
วันนี้ (9 กันยายน 2569) ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด ถ.วัดเกาะ เขตสายไหม กทม.นางสาวบี อายุ 25 ปี ผู้เสียหาย ชาวจังหวัดเชียงใหม่ นำเอกสารมาร้องเรียนร้องสายไหมต้องรอดโดนหลอกจ่ายเงินมัดจำสร้างบ้านในฝัน โดยเจ้าตัวเล่าว่า เมื่อปี 2566 อยากสร้างบ้านที่เชียงใหม่เพื่อให้ครอบครัวได้มาอยู่ด้วยกัน
ต่อมามีคนแนะนำบริษัทก่อสร้างบ้านให้ ตนจึงเข้าไปปรึกษาเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2566 โดยบริษัทก่อสร้างบ้านดูมีความน่าเชื่อถือ พร้อมมีเจ้าหน้าที่คอยยื่นกู้เงินให้กับผู้ที่มาทำสัญญาตกลงที่จะสร้างบ้าน พร้อมที่ดิน จำนวน 3.5 ล้านบาท ทำให้ตนเองเกิดความสนใจ
แต่ทางบริษัทแจ้งว่าจะต้องนำเงินมัดจำมาวางก่อน เนื่องจากเป็นค่าดำเนินการและค่าซื้ออุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆ เพื่อให้งานดำเนินการรวดเร็ว
จากนั้นในวันที่ 16 ตุลาคม 2566 ตนเองได้นำเงินมัดจำ 500,000 บาท พร้อมเซ็นเอกสารสัญญาค่าสร้างบ้านในราคา 3.5 ล้านบาท ซึ่งทางบริษัทแจ้งว่าจะสร้างเสร็จประมาณเดือนธันวาคม-มกราคม 2567
กระทั่ง วันที่ 26 ตุลาคม 2566 ทางบริษัทได้มีการลงเสาเอกในที่ดินที่จะปลูกสร้าง ก่อนแจ้งว่าทางธนาคารอนุมัติวงเงินในการสร้างบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้ตนเองโอนเงินงวดถัดไปเพื่อที่จะได้ดำเนินการ และมีการบีบว่าต้องจ่ายเพิ่ม ให้วางเงินสดงวดที่ 2 วันที่ 16 พฤศจิกายน อีก 300,000 บาท วันที่ 20 พฤศจิกายน 100,000 บาท และ 9 ธันวาคม 100,000 บาท รวมความเสียหายประมาณ 1 ล้านบาท
หลังจากนั้น บริษัทก็ยังไม่เริ่มก่อสร้าง ตนจึงพยายามทักแชตและโทรสอบถาม แต่ทางบริษัทกลับบ่ายเบี่ยง อ้างว่ารออุปกรณ์ รอไฟฟ้า รอมิเตอร์น้ำ และอ้างว่าติดงานที่อื่น แต่ยังไม่มีการสร้างบ้านจริงๆ
ทางผู้เสียหายพยายามทักหาบริษัทรับสร้างบ้านดังกล่าวเพื่อตามงานอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายก็ติดต่อไม่ได้ ทักแชตไม่ตอบ โทรหาไม่รับ ซึ่งระยะเวลาเลยมาหลายเดือนแล้วในวันที่ 31 มกราคม 2567 จึงตัดสินใจไปแจ้งความที่ สภ.แม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่
หลังแจ้งความผ่านมา 2 ปี คดีไม่มีความคืบหน้า ตำรวจอ้างว่าสำนวนไม่ผ่าน เรื่องอยู่ที่อัยการ โดยในช่วงที่ผ่านมาตนยังเสียค่าจ้างทนายส่วนตัวอีก 80,000 บาท เพื่อให้ทางทนายมาเดินเรื่องเกี่ยวกับคดีดังกล่าวให้
ส่วนที่ทางผู้เสียหายออกมาร้องเรียนในวันนี้เพราะต้องการเงินมัดจำคืน อีกทั้งยังมีผู้เสียหายรายอื่นรวมตัวกันในกลุ่มไลน์ได้ 14 คน บางคนก็เจอเหตุการณ์ลักษณะเดียวกับตนเอง คือทิ้งงานไป บางคนก็มีการสร้างบ้านแต่ไม่เสร็จ รวมความเสียหายประมาณ 10 ล้านบาท
ส่วนที่มีการอ้างเรื่องของยูทูบเบอร์คนดัง “ต้า เฟ็ดเฟ่“ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของการโกง เพียงแต่ผู้เสียหายพบว่ามีการไปถ่ายคอนเทนต์รีวิวบ้านร่วมกับเจ้าของบริษัทดังกล่าว ปัจจุบันตนเองเห็นทางโซเชียลมีความเคลื่อนไหว โดยเจ้าของบริษัทมีการไปเปิดบริษัทเป็นชื่อใหม่และยังให้อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังไปรีวิวหลายคน หนึ่งในนั้นคือ ต้า เฟ็ดเฟ่ ซึ่งตนเองไม่ยืนยันว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าของบริษัทหรือไม่ แต่ก็ถือว่าทำให้บุคคลดังกล่าวดูน่าเชื่อถือและอาจมีคนเข้าไปหลงเชื่อสร้างบ้านกับเจ้าของบริษัทได้
ทางด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เตือนประชาชนที่กำลังสร้างบ้าน ให้ตรวจสอบผู้รับเหมาและทำสัญญาอย่างละเอียด โดยเฉพาะการจ่ายเงิน ควรแบ่งเป็นงวดตามความคืบหน้าของงาน และกำหนดปริมาณงานให้สัมพันธ์กับเงินที่จ่าย พร้อมตรวจสอบ BOQ ให้ชัดเจน
นอกจากนี้ ไม่ควรหลงเชื่อเพียงคำพูดหรือความสัมพันธ์กับบุคคลมีชื่อเสียง หากผู้รับเหมาขอเงินล่วงหน้าจำนวนมาก ควรตรวจสอบให้รอบคอบ เพราะอาจมีความเสี่ยงเกิดความเสียหายหรือถูกทิ้งงานได้
Advertisement