
นางสาวอร (นามสมมุติ) หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเห็นประกาศขายที่ดินผ่านเฟซบุ๊ก จึงติดต่อขอเข้าชมพื้นที่ เมื่อไปดูสถานที่จริงก็เกิดความสนใจ ก่อนตกลงวางเงินมัดจำและทยอยชำระเงินรวมหลายแสนบาท แต่เมื่อถึงวันนัดโอนกรรมสิทธิ์ กลับได้รับการเลื่อนนัดหลายครั้ง กระทั่งไปตรวจสอบกับกรมที่ดิน จึงทราบว่าที่ดินแปลงดังกล่าวถูกนำไปขายฝากไว้ก่อนแล้ว ทำให้ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ และภายหลังยังทราบว่ามีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน
ด้าน นายภพ (นามสมมุติ) กล่าวว่า ผู้ขายนำที่ดินมาประกาศขายโดยไม่ได้แจ้งว่ามีภาระผูกพัน พร้อมนำสำเนาโฉนดมาแบ่งเป็นหลายแปลงเพื่อขายให้ลูกค้าหลายราย เมื่อผู้ซื้อสอบถามเรื่องการโอน ก็มักอ้างว่ายังมีผู้ซื้อไม่ครบ ต้องรออีก 2-3 ราย ก่อนจะดำเนินการโอนพร้อมกัน ระหว่างนั้น ผู้ขายยังเร่งให้ผู้ซื้อทยอยชำระเงินเพิ่มเติมครั้งละตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท โดยอ้างว่าจะลดราคา หรือถมที่ดินให้ฟรี แต่เมื่อถึงกำหนดโอนกลับเลื่อนนัดและบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด จนภายหลังผู้เสียหายตรวจสอบพบว่า ที่ดินถูกนำไปขายฝากกับนายทุนมาตั้งแต่ก่อนนำมาประกาศขายแล้ว
นายภพ กล่าวว่า แม้ผู้เสียหายจะเข้าแจ้งความมาแล้วกว่า 2-3 เดือน แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหายังคงนำที่ดินไปเสนอขายให้บุคคลอื่นอย่างต่อเนื่อง จึงตัดสินใจออกมาร้องเรียน เพราะไม่ต้องการให้มีผู้เสียหายเพิ่มขึ้น ผู้เสียหายยังระบุว่า ที่ดินในจังหวัดนครนายกเป็นทำเลที่ได้รับความนิยม แต่เมื่อเกิดเหตุลักษณะนี้ ทำให้ประชาชนที่นำเงินเก็บทั้งชีวิตมาซื้อที่ดินได้รับความเสียหาย และกระทบต่อผู้ที่ประกอบอาชีพซื้อขายที่ดินอย่างสุจริต
นางสาวเมย์ (นามสมมุติ) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยซื้อที่ดินจากผู้ขายรายเดียวกันและสามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้จริง จึงเกิดความเชื่อมั่น เมื่อผู้ขายเสนอขายที่ดินอีกแปลง พร้อมนำเอกสารมาแสดง ตนจึงทำสัญญาซื้อขายและชำระเงินจำนวน 400,000 บาท โดยกำหนดโอนในเดือนธันวาคม
แต่เมื่อถึงกำหนด ผู้ขายกลับเลื่อนการโอนหลายครั้ง ตนจึงขอเงินคืนและเข้าแจ้งความ ก่อนจะไปตรวจสอบกับกรมที่ดิน จึงทราบว่าที่ดินแปลงดังกล่าวถูกนำไปขายฝากไว้ก่อนที่จะนำมาทำสัญญาขายกับตน
ขณะที่ นางสาวขวัญ (นามสมมุติ) กล่าวว่า มีผู้แนะนำให้ซื้อที่ดิน โดยระบุว่าเป็นที่ดินของครอบครัวผู้ขาย ตนจึงวางเงินมัดจำ 100,000 บาท และสอบถามว่าสามารถเข้าไปปลูกผักได้หรือไม่ ซึ่งผู้ขายยืนยันว่าได้ จึงทยอยชำระเงินรวมประมาณ 900,000 บาท อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงวันโอน ผู้ขายกลับเลื่อนนัดหลายครั้ง และไม่เดินทางมาตามนัดที่กรมที่ดิน อีกทั้งยังพบพฤติการณ์นำที่ดินแปลงเดียวกันมาแบ่งเป็นแปลงย่อยและเสนอขายให้ผู้ซื้อหลายราย
ด้าน นางสุภา (นามสมมุติ) กล่าวว่า ตนได้รับการแนะนำจากเพื่อนของแฟนซึ่งเป็นทหาร จึงเกิดความเชื่อถือ เพราะตั้งใจซื้อที่ดินในจังหวัดนครนายกไว้ใช้ชีวิตหลังเกษียณ เนื่องจากครอบครัวมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ นอกจากนี้ ตนยังซื้อที่ดินเพิ่มอีก 200 ตารางวา เพื่อเป็นของขวัญแต่งงานให้ลูก แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถโอนได้เช่นกัน ภายหลังตรวจสอบจึงทราบว่าที่ดินมีปัญหามาตั้งแต่แรก โดยเงินที่สูญเสียไปประมาณ 390,000 บาท เป็นเงินเก็บจากการค้าขายของตน
นางสุภา กล่าวว่า ตนเคยป่วยเป็นโรคมะเร็ง และเมื่อมาเจอเหตุการณ์นี้ยิ่งทำให้เกิดความเครียดอย่างมาก พร้อมทั้งเดินทางไปติดตามเรื่องที่ศูนย์ดำรงธรรมร่วมกับผู้เสียหายรายอื่นหลายครั้ง แต่จนถึงขณะนี้ ผู้ถูกกล่าวหายังไม่ออกมาชี้แจง และไม่รับโทรศัพท์
ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ กล่าวว่า ขอฝากถึงผู้กำกับการ สภ.ปากพลี และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก ให้เร่งรัดดำเนินคดี เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมาก บางรายนำเงินเก็บทั้งชีวิตมาซื้อที่ดิน บางรายถึงกับนำรถไปเข้าไฟแนนซ์เพื่อนำเงินมาชำระค่าที่ดิน นายเอกภพ กล่าวว่า หากข้อกล่าวหาเป็นจริง ก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง และควรเร่งติดตามทรัพย์สินคืนให้ผู้เสียหายโดยเร็ว ก่อนที่ทรัพย์สินจะถูกโอนย้ายหรือจำหน่ายต่อ พร้อมยืนยันว่าจะประสานและติดตามคดีนี้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรม
Advertisement