
วันนี้ (4 มิถุนายน 2569) ที่สภ.คลองหลวง นางสาว มิรา ดุรงคชยานุรักษ์ วัย 36 ปี ผู้เสียหายให้สัมภาษณ์อีกครั้ง หลังแจ้งความและให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง นานกว่า 2 ชั่วโมง โดยมิราเปิดเผยว่า หลังจากที่แจ้งความตำรวจสภ.คลองหลวงแล้วตนรู้สึกสบายใจขึ้น ส่วนฝ่ายชายนั้นยังไม่ได้ติดต่อมา มีแต่เพื่อนๆ คอยติดต่อมาให้กำลังใจ
ส่วนกรณีที่เสือ ดุสิต โต้กลับว่า มิราไม่ได้โอนเงิน 7 แสน 5 หมื่นบาทให้กับเสือดุสิตนั้น ทางมิรา ระบุว่า พี่เสือ เข้าใจผิด เพราะตนบอกกับเพื่อนแค่ว่า พี่เสือติดต่อผู้รับเหมาให้แล้ว แต่ผู้รับเหมาไม่ยอมทำบ้านต่อ แต่เพื่อนอาจหวังดี ไปทวงถามพี่เสือ ดุสติ อีกแบบหนึ่ง ทำให้ตัวของเสือ ดุสิต เข้าใจผิด คิดว่าตัวของตนไปบอกเพื่อนว่าพี่เสือโกงเงิน จึงทำให้เสือ ดุดสิต มาต่อว่าตน
ส่วนกรณีที่เสือ ดุสิตอ้างว่า มิราเริ่มทำร้ายร่างกายก่อน นั้น มิรายอมว่าในตอนนั้นมีการทะเลาะ ฉุดกระชากและมีปากเสียงกันจริง ซึ่งตอนนั้นตนเองก็คอยปัดป้องอยู่ตลอด พร้อมยืนยันว่า ตนเองไม่ได้ต่อยเสือดุสิตก่อน แต่เขาต่อยตน ซึ่งหากตนเองทำร้ายเสือ ดุสิต จริง ให้เขาเอาหน้าหรือเอาตาที่เขาบอกว่าหนูทำมาให้ดู
ส่วนที่เสือ ดุสิตอ้าง ว่าหลังเกิดเรื่องทำร้ายร่างกายจะพาตนไปโรงพยาบาลนั้น มิรายืนยันว่า เสือพูดจริง แต่ก็ตามมาด้วยประโยคที่ว่าจะแจ้งความหรือไม่ ซึ่งตัวของตนเองมองว่า เสือ ดุสิตเอง ชอบพูดประชด เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
ส่วนกรณีที่เสือ ดุสิต อ้างว่า ไล่ให้มิรากลับไปกับเพื่อนแล้ว แต่มิรายังโทรให้เสือดุสิตไปรับ ก่อนกลับไปด้วยกันนั้น เจ้าตัวยืนยันว่า มีการนัดให้เสือดุสิตมารับ และตอนมีปากเสียง เสือเองก็อยากให้ตนกลับด้วย แต่ตนไม่อยากกลับ เพราะมีปากกันแล้ว แต่สุดท้ายก็ต้องกลับด้วยกันอยู่ดี เพราะวันนั้นเพื่อนจะพาตนไปโรงพยาบาลจิตเวช
”เพื่อนบอกว่าตนเองไม่ค่อยปกติ ซึ่งตนเองก็รู้สึกว่าตนก็ไม่เหมือนเดิมเหมือนกันตั้งแต่อยู่กับเสือ ดุสิต มา และมีเรื่องในใจมากมายที่ตนไม่เคยพูดกับเสือดุสิต ตั้งแต่แรก ตั้งแต่เหตุการณ์ที่โดนสังคมต่อว่า ตนก็ไม่ค่อยได้มีโอกาศได้พูดกับใคร และมีอีกหลายๆเรื่องที่คบกับเขามาจนถึงทุกวันนี้ มันอยู่ในใจ จนตนไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง“
ก่อนที่จะเดินทางไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เพื่อนำผลตรวจร่างกายมาประกอบในส่วนคดีต่อไป
Advertisement