆ

นอกจากนี้ สาวรายดังกล่าวอ้างชีวิตรันทด โดยตนเองระบุว่า มะเร็งต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อรับยา หรืออ้างว่าไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาโดนกักตัวไว้ แต่เมื่อสอบถามชื่อโรงพยาบาลกลับบ่ายเบี่ยง ไม่เคยแจ้งข้อมูลจริง และมักทำทีเป็นโมโหกลบเกลื่อน

​เมื่อเงินเก็บของคุณหมอเริ่มหมด พฤติกรรมของจิ้งจอกสาวรายนี่เริ่มหนักขึ้น โดยมีการอ้างว่าตนเองไปกู้เงินมาแล้วโยนภาระให้คุณหมอชดใช้ให้ ยิ่งไปกว่านั้น ยังทำทีนำเงินสด 100,000 บาท มามอบให้คุณหมอ โดยอ้างว่าเป็น "เงินปันผล" และขอถ่ายรูปคุณหมอคู่กับเงิน แต่กลับนำรูปดังกล่าวไปส่งให้แก๊งหนี้นอกระบบ อ้างว่าคุณหมอเป็นผู้กู้เงินจริง จนได้ยอดกู้ถึง 300,000 บาท

​ต่อมา แก๊งหนี้นอกระบบได้ตามมาทวงถามถึงบ้านและคลินิก ทำให้ครอบครัวต้องตกอยู่ในสภาพหวาดระแวง ไม่เพียงเท่านั้น มิจฉาชีพยังพิมพ์ข้อความข่มขู่ส่งหาคุณหมอเรื่อยๆ เช่น "ขอเงินเพิ่มอีก 80,000 บาท ถ้าไม่ได้ เจ้าหนี้จะตามไปหาที่บ้าน" รวมถึงพูดจาข่มขู่ในลักษณะจะจัดการกับคนรอบตัว จนสร้างความหวาดกลัวให้กับครอบครัวอย่างมาก เบื้องต้น พบว่ายอดความเสียหายทั้งหมดสูงถึง 20 กว่าล้านบาท แบ่งเป็นเงินสดและเงินโอนสะสมประมาณ 10–15 ล้านบาท (รวมถึงเงินเกษียณ) ทั้งยังมีการหลอกให้หมอนำบ้านไปจำนอง และรูดบัตรเครดิตเต็มวงเงิน

​เมื่อไปสอบถามพนักงานคนอื่นในคลินิก จึงพบข้อมูลเพิ่มเติมว่า มิจฉาชีพรายนี้เคยยืมเงินเพื่อนสนิทในคลินิกแล้วไม่คืนเช่นกัน นอกจากนี้ เมื่อสอบถามไปยังครอบครัวและคนใกล้ชิดของพนักงานรายนี้ ทุกคนต่างบ่ายเบี่ยงและปฏิเสธความรับผิดชอบ

​ความจริงปรากฎเมื่อ ลูกสาวของผู้เสียหายขอดูรายการเดินบัญชี (Statement) ของพนักงานรายดังกล่าว เพื่อหาหลักฐานการลงทุนทุเรียน แต่กลับพบรายการโอนเงินเข้าบัญชีต้องสงสัยเป็นจำนวนมาก

​เมื่อสืบจนได้เบอร์โทรศัพท์และติดต่อไปยังปลายทาง ปรากฏว่าปลายสายยอมรับว่าเป็น "เว็บพนันออนไลน์" และอดีตพนักงานหญิงคนนี้ถือเป็นลูกค้าระดับ VIP ของเว็บ โดยมียอดเงินที่โอนเข้ามาเล่นพนันสูงถึง 10 ล้านบาท

​ปัจจุบันคุณหมออยู่ในภาวะเครียดจัดจากภาระหนี้สินมหาศาลและเงินเกษียณที่หายไป ขณะที่ลูกสาวและครอบครัวมีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับความปลอดภัย เนื่องจากมิจฉาชีพรู้ทั้งตำแหน่งที่อยู่บ้าน รหัสเข้าออก และยังมีพฤติกรรมข่มขู่คุกคามสุ่มเสี่ยงต่อการก่อเหตุร้าย จึงเตรียมนำหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

ด้านนายเอกภพ เปิดเผยว่า ผู้เสียหายไว้วางใจให้ทาง "จิ้งจอกสาว"รายนี้ เข้ามาพักอาศัยอยู่ด้วยกันภายในบ้านเพื่อช่วยดูแล และกลับถูกหลอกลวงว่าประสบปัญหาทางการเงิน และชักชวนนำเงินไปร่วมลงทุนหลายรูปแบบ รวมถึงอ้างการลงทุนส่งออกทุเรียน รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมด มากกว่า 20 ล้านบาท

​นอกจากพฤติกรรมหลอกเอาเงินสดแล้ว ในช่วงเวลาที่คุณหมอผู้เป็นลูกสาวไม่อยู่บ้าน มิจฉาชีพรายนี้ได้แอบอ้างนำรูปถ่ายบ้านพัก คลินิก รวมถึงแอบอ้างสัญญากับนิติบุคคล ไปใช้ยื่นขอกู้เงินจาก แก๊งหนี้นอกระบบมากกว่า 10 ราย โดยทำให้เจ้าหนี้เชื่อว่าเป็นบ้านและธุรกิจของตนเอง

​เมื่อสาวเชิดเงินหนีไป ทำให้เจ้าหนี้นอกระบบจำนวนมากเดินทางมาทวงหนี้ที่บ้านของคุณหมอ ยิ่งไปกว่านั้น ล่าสุดมิจฉาชีพยังได้โทรศัพท์มาข่มขู่ในลักษณะว่า "ให้ระวังตัว แก๊งเงินกู้อาจจะมารวมตัวกันอุ้ม" ทำให้ครอบครัวเกิดความหวาดกลัวเรื่องความปลอดภัยอย่างหนัก

ด้านพล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.) มารับเรื่องด้วยตัวเอง พร้อมระบุว่า จากข้อมูลการสอบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ คดีนี้เข้าข่ายลักษณะ Romance Scam (หลอกให้รัก) ในช่วงแรกเนื่องจากอาศัยความสนิทสนมและการดูแลใกล้ชิด ก่อนจะพัฒนากลายเป็น Hybrid Scam (หลอกให้ลงทุน) โดยอ้างการทำธุรกิจค้าขายทุเรียน

​นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน (Statement) ในเบื้องต้น พบว่ามีการโอนเงินและเชื่อมโยง URL ไปยัง เว็บพนันออนไลน์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งสืบสวนเร่งด่วน โดยย้ำว่า "เส้นทางการเงินตามหลักวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าบัญชีม้าหรือปลายทางจะบิดเบี้ยวไปไหน ก็ต้องถูกดำเนินคดีและออกหมายจับถึงตัวจริงแน่นอน"

​เบื้องต้น ทาง บก.สอท. ได้มอบหมายให้ สอท.2 (พนักงานสอบสวน) รับเรื่องสอบปากคำอย่างละเอียด พร้อมเร่งตรวจสอบ URL เว็บพนันและเส้นทางการเงินทั้งหมด หากพบว่าเข้าข่ายพื้นที่ปทุมธานีหรือพื้นที่เกี่ยวข้อง จะประสานงานร่วมกับตำรวจท้องที่ทันที

​สำหรับข้อกังวลเรื่องความปลอดภัยและแก๊งหนี้นอกระบบ รอง ผบช.สอท. ยืนยันว่า แก๊งเงินกู้ไม่มีสิทธิ์มาอุ้ม หรือข่มขู่คุกคามประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องได้ โดยได้สั่งการประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจในพื้นที่ ให้จัดกำลังเข้าไปดูแลรักษาความปลอดภัยที่บ้านของอาจารย์หมออย่างเข้มงวดแล้ว

Advertisement

แชร์
สายไหมต้องรอดพาหมอ-ลูกสาว ร้องไซเบอร์ถูกอดีตพนง.คลินิกหลอกสูญ20ล้าน