
วันที่ 11 ก.ย.2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว, พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา, พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม รอง ผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.พงศกร ตันอารีย์, พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ, พ.ต.ท.ทัตพร เลขะวัฒนพงษ์, พ.ต.ท.สิทธิพร มีอาษา และ พ.ต.ท.ปรัชญ์ แม้นเดช รอง ผกก.2 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.กรพงศ์ วงษาลังการ สว.กก.2 บก.ป. พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ ชุดปฏิบัติการ 24 กก.2 บก.ป.
ร่วมกันจับกุม นายกิตติโชติฯ สงวนนามสกุล อายุ 35 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 1053/2569 ลงวันที่ 24 ก.ค.69 โดยต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบ คอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน เปิดหรือยินยอมให้บุคคล อื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตน เกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้ โดยประการ ที่รู้หรือควรรู้ว่า จะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”
สถานที่จับกุม บริเวณริมถนนทางหลวงชนบท 4031 ม.3 ต.ห้วยพลู อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายหลายรายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ในพื้นที่ต่าง ๆ หลังถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 1 ล้านบาท จากการสอบปากคำและตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าเงินของผู้เสียหายถูกโอนเข้าสู่บัญชีธนาคารชื่อ นายกิตติโชติฯ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคดีในพื้นที่ สน.เตาปูน สน.หนองค้างพลู สภ.สวนพริกไทย และ สภ.บางกรวย โดยคดีของ สภ.บางกรวย เป็นคดีหลักที่นำไปสู่การติดตามจับกุมในครั้งนี้ รวม 4 หมายจับ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนติดตามจนทราบว่า นายกิตติโชติฯ ได้พักอาศัยอยู่บริเวณ ม.3 ต.ห้วยพลู อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปตรวจสอบและเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณดังกล่าว พบชายซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงกับนายกิตติโชติ ฯ กำลังยืนอยู่บริเวณดังกล่าว จึงแสดงตัวเข้าจับกุมและควบคุมตัว ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการกับผู้ร่วมขบวนการรายอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พร้อมเปิดเผยว่า ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขณะตกงาน ได้พบโพสต์รับซื้อบัญชีธนาคารผ่าน Facebook จึงติดต่อไปยังผู้โพสต์ผ่านแอปพลิเคชัน Line ก่อนทำรายการสแกนใบหน้าเพื่อเปิดหรือยืนยันการใช้งานบัญชีธนาคารหลายแห่งผ่านโทรศัพท์มือถือ
ต่อมา ผู้ต้องหาเดินทางโดยรถโดยสารจากจังหวัดร้อยเอ็ดเข้ากรุงเทพมหานคร แล้วเดินทางต่อไปยังจังหวัดสระแก้ว ก่อนมีผู้มารับและพาข้ามชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ผู้ต้องหา อ้างว่า เมื่อเดินทางไปถึงได้ถูกกลุ่มสแกมเมอร์ยึดโทรศัพท์มือถือ และให้อยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว นานประมาณหนึ่งสัปดาห์ โดยมีหน้าที่สแกนใบหน้าตามคำสั่ง เพื่อทำธุรกรรมหรือยืนยันการใช้งานบัญชีธนาคาร กลุ่มสแกมเมอร์ อ้างว่าจะจ่ายค่าตอบแทนให้จำนวน 20,000 บาท แต่เมื่อหมดหน้าที่ ผู้ต้องหา กลับถูกส่งตัวกลับประเทศไทยเพียงลำพัง พร้อมซองสีขาวหนึ่งซอง เมื่อเปิดดูพบเงินอยู่ภายในเพียง 400 บาท ก่อนถูกปล่อยทิ้งให้เดินทางกลับเอง
หลังกลับประเทศไทย ผู้ต้องหาไปทำงานรับจ้างเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมได้ในที่สุด
เตือนภัยประชาชน
- อย่าหลงเชื่อประกาศรับซื้อหรือเช่าบัญชีธนาคาร ซิมโทรศัพท์ และบัญชีออนไลน์ แม้ผู้ว่าจ้างจะอ้างว่าเป็นงานถูกกฎหมาย ให้ค่าตอบแทนสูง หรือขอเพียงสแกนใบหน้า เพราะข้อมูลและบัญชีของท่านอาจถูกนำไปใช้รับโอนเงินจากการหลอกลวง หรือก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี
- การเปิดบัญชี มอบสมุดบัญชี บัตรเอทีเอ็ม ซิมโทรศัพท์ รหัสผ่าน หรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชี อาจทำให้ท่านตกเป็นผู้ต้องหาในคดีบัญชีม้า ต้องรับผิดตามกฎหมายหลายคดี และอาจต้องชดใช้ความเสียหายซึ่งสูงกว่าค่าตอบแทนที่ได้รับอย่างมาก
- จำไว้ว่า “เงินค่าจ้างเพียงไม่กี่ร้อยหรือไม่กี่พันบาท อาจแลกมาด้วยหมายจับ คดีอาญา และอนาคตของคุณ”
- หากพบการชักชวนในลักษณะดังกล่าว ให้ยุติการติดต่อ เก็บหลักฐานการสนทนา และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
Advertisement