
วันที่ 12 ก.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “วิภาพร นามขันธ์” ได้โพสต์เล่าเรื่องราวอุทาหรณ์ หลังจากพา “น้องยูฟ่า” ลูกชาย 1 ขวบ เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล
โดยผู้เป็นแม่โพสต์ข้อความว่า “น้องยูฟ่ามานอนโรงพยาบาลรักษาตัวด้วยอาการไข้หวัดค่ะ นอนรักษาตัวได้ 10 คืน วันนี้ช่วง 8-9 โมง คุณหมอประจำไข้น้องมาตรวจ น้องหายดีแล้ว คุณหมอสั่งกลับบ้านได้ หนูก็พาลูกมารอที่เตียง เพื่อที่จะถอดผ้าเตปที่ติดตรงเข็มน้ำเกลือออก รอสักพักผู้ช่วยพยาบาลท่าน1 ก็เดินมาถือกรรไกรกับสำลีมาที่เตียง ก็เอากรรไกรแย่เข้าทางนิ้วชี้ เพื่อที่จะตัดเทปที่ติดเข็มน้ำเกลือออก แต่เหมือนเข้า ไม่คี่ผ้าทป หรือค่อยๆ แกะ เพื่อดูความปลอดภัยของน้องเลย เขาแย่เข้าไปแล้วตัดเลยนิ้วน้องที่ติดอยู่ก็ตัดโดนจนขาดออกมาค่ะ #เหตุเกิดจากการประมาทมักง่ายทำให้เสร็จๆ ไป ไม่คิดถึงความปลอดภัยของเด็กเลย
ก่อนที่จะโพสต์ข้อความอัปเดตว่า แม่รอน้องอยู่หน้าห้องนะคับลูก ขอให้หนูปลอดภัย ขอให้คุณหมอต่อให้สำเร็จ เกิดมาครบ 32 แต่ผู้ช่วยพยาบาลมาทำนิ้วหนูขาด จะได้กลับบ้านอยู่แล้ว ใจแม่จะขาดแล้วลูกเอ่ย ทำมั้ยต้องมาเกิดกับยูฟ่า พึ่งหายป่วยต้องมาเจอเรื่องร้ายๆ แบบนี้ ฝากอาจารย์หมอที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิผ่าตัดตกแต่งให้นิ้วลูกหนูกลับมาเหมือนเดิมด้วยนะค่ะ
อัปเดตอาการน้องยูฟ่านะคะ ออกจากห้องผ่าตัดรอบ 2 เวลาตี 1 กว่า ๆ การต่อนิ้วอาจารย์หมอทำสำเร็จด้วยดีในรอบที่ 2 แต่ต้องรออาจารย์หมอมาอธิบายอีกที ตอนนี้น้องมีร้องไห้ นอนหลับไม่สนิท อาจเกิดจากอาการเจ็บปวดแผล หายใจลำบาก เกิดจากการใส่เครื่องช่วยหายใจในห้องผ่าตัด ทั้ง 2 รอบ (ผลข้างเคียง) กินอาหารลำบากเพราะเจ็บคอ ตอนนี้นอนพักฟื้นที่ห้องพักฟื้นแล้วค่ะ
ท่ามกลางชาวเน็ตที่เข้ามาให้กำลังใจคุณแม่ และน้องยูฟ่าเป็นจำนวนมาก พร้อมกับแนะนำว่า เงินเยียวยา อย่าเพิ่งรับง่ายๆ นะคะ ต้องพิจารณา "ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานในอนาคต" ของน้องด้วย ต้องคิดคำนวณจากโอกาสในการประกอบอาชีพที่ลดลง หรือการเสียโอกาสในการสอบเข้าเรียนในบางสายวิชาชีพเมื่อเด็กเติบโตขึ้น เข้าไปปรึกษาสภาทนายความหรือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดดูนะคะ รักษาสิทธิ์ที่ควรจะได้ของน้องไว้ให้ได้มากที่สุดนะคะ
ขอบคุณภาพ/ข้อมูล : เฟซบุ๊ก วิภาพร นามขันธ์
Advertisement