
เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจขึ้นในชุมชน เมื่อหญิงวัย 60 ปี ซึ่งพิการทางสายตา ต้องเผชิญกับฝันร้ายภายในบ้านของตัวเอง หลังถูกลูกชายวัย 26 ปี ที่ติดยาเสพติดอย่างหนัก ทำร้ายร่างกายอย่างทารุณและตกอยู่ในสภาวะถูกข่มขู่หวาดกลัวมาโดยตลอด ผู้เป็นแม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับการถูกรีดไถเงินเพื่อนำไปซื้อยาเสพติดและมั่วสุมกับกลุ่มเพื่อน ซ้ำยังถูกบังคับให้ไปกู้หนี้ยืมสินมาให้ หากปฏิเสธหรือหาเงินมาไม่ได้ก็จะต้องถูกซ้อมทารุณอย่างโหดเหี้ยม จนกระทั่งเธอตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอให้นำตัวลูกชายไปบำบัดและดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
ล่าสุด นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สายไหม ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักที่เกิดเหตุภายในหมู่บ้านอัมรินทร์นิเวศน์ 3 ซอยสายไหม 13 เขตสายไหม โดยระหว่างเดินทาง ผู้เป็นแม่ที่นั่งอยู่บนรถของทีมงาน ได้รับสายโทรศัพท์จาก นายเมฆ อายุ 26 ปี ผู้เป็นลูกชาย ที่โทรเข้ามาข่มขู่ด้วยถ้อยคำหยาบคายรุนแรงเพื่อสั่งให้รีบกลับบ้าน เมื่อคณะของเจ้าหน้าที่และทีมงานเดินทางไปถึงบริเวณหน้าบ้าน นายเมฆได้เดินออกมาเจอพอดี ซึ่งทีมงานสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติว่านายเมฆพกอาวุธมีดเหน็บไว้ที่เอวตลอดเวลา จึงตัดสินใจเข้าชาร์จ ล็อกตัว และกดลงกับพื้นเพื่อความปลอดภัยทันที
จากการเค้นสอบเบื้องต้น นายเมฆอ้างและยอมรับว่าได้ลงมือทำร้ายร่างกายผู้เป็นแม่จริง โดยกล่าวอ้างด้วยอารมณ์โกรธว่าแม่ไม่ยอมดูแลเอาใจใส่ตนเอง แม้ตอนแรกจะปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้ขอเงินไปซื้อยาเสพติด แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นภายในบ้านพัก กลับพบหลักฐานชัดเจนเป็นอุปกรณ์การเสพ ยาอี และกัญชา วางกระจายอยู่กลางบ้าน นอกจากนี้ยังพบไม้คมแฝกและอาวุธมีดที่ใช้เป็นสิ่งของในการลงมือทำร้ายแม่ตัวเองจริง เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบคดี
นางจันทร์เพ็ญ อายุ 60 ปี ผู้เป็นแม่ ได้เปิดเผยเรื่องราวความทุกข์ระทมอย่างละเอียดว่า พฤติกรรมของลูกชายเลวร้ายลงเรื่อยๆ โดยเมื่อสองสัปดาห์ก่อน เธอเพิ่งถูกลูกชายตบเข้าที่บ้องหูอย่างแรง เพียงเพราะไม่พอใจที่เธอไปขอให้เพื่อนของลูกชายช่วยขึ้นไปหยิบบุหรี่บนห้องนอนให้ ที่ผ่านมาความทรมานนี้ทำให้เธอเคยคิดสั้นจะกินยาจบชีวิตตัวเองหลายครั้ง แต่ก็ต้องหักห้ามใจเพราะความเป็นห่วงว่าลูกชายจะอยู่อย่างไรหากไม่มีเธอ แม้ในอดีตเธอเคยแจ้งตำรวจจับลูกชายหลังถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส แต่เมื่อส่งตัวไปบำบัดได้ไม่นาน เจ้าหน้าที่ก็ปล่อยตัวออกมาและกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก แถมยังเคยบังคับให้เธอไปตรวจปัสสาวะแทนลูกเพื่อยื่นให้เจ้าหน้าที่หวังรอดคดี ซึ่งเธอไม่สามารถปฏิเสธได้เพราะกลัวจะถูกซ้อมทำร้ายอย่างหนัก
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สายไหม ได้ควบคุมตัวนายเมฆไปสอบปากคำอย่างละเอียดที่โรงพัก พร้อมเตรียมส่งตัวไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย โดยในขั้นแรกได้แจ้ง 2 ข้อหาหนัก ได้แก่ ข้อหาทำร้ายร่างกาย และข้อหาเสพยาเสพติด ส่วนข้อหาอื่นๆ เช่น การข่มขู่คุกคาม และความผิดเกี่ยวกับอาวุธ จะต้องรอให้ผู้เป็นแม่เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมต่อไป
Advertisement