
วันที่ 31 ส.ค. 69 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกสาวออกมาโพสต์ร้องเรียนแทนพ่อและแม่ หลังอ้างว่า พ่อแม่ได้รับการชักชวนจากพนักงานร้านเครื่องสำอางและเสริมความงามแห่งหนึ่ง ภายในห้างสรรพสินค้าในเชียงใหม่ ให้เข้าไปทดลองบริการ โดยระบุว่า ภายหลังเกิดเหตุมีการเรียกเก็บเงินผ่านบัตรเครดิตเป็นจำนวน 85,800 บาท
โดยระบุข้อความว่า ใครพอรู้จักคลินิกนี้บน xxx ไหมคะ พอดีที่บ้านโดนหลอกค่ะ พ่อกับแม่ไปเดินละโดนพนักงานหลอกไปให้ซื้อคอร์ส แล้วไม่สามารถหาข้อมูลอะไรได้เลย ไม่มีเบอร์โทรคลินิกเลยค่ะ จะทำยังไงได้บ้างคะ พ่อบอกว่าเค้าให้รูดบัตรแล้วไม่แจ้งยอดด้วยว่าเท่าไหร่ แล้วบอกคุณพ่อบอกตอนแรกเค้าบอกครีมฟรี แล้วบอกให้เซ็นเป็นลูกค้ากิตติมาศักดิ์ แล้วเงียบไว้ห้ามบอกใครค่ะ แล้วเค้าพาคุณแม่ไปนวดหน้าคนนวดหน้าบอกเอาบัตรมาๆ คุณพ่อถามเค้าไหนบอกครีมฟรี เค้าบอกไม่ต้องพูดเอาบัตรมาค่ะ แล้วคุณพ่อบอกเค้าเอาครีมมาทาหน้าแ ล้วคุณพ่อบอกรู้สึกเบลอๆ ไม่รู้ตัวเหมือนชาๆ ด้วยค่ะ
เครียดเลยค่ะตอนนี้พ่อกับแม่เครียดนอนไม่หลับ ทำไงให้ได้เงินคืนบ้างคะ พี่ๆ เพื่อนๆ พอแนะนำได้ไหมคะ อยากได้เงินคืนมากค่ะ อันนี้เหมือนเข้าข่ายมิจฉาชีพเลยค่ะ งงทุกวันคนหากินกันแบบนี้หรอ ขอทุกๆ คนช่วยแชร์ด้วยนะคะ
พ่อนอนไม่หลับน้ำหนักลดไป 2 กิโลเลยค่ะ นางไม่ยอมบอก พึ่งมาทราบเรื่องเลยค่ะ นางบอกกลัวลูกเครียด กลัวลูกบ่นจนตัวเองกินไม่ได้นอนไม่หลับ
เพิ่มเติมนะคะขอสอบถามผู้เสียหายหรือใครที่เคยได้รับการทดลองทำหน้าที่คลินิกนี้ เค้ามีการใช้เครื่องไฟฟ้า ไม่รู้ว่าเครื่องอะไรคะ เค้านำมาจี้ไหล่คุณพ่อค่ะ คุณพ่อบอกกลับบ้านไปปวดแสบปวดร้อนเป็นแผลไหม้เลยค่ะ ตอนนี้ยังเป็นแผลเป็นอยู่เลยค่ะ แล้วได้ถามคุณแม่ไปโดนไหมคุณแม่บอกไม่โดนค่ะ แล้วได้ยินพนักงานพูดบอกคนนี้คนจ่ายเงินหมายถึงพ่อค่ะ เลยอยากทราบว่ามีใครโดนบ้างคะอยากรู้ว่ามันคืออะไร???
ทั้งนี้ตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีของ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ ระบุว่า เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา นายศักดิ์ อายุ 59 และนางเนตร อายุ 61 เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กรณีเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ส.ค. 69 โดยผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า ขณะเดินผ่านร้านได้มีพนักงานเข้ามาชักชวนให้ทดลองบริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ก่อนพาเข้าไปภายในร้าน
ผู้เสียหายอ้างว่า ภายหลังถูกขอเอกสารและบัตรเครดิต เพื่อใช้ตรวจสอบสิทธิ์ ก่อนมีการให้เซ็นเอกสารเกี่ยวกับสิทธิสมาชิก และต่อมาพบว่ามีการเรียกเก็บเงินผ่านบัตรเครดิตเป็นยอดรวม 85,800 บาท โดยผู้เสียหายระบุว่าไม่ได้ยินยอมให้มีการชำระเงินในจำนวนดังกล่าว พร้อมนำหลักฐานการชำระเงินเข้าแจ้งความไว้
นอกจากนี้ ผู้โพสต์ยังอ้างถึงอาการบาดเจ็บของผู้เป็นพ่อ โดยระบุว่า ระหว่างรับบริการรู้สึกมึนชา และมีการใช้อุปกรณ์บริเวณไหล่ ก่อนกลับบ้านพบอาการปวดแสบปวดร้อนและมีรอยคล้ายแผลไหม้ จึงเกิดความกังวลและความเครียดตามมา ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บ และสาเหตุยังเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน ฝ่ายร้านได้ติดต่อกลับมายังผู้โพสต์ โดยระบุว่าข้อมูลที่เผยแพร่เป็นการนำเสนอจากฝ่ายเดียว และไม่ตรงกับข้อเท็จจริงทั้งหมด พร้อมยืนยันว่าทางบริษัทมีหลักฐาน ทั้งภาพถ่าย กล้องวงจรปิด และข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการแจ้งรายละเอียดก่อนชำระเงิน
ทางร้านยังระบุว่า หากผู้โพสต์ไม่ลบข้อความดังกล่าว บริษัทจะยุติการเจรจาและพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงระบุว่าอาจดำเนินการกับผู้โพสต์ ผู้แชร์ และผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น
ขณะนี้ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว ส่วนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ การชำระเงิน และการให้บริการดังกล่าว ยังต้องรอการตรวจสอบจากหลักฐานของทั้งสองฝ่ายและกระบวนการตามกฎหมายต่อไป
Advertisement