
วันนี้ (24 กรกฎาคม 2569) กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พาอาจารย์หมอ พร้อมลูกสาว แจ้งความเอาผิดนางสาวมะเหมี่ยว วัย 30 ปี อดีตพนักงานสาวคลินิกเข้ามาตีสนิท และมีการการหลอกลวงเงินสด รูดบัตรเครดิตเต็มวงเงิน และหลอกลงทุน สูญเงินรวมกว่า 20 ล้านบาท
โดยลูกสาวของคุณหมอ เล่าเหตุการณ์ว่า อดีตพนักงานหญิงวัยประมาณ 30 ปีเศษ ซึ่งทำงานที่คลินิกมาตั้งแต่ช่วงอายุ 20 ปีปลายๆ ได้ชักชวนคุณหมอลงทุนส่งออกทุเรียนไปยังประเทศมาเลเซียเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยอ้างว่าเงินผลตอบแทนจะเข้าผ่านแอปพลิเคชันของมาเลเซียที่จำกัดยอดถอนได้เพียงวันละ 200,000 บาท แต่ที่ผ่านมาไม่เคยถอนเงินได้จริงแม้แต่บาทเดียว โดยอ้างปัญหาเรื่องระบบแอปพลิเคชัน และหลอกให้คุณหมอโอนเงินเติมเข้าไปเรื่อยๆ
นอกจากนี้ สาวรายดังกล่าวอ้างชีวิตรันทด โดยตนเองระบุว่า มะเร็งต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อรับยา หรืออ้างว่าไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาโดนกักตัวไว้ แต่เมื่อสอบถามชื่อโรงพยาบาลกลับบ่ายเบี่ยง ไม่เคยแจ้งข้อมูลจริง และมักทำทีเป็นโมโหกลบเกลื่อน
เมื่อเงินเก็บของคุณหมอเริ่มหมด พฤติกรรมของจิ้งจอกสาวรายนี่เริ่มหนักขึ้น โดยมีการอ้างว่าตนเองไปกู้เงินมาแล้วโยนภาระให้คุณหมอชดใช้ให้ ยิ่งไปกว่านั้น ยังทำทีนำเงินสด 100,000 บาท มามอบให้คุณหมอ โดยอ้างว่าเป็น "เงินปันผล" และขอถ่ายรูปคุณหมอคู่กับเงิน แต่กลับนำรูปดังกล่าวไปส่งให้แก๊งหนี้นอกระบบ อ้างว่าคุณหมอเป็นผู้กู้เงินจริง จนได้ยอดกู้ถึง 300,000 บาท
ต่อมา แก๊งหนี้นอกระบบได้ตามมาทวงถามถึงบ้านและคลินิก ทำให้ครอบครัวต้องตกอยู่ในสภาพหวาดระแวง ไม่เพียงเท่านั้น มิจฉาชีพยังพิมพ์ข้อความข่มขู่ส่งหาคุณหมอเรื่อยๆ เช่น "ขอเงินเพิ่มอีก 80,000 บาท ถ้าไม่ได้ เจ้าหนี้จะตามไปหาที่บ้าน" รวมถึงพูดจาข่มขู่ในลักษณะจะจัดการกับคนรอบตัว จนสร้างความหวาดกลัวให้กับครอบครัวอย่างมาก เบื้องต้น พบว่ายอดความเสียหายทั้งหมดสูงถึง 20 กว่าล้านบาท แบ่งเป็นเงินสดและเงินโอนสะสมประมาณ 10–15 ล้านบาท (รวมถึงเงินเกษียณ) ทั้งยังมีการหลอกให้หมอนำบ้านไปจำนอง และรูดบัตรเครดิตเต็มวงเงิน
เมื่อไปสอบถามพนักงานคนอื่นในคลินิก จึงพบข้อมูลเพิ่มเติมว่า มิจฉาชีพรายนี้เคยยืมเงินเพื่อนสนิทในคลินิกแล้วไม่คืนเช่นกัน นอกจากนี้ เมื่อสอบถามไปยังครอบครัวและคนใกล้ชิดของพนักงานรายนี้ ทุกคนต่างบ่ายเบี่ยงและปฏิเสธความรับผิดชอบ
ความจริงปรากฎเมื่อ ลูกสาวของผู้เสียหายขอดูรายการเดินบัญชี (Statement) ของพนักงานรายดังกล่าว เพื่อหาหลักฐานการลงทุนทุเรียน แต่กลับพบรายการโอนเงินเข้าบัญชีต้องสงสัยเป็นจำนวนมาก
เมื่อสืบจนได้เบอร์โทรศัพท์และติดต่อไปยังปลายทาง ปรากฏว่าปลายสายยอมรับว่าเป็น "เว็บพนันออนไลน์" และอดีตพนักงานหญิงคนนี้ถือเป็นลูกค้าระดับ VIP ของเว็บ โดยมียอดเงินที่โอนเข้ามาเล่นพนันสูงถึง 10 ล้านบาท
ปัจจุบันคุณหมออยู่ในภาวะเครียดจัดจากภาระหนี้สินมหาศาลและเงินเกษียณที่หายไป ขณะที่ลูกสาวและครอบครัวมีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับความปลอดภัย เนื่องจากมิจฉาชีพรู้ทั้งตำแหน่งที่อยู่บ้าน รหัสเข้าออก และยังมีพฤติกรรมข่มขู่คุกคามสุ่มเสี่ยงต่อการก่อเหตุร้าย จึงเตรียมนำหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
ด้านนายเอกภพ เปิดเผยว่า ผู้เสียหายไว้วางใจให้ทาง "จิ้งจอกสาว"รายนี้ เข้ามาพักอาศัยอยู่ด้วยกันภายในบ้านเพื่อช่วยดูแล และกลับถูกหลอกลวงว่าประสบปัญหาทางการเงิน และชักชวนนำเงินไปร่วมลงทุนหลายรูปแบบ รวมถึงอ้างการลงทุนส่งออกทุเรียน รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมด มากกว่า 20 ล้านบาท
นอกจากพฤติกรรมหลอกเอาเงินสดแล้ว ในช่วงเวลาที่คุณหมอผู้เป็นลูกสาวไม่อยู่บ้าน มิจฉาชีพรายนี้ได้แอบอ้างนำรูปถ่ายบ้านพัก คลินิก รวมถึงแอบอ้างสัญญากับนิติบุคคล ไปใช้ยื่นขอกู้เงินจาก แก๊งหนี้นอกระบบมากกว่า 10 ราย โดยทำให้เจ้าหนี้เชื่อว่าเป็นบ้านและธุรกิจของตนเอง
เมื่อสาวเชิดเงินหนีไป ทำให้เจ้าหนี้นอกระบบจำนวนมากเดินทางมาทวงหนี้ที่บ้านของคุณหมอ ยิ่งไปกว่านั้น ล่าสุดมิจฉาชีพยังได้โทรศัพท์มาข่มขู่ในลักษณะว่า "ให้ระวังตัว แก๊งเงินกู้อาจจะมารวมตัวกันอุ้ม" ทำให้ครอบครัวเกิดความหวาดกลัวเรื่องความปลอดภัยอย่างหนัก
ด้านพล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.) มารับเรื่องด้วยตัวเอง พร้อมระบุว่า จากข้อมูลการสอบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ คดีนี้เข้าข่ายลักษณะ Romance Scam (หลอกให้รัก) ในช่วงแรกเนื่องจากอาศัยความสนิทสนมและการดูแลใกล้ชิด ก่อนจะพัฒนากลายเป็น Hybrid Scam (หลอกให้ลงทุน) โดยอ้างการทำธุรกิจค้าขายทุเรียน
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน (Statement) ในเบื้องต้น พบว่ามีการโอนเงินและเชื่อมโยง URL ไปยัง เว็บพนันออนไลน์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งสืบสวนเร่งด่วน โดยย้ำว่า "เส้นทางการเงินตามหลักวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าบัญชีม้าหรือปลายทางจะบิดเบี้ยวไปไหน ก็ต้องถูกดำเนินคดีและออกหมายจับถึงตัวจริงแน่นอน"
เบื้องต้น ทาง บก.สอท. ได้มอบหมายให้ สอท.2 (พนักงานสอบสวน) รับเรื่องสอบปากคำอย่างละเอียด พร้อมเร่งตรวจสอบ URL เว็บพนันและเส้นทางการเงินทั้งหมด หากพบว่าเข้าข่ายพื้นที่ปทุมธานีหรือพื้นที่เกี่ยวข้อง จะประสานงานร่วมกับตำรวจท้องที่ทันที
สำหรับข้อกังวลเรื่องความปลอดภัยและแก๊งหนี้นอกระบบ รอง ผบช.สอท. ยืนยันว่า แก๊งเงินกู้ไม่มีสิทธิ์มาอุ้ม หรือข่มขู่คุกคามประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องได้ โดยได้สั่งการประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจในพื้นที่ ให้จัดกำลังเข้าไปดูแลรักษาความปลอดภัยที่บ้านของอาจารย์หมออย่างเข้มงวดแล้ว
Advertisement