
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.5 กก.๖ บก.ทล. ร่วมกันจับกุม1. นายขวัญชัยฯ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 ตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 4858/2569 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น,ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้า สู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากฯ”
2. นางสาววีรพัชฯ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 ตามหมายจับ ศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ จ 154/2566 ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันยักยอก และร่วมกันให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้” และหมายจับ ศาลจังหวัดชุมพร ที่ จ 186/2566 ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนและร่วมกันฉ้อโกงประชาชน”
สถานที่จับกุม บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร
ก่อนการจับกุมเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม ได้สืบทราบว่า นายขวัญชัย ฯ ผู้ต้องหาที่ 1 มีผู้ต้องหาตามหมายจับจะเดินทางไป กทม. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อวางแผนเข้าทำการตรวจสอบบุคคลตามหมายจับ
เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเดินทางไปถึงบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร พบนายขวัญชัย ฯ อายุ 42 ปี มีลักษณะ รูปพรรณ ตรงตามข้อมูลหมายจับ กำลังจะขับรถจักยานยนต์กลับที่พักหลังจากซื้อตั๋วรถโดยสารเสร็จแล้ว เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการตรวจสอบพบว่า นายขวัญชัย ฯ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ แสดงบัตรให้ดู พร้อมแสดงหมายจับให้ นายขวัญชัย ฯ ดู และอ่านหมายจับพร้อมอ่านหมายจับให้ฟังแล้ว รับว่า ตนเป็นบุคคลคนเดียวกันกับบุคคลตามหมายจับข้างต้น จริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับข้างต้นมาก่อน
ต่อมาในเวลาใกล้เคียงกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สังเกตเห็น นางสาววีรพัช ฯ ผู้ต้องหาที่ 2 ผู้ต้องหาตามหมายจับ ซื้อตั๋วและมานั่งอยู่บริเวณที่นั่งพักรอรถโดยสาร ภายในสถานีขนส่งมุกดาหาร เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการตรวจสอบพบว่า นางสาววีรพัช ฯ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหาร เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดชุมพร ที่ จ 186/2566 ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2566 จริง
เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ แสดงบัตรให้ดู พร้อมแสดงหมายจับให้ นางสาววีรพัช ก้อนกงไกล ดู และอ่านหมายจับพร้อมอ่านหมายจับให้ฟังแล้ว รับว่า ตนเป็นบุคคลคนเดียวกันกับบุคคลตามหมายจับข้างต้น จริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับข้างต้นมาก่อน
เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาพร้อมแจ้งสิทธิของผู้ถูกจับให้ทราบ ผู้ถูกจับรับทราบข้อกล่าวหาและสิทธิของตนดีแล้ว จึงได้จัดทำบันทึกการจับกุมและนำตัว นายขวัญชัยฯ ผู้ต้องหาที่ 1 ส่งพนักงานสอบสวน สภ. ห้วยผึ้ง และนำตัวนางสาววีรพัชฯ ผู้ต้องหาที่ 2 ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร และ พนักงานสอบสวน สภ.ปะทิว จังหวัดชุมพร ตามลำดับ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นายขวัญชัยฯ ผู้ต้องหาที่ 1 ให้การว่ามีนายเก๋ (ไม่ทราบชื่อและสกุลที่แท้จริง) มาว่าจ้างขอเอาสมุดบัญชีไปใช้ 2 วันแล้วจะนำมาคืน พร้อมทั้งพาไปทำแอปพลิเคชัน สำหรับใช้ในโทรศัพท์มือถือ แล้วเอาทั้งสมุดบัญชีและโทรศัพท์มือถือไปไม่นำมาคืน โดยได้รับค่าจ้าง เป็นเงินจำนวน 2,000 บาท ส่วนนางสาววีรพัชฯ ผู้ต้องหาที่ 2 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
Advertisement