
วันที่ 3 ก.ย.2569 จากกรณีที่สำนักข่าวในประเทศจีนได้ลงข่าวว่ามีนักท่องเที่ยวชาวจีน เดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่และมาเที่ยวที่คาเฟ่สิงโตแห่งหนึ่ง บริเวณถนนช้างคลาน และได้ถูกสิงโตกัดเข้าที่ใบหน้า และทางร้านชดเชยเงินจำนวน 4,000 บาท และกลายเป็นข่าวดังในโลกโซเชียล ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เข้าตรวจสอบคาเฟ่ดังกล่าวและได้ชี้แจงว่าคาเฟ่ดังกล่าวนำลูกสิงโตมาเลี้ยงและจัดแสดงโดยมีใบอนุญาตถูกต้อง และเป็นสิงโตที่ถูกฝังไมโคร Shift ยืนยันว่าเป็นสิงโตที่มีการพ่อเลี้ยงในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนเรื่องที่นักท่องเที่ยวถูกลูกสิงโตกัดเข้าที่ใบหน้านั้นทางร้านได้ชี้แจง ว่าเป็นเหตุสุดวิสัย และนักท่องเที่ยวไม่ได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับ รวมทั้งข้อห้ามของทางร้านในการที่จะเข้าไปใกล้ชิดกับลูกสิงโต ซึ่งทางร้านก็ได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการผ่านักท่องเที่ยวรายดังกล่าวไปทำแผล และให้ฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า ทั้งๆที่ลูกสิงโตทุกตัวมีการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้ามาแล้ว แต่เพื่อความสบายใจของนักท่องเที่ยวตามความประสงค์ ได้พาไปฉีดวัคซีนในเข็มแรก โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด และไม่มีการติดใจเอาความใดใดจากนักท่องเที่ยวคนดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการตักเตือนให้ทางร้านเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว พยายามหลีกเลี่ยงอย่าให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสใกล้ชิด รวมทั้งหากเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีก ก็ให้รีบแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่รับทราบ
ล่าสุดทีมข่าวลงพื้นที่คาเฟ่ดังกล่าวชื่อว่า Lion World Café ตั้งอยู่บนถนนช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยนายสยาม ผู้จัดการของร้าน ได้เปิดเผยเรื่องดังกล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 13.20 น. โดยมีนักท่องเที่ยวชาวจีน 4 คน เข้ามาใช้บริการ และมีนักท่องเที่ยวชาย 2 คนที่เข้าไปถ่ายภาพกับลูกสิงโต โดยตามระเบียบขั้นตอนและข้อห้ามของทางร้านจะต้องมีการทำความสะอาดฆ่าเชื้อที่มือ และจะต้องเข้าไปคู่กับเจ้าหน้าที่ของทางร้าน ที่สำคัญจะต้องไม่เข้าไปสัมผัสหรือใกล้ชิดลูกสิงโตโดยตรงทันทีที่เข้าไป ปกติแล้วลูกสิงโตก็จะกลัวและหวาดระแวงกับสิ่งมีชีวิตที่ตัวใหญ่กว่า ดังนั้นเมื่อเข้าไปตอนแรก ก็จะต้องนั่งอยู่นิ่งนิ่ง สร้างความคุ้นเคยให้กับลูกสิงโต ซึ่งลูกสิงโตอายุเพียง 2 เดือนมีขนาดใหญ่กว่าแมวเล็กน้อย นิสัยก็จะขี้เล่นซุกซน ก็จะปรับตัว สร้างความคุ้นเคยและจะค่อย ๆ เข้ามาหาตัวนักท่องเที่ยวเองโดยนักท่องเที่ยว ก็ต้องห้ามสัมผัสหรืออุ้มโดยตรงทันที แต่ปรากฏว่า นักท่องเที่ยวจีนคนหนึ่ง คว้าลูกสิงโตสีขาวเข้ามาอุ้มกอดทันที แต่ไม่ได้เอามาใกล้กับใบหน้า แม้ว่าลูกสิงโตจะตกใจ แต่ก็ไม่ได้แสดงความหวาดกลัว ขณะที่อีกคนซึ่งเป็นคนที่ได้รับบาดเจ็บ ก็คว้าตัวลูกสิงโตสีน้ำตาลเข้ามากอด และเอามาใกล้กับใบหน้าทำให้ลูกสิงโตซึ่งตกใจ ก็แว้งกัดงับเข้าที่ใบหน้าเบาเบา จึงทำให้เกิดเป็นแผลลักษณะคล้ายแผลรอยถลอก ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้รีบเข้าไปแยกสิงโตออกมา ก่อนที่จะทำการล้างแผล ทำความสะอาดให้ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุนักท่องเที่ยวเอง ก็ไม่ได้ติดใจเอาความ แถมยังขอเข้าไปเล่นกับลูกสิงโตอีกรอบ
และก่อนจะกลับนักท่องเที่ยวขอให้ทางร้านพาไปฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักและพิษสุนัขบ้า แม้ทางร้านจะยืนยันว่าลูกสิงโตทุกตัวมีการฉีดวัคซีนมาเรียบร้อยแล้ว แต่เพื่อความสบายใจทางร้านก็ได้คืนเงินค่าแพ็กเกจทั้งหมด และพาไปฉีดวัคซีนโดยเข็มแรกทางร้านรับผิดชอบค่าใช้จ่ายกับทางโรงพยาบาลให้ทั้งหมด ส่วนอีกสี่เข็มที่เหลือก็ได้พูดคุยกับตัวนักท่องเที่ยวเองว่า จะให้ทางร้านพาไปฉีดหรือว่าจะไปฉีดเอง โดยนักท่องเที่ยวยืนยันว่าจะไปฉีดเองเพราะต้องการที่จะเดินทางท่องเที่ยวและกลับประเทศ ทางร้านจึงจ่ายเงินค่าวัคซีนอีกสี่เข็มที่เหลือซึ่งตกเข็มละ 800 บาทรวมทั้งสิ้น 3,200 บาท แต่ทางร้านก็ได้ให้เงินไปทั้งหมด 4,000 บาท เพื่อที่จะเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ด้วย ซึ่งตัวนักท่องเที่ยวเองก็ยินดีและรับเงินไปโดยไม่ได้ติดใจเอาความใด ๆ โดยไม่ใช่ค่าทำขวัญอย่างที่เป็นข่าวในประเทศจีน
แต่ปรากฏว่ากลับกลายเป็นข่าวขึ้นเมื่อช่วงสองวันที่ผ่านมาโดยตัวนักท่องเที่ยวเองเพียงแต่โพสต์เรื่องราวของการท่องเที่ยวของตัวเองในโลกโซเชียล เท่านั้นปรากฏว่าสำนักข่าวในประเทศจีนก็ได้หยิบยกเรื่องราวดังกล่าวไปขยายความเป็นข่าว ซึ่งไม่ได้ตรงกับความเป็นจริงทั้งหมด จึงทำให้ทางร้านเองก็ได้รับความเสียหายในตอนนี้ได้รับผลกระทบจากข่าวที่ออกไป โดยทำให้คนเข้าใจผิดแต่เป็นข่าวยอดการเข้าใช้บริการของนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ลดลง
สำหรับลูกสิงโตที่ทางร้าน Lion World Café นำมาจัดแสดงนั้นเป็นการทำคอนแทค กับฟาร์มแห่งหนึ่งซึ่งจะนำลูกสิงโตอายุตั้งแต่สองเดือนมาจนถึงอายุสี่เดือนมาจัดแสดง เพราะว่าถ้าเลยอายุสี่เดือนก็อาจจะเป็นอันตราย โดยจะมีการส่งลูกสิงโตมาสลับเปลี่ยน เมื่ออายุครบสี่เดือน สิงโตทุกตัวเป็นสิงโตที่เพาะเลี้ยงอย่างถูกต้องตามกฎหมายมีใบอนุญาตถูกต้อง รวมทั้งทางร้านเองได้มีการขออนุญาตเปิดกิจการอย่างถูกต้อง ทั้งจากทางเทศบาลนครเชียงใหม่ และแจ้งกับทางกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชอย่างถูกต้อง และทุกครั้งที่มีการสลับเปลี่ยนลูกสิงโตมา ก็จะแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เพื่อมาตรวจสอบ ทุกครั้ง
โดยครั้งนี้หลังจากที่เป็นข่าวทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มาตรวจสอบไปเมื่อวานนี้(2ก.ย.69)ทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ก็ได้ชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ให้ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าใจ
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่เองก็ได้ตักเตือนแนะนำให้เพิ่มความระมัดระวังในการดูแลความปลอดภัย ซึ่งขอไม่ให้นักท่องเที่ยว หรือผู้ที่เข้าไปใกล้ชิดไม่ควรที่จะใกล้ชิดจนเกินไปหรือ เข้าไปเล่นในลักษณะอ้อมกอด ตอนนี้ทางร้านเองก็ได้เพิ่มมาตรการข้อห้าม ไม่ให้นักท่องเที่ยวอุ้มกอดลูกสิงโตขึ้นมา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่มาใช้บริการ
สำหรับร้าน Lion World Café แห่งนี้ซึ่งมีการจัดลูกสิงโต ลูกค้าสามารถมาใช้บริการอาหารและเครื่องดื่มของคาเฟ่ได้ในราคาปกติไม่มีการชาร์จเพิ่ม และสามารถนั่งชมความน่ารักของลูกสิงโตได้ ส่วนใครที่ต้องการจะเข้าไปเล่นหรือถ่ายรูปก็จะมีค่าบริการ เพิ่มขึ้น แต่การเข้าไปก็จะต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อห้ามโดยเคร่งครัดและจะมีเจ้าหน้าที่ของทางร้านเข้าไปประกบอยู่ตลอดช่วงของการเข้าไปใกล้ชิด
ขณะที่การดูแลก็จะมีการล็อกกุญแจประตูในส่วนของที่ห้องจัดแสดงรวมทั้งประตูเข้าออกของร้านอีกสองชั้น ก่อนหน้านี้ที่จะมีการขออนุญาตเปิดก็ได้มีการขออนุญาตกับชุมชนและได้มีการเข้ามาดูแลตรวจสอบสถานที่เพื่อสร้างความมั่นใจเรื่องของความปลอดภัยกับชุมชนแล้วเช่นกัน โดยหวังว่าต่อจากนี้เมื่อชี้แจงความเข้าใจแล้วก็จะเป็นโอกาสที่ทั้งนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ รวมทั้งชาวเชียงใหม่เองจะได้มีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์ป่าหายาก แต่สามารถมาชมได้ง่ายง่ายใจกลางเมืองเชียงใหม่ และถือเป็นการช่วยดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาจังหวัดเชียงใหม่ด้วยอีกทาง
ขณะที่กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ แม้จะทราบข่าวทางโลกออนไลน์ แต่ก็ยืนยันที่จะมาชมความน่ารักของลูกสิงโตที่คาเฟ่แห่งนี้ ยืนยันว่าลูกสิงโคทั้งหมดน่ารักขี้เล่นซุกซน ไม่ได้ดุร้าย หรือน่ากลัวอย่างที่เป็นข่าวเลย เพียงแต่เราต้องปฏิบัติตามกฎข้อห้าม และเชื่อฟังเจ้าหน้าที่ที่ดูแล ซึ่งพี่ๆ จะมาคอยให้ความรู้ และสอนเราว่าจะสัมผัสน้องๆ ได้อย่างไร โดยเฉพาะการเข้าไปหาช่วงแรกต้องสร้างความคุ้นเลยกับน้องๆ ก่อน พอเริ่มคุ้นเลยกันแล้วน้อง ๆ ก็จะเดิมเข้ามาหาและมาเล่นด้วยเอง ไม่ไปอุ้มหรือดึงน้องเข้ามากอด แต่สามารถลูกหัวลูกตัว และเล่นของเล่นกันน้องๆ ได้อย่างใกล้ชิดแต่หากอยากถ่ายภาพใกล้ชิดพี่ๆ ก็จะมาคอยอุ้มให้ถ่าย หรือให้น้องๆ มานั่งข้างๆ เพื่อถ่ายภาพได้ ยืนยันว่าน้องๆ น่ารักทุกตัว ไม่ได้น่ากลัวเหใอนในข่าวเลย
Advertisement